What Lies Beneath

อ่านบทความของโจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำประเทศไทย (ใช่ครับ คนเดียวกับที่โดนฟ้องหมิ่นฯ กับจักรภพนั่นล่ะ) คือเรื่อง No winners in Thailand's crisis ซึ่งประชาไทนำมาแปลในชื่อ [ไม่มีผู้ชนะในวิกฤติประเทศไทย](http://www.prachatai.com/05web/th/home/16450) ประโยคที่ผมชอบเพราะเห็นว่าสั้นและอธิบายภาพรวมของความขัดแย้งรอบนี้ได้ดีมากๆ คือ > เมื่อไปที่การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง คุณจะได้ยินเป็นเสียงเดียวกันว่า : “พวกเราเป็นประชาชนรากหญ้า, กำลังต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย, ต่อต้านชนชั้นปกครอง” > > เมื่อไปที่การชุมนุมของคนเสื้อเหลือง คุณจะได้ยินเสียงที่แตกต่างว่า; “พวกเราเป็นคนมีการศึกษา, กำลังต่อสู้ขับไล่พวกนักการเมืองทุจริตที่ทำลายประชาธิปไตย” แต่ประโยคที่ผมสนใจมากกว่า ก็คือ > ทำไมประเทศไทยที่ครั้งหนึ่งถูกมองว่าเป็นประเทศที่เป็นตัวอย่างดีเลิศของความมั่นคงและความปรองดองในสังคม ถึงได้กลายเป็นสังคมที่ถูกแบ่งเป็นขั้วเช่นนี้ เขียนใหม่เป็นภาษาบ้านๆ ของผมได้ว่า "เมื่อก่อนประเทศไทยไม่มีปัญหา ทำไมตอนนี้จึงมีปัญหา" ถ้าเรายอมรับว่าปัจจุบันนี้ "มีปัญหา" (คือตัดกรณีการมองไม่ตรงกันว่าเกิดปัญหาหรือไม่ ออกไป) ก็จะมีคำตอบได้ 2 แบบ 1. ปัญหา (หรือ "ความขัดแย้ง") มันเพิ่งเกิดเมื่อเร็วๆ นี้ 2. ปัญหา (หรือ "ความขัดแย้ง") มันมีอยู่นานแล้ว เพียงแต่ว่าถูกกดไว้ หรือซ่อนตัวเองอยู่ภายใน (หมายเหตุ: เอาเข้าจริงแล้วอาจจะตอบ 1+2 ก็ได้นะครับ เพียงแต่ความง่ายในการวิเคราะห์ เราจะแยกคิดทั้งสองประเด็นออกจากกัน) ผมเห็นความพยายามในการอธิบาย (1) ด้วย "ทักษิณและนโยบายประชานิยม" ว่าช่วยเร่งให้เกิด "ชนชั้นล่างใหม่" ขึ้นมาเป็นคู่ขัดแย้งกับชนชั้นกลาง (ที่เกิดขึ้นตามกระแสโลก) และอำมาตย์ (ที่มีมานานแล้ว) อยู่บ่อยครั้งพอสมควร อย่างน้อยในบทความของโจนาธาน เฮด อันนี้ก็ไปในแนวทางนั้น แต่ผมสนใจในกรณี (2) มากกว่า ถ้าเราตั้งสมมติฐานว่า "ความขัดแย้งมันมีมานานแล้ว" แทนล่ะ? เพียงแต่ว่า "มีอะไรบางอย่าง" มาบดบังมันไว้ หรือไม่อย่างนั้นมันก็ซ่อนตัวเองอยู่แบบเงียบๆ เนียนๆ รอวันปะทุก็เป็นได้ ถ้าคิดในเชิงวิชาการหน่อย ก็คงต้องหาจุดอ้างอิงในทางเวลามาเปรียบเทียบ (ซึ่งโดยมากมักนับกันที่ 2475) ถ้าเราสนใจเฉพาะ "ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มประชากร" (หรือ demographic) ตามที่โจนาธาน เฮด นำเสนอแล้ว ผมพยายามนั่งคิดว่ามันมีอะไรบ้าง * เป็นไปได้ไหมว่า จุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง เกิดจากการเริ่มด่าคนอีสานว่าเป็น "ลาว" ในเชิงดูถูก แต่ในขณะเดียวกันเราก็ถามคนที่มีปัญหากับคำเรียกนี้ว่า "ทำไมคิดมากจัง" * เป็นไปได้ไหมว่า จุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง เกิดการอุตสาหกรรมการเกษตรของเรามันถึงทางตันแล้วจริงๆ แต่เรายังมองว่า "ในน้ำมีปลาในนามีข้าว" อยู่ ทั้งที่สภาพสังคมจริงๆ แล้วกลายมาเป็นสาวโรงงานกันหมด * เป็นไปได้ไหมว่า จุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง เกิดจากเราขึ้นแท็กซี่ เจอเพลงลูกทุ่ง แล้วเรารู้สึกว่ามันเชย+เฉิ่ม (ซึ่งเป็นกันมานานมากแล้ว) ผมคิดว่ากรณีเทียบเคียงที่น่าจะไปด้วยกันได้ คือ กรณีกัมพูชาบุกถล่มสถานทูตไทยคราวก่อน มันดูเหมือนไม่มีอะไรแต่พอมีขึ้นมาก็ระเบิดตูมเลย เรากำลังซ่อนอะไรไว้อยู่เหมือนกันหรือเปล่า * เป็นไปได้ไหมว่า สงครามกลางเมืองปี 2562 จะเกิดจากความหมั่นไส้สะสมต่อ ASTV ในปี 2549 * เป็นไปได้ไหมว่า ไทยโดนกัมพูชาบุกในปี 2572 เพราะคำพูดที่คุณกษิตเคยพูดเอาไว้ สิ่งที่ผมสนใจและยังตอบไม่ได้ (อีกแล้ว) ก็คือ * อะไรเป็นสาเหตุทำให้เรา "มองข้าม" ความขัดแย้งเงียบๆ เหล่านั้น ไม่ว่าจะจงใจหรือไม่ก็ตาม (เช่น ถ้าจงใจ มีอะไรเป็นเหตุจูงใจ, ถ้าไม่จงใจ วัฒนธรรมหรือกรอบจารีตเป็นสาเหตุหรือเปล่า) * เรามีวิธีมองหาความขัดแย้งที่คุกรุ่นอยู่ภายในไหม (เพื่อว่าจะได้ดับความขัดแย้งนั้นก่อนปะทุรุนแรง) หรือว่า ปล่อยให้มันปะทุไปน่ะดีแล้ว