Products I Can't Live Without

จริงๆ เห็น Michael Arrington แห่ง TechCrunch ทำมาหลายปีแล้ว (ของ 2009) เลยอยากทำบ้าง

ไม่ได้ตั้งใจให้มันครบ 10 เป็นเลขสวยๆ แต่บังเอิญได้อย่างนี้พอดี คัดเฉพาะ essential จริงๆ และไม่นับพวกพื้นๆ แบบ Firefox/Gmail อะไรทำนองนี้ 1) scroll หน้าจอแบบ 2 นิ้วของ MacBook

อันนี้ทำเอาผมกลับไปใช้โน้ตบุ๊กพีซีที่ต้อง "ลากข้าง" ไม่ได้ไปเลย การ scroll 2 นิ้วทำให้ไม่ต้องเล็งเวลาจะ scroll และเวลาวางนิ้วก็วางลงไปตรงๆ ไม่มีปัญหากับหลัก ergonomic ด้วย ถือว่าเป็น 1 ใน 2 สุดยอดนวัตกรรมของโน้ตบุ๊กแมค อีกอันคือ suspend to ram เวลางับฝาลงแล้วตอนปลุกมันตื่นทันที (มีแค่นี้แหละ ไอ้พวก unibody, illuminated keyboard นี่ไม่ค่อยมีสาระ)

แต่เดี๋ยวนี้ทัชแพดของ Synaptics ซึ่งเป็นประชากรหมู่มากก็ทำกันได้หมดแล้ว โน้ตบุ๊กเครื่องหน้าผมว่าจะซื้อพีซี ประเด็นนี้ก็ไม่ใช่ปัญหา

2) กดปุ่มลูกศรชี้ลง ไปท้ายบรรทัด

ผมรู้จักฟีเจอร์นี้จากบล็อกของ John Gruber (Daring Fireball) ที่เขียนเกี่ยวกับพฤติกรรมของ Firefox บนแมค หลังจากนั้นเลยลองทำตามแล้วปรากฎว่าติดใจ เพราะมันสะดวกกว่าการกดปุ่ม End มาก (เหตุผลประกอบอีกอย่างคือปุ่ม End ของแต่ละเครื่อง มันอยู่ไม่ค่อยเป็นที่ แต่ปุ่มลูกศรอยู่ที่เดิมเสมอ)

ทริกนี้ใช้ได้ที่ ไม่เฉพาะบนแมค แต่เวลาเจอโปรแกรมที่ไม่สนับสนุนก็จะหงุดหงิดมาก (Google Docs เป็นหนึ่งในนั้น)

3) Google Docs + Gears

ผมย้ายงานเขียนมาไว้บนออนไลน์ทั้งหมด ซึ่ง word processing ที่เป็นเว็บทำงานได้สมบูรณ์เพราะผมแทบไม่ต้องจัดฟอร์แมตอะไรเลย (80% ของงานทั้งหมดที่ผมเขียนนั้นสามารถเก็บเป็น plain text ได้ เอาเข้าจริงแล้วเรามีงานที่ต้องใช้ rich text น้อยมาก) ดังนั้นการใช้ online word processing ที่มีข้อจำกัดด้านฟอร์แมตจึงไม่เป็นปัญหาสำหรับผม

ขั้นถัดไปคือเลือกว่าจะใช้อะไรซึ่งก็มีตัวเลือกไม่เยอะคือ Google Docs กับ Zoho ซึ่งก็ตัดสินใจง่ายเพราะ GDocs มันเชื่อมโยงกับ Gmail (ถือเป็นการขายพ่วงอย่างหนึ่ง evil พอสมควร) อย่างที่เคยเขียนไปว่า ผมเจอปัญหากับ GDocs บ้าง (Online Office Suites are Not Ready) แต่เป็นปัญหาด้าน import/export ซึ่งไม่ได้เจอทุกวัน

การใช้ online word processing มีข้อดีตรงไฟล์มันอยู่บน cloud หมด เข้าถึงได้ทุกเวลา ไม่ต้องพะวงว่าไฟล์อยู่เครื่องไหน หรือต้องก็อปใส่ thumb drive ติดตัวเวลาเดินทาง (ผมเลิกถือ thumb drive มาหลายปีแล้ว)

ถ้ารักจะใช้ GDocs ก็สมควรอย่างยิ่งว่าจะต้องลง Gears ควบคู่ไปด้วย เพราะจะทำให้เอกสารทั้งหมดของเรานั้นถูกเก็บอยู่ในเครื่อง (แล้ว Gears มันจะ sync กับ cloud ให้เองโดยอัตโนมัติ) เวลาไม่มีเน็ตใช้ จะได้ยังการันตีการเข้าถึงไฟล์เสมอ (แก้ไม่ได้ อ่านได้อย่างเดียว ซึ่งก็โอเคแล้ว)

4) Firefox 3 Places + Foxmarks

ฟีเจอร์ Places ของ Firefox 3 โดยเฉพาะปุ่มดาวบน URL Bar ทำให้ผมเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ bookmark ไปมาก (นับว่าเป็นการ implement ฟีเจอร์ที่ประสบความสำเร็จสมความตั้งใจของคนออกแบบ ที่ดีมากอันหนึ่ง) แต่ปัญหาคือ bookmark จะยังถูกเก็บไว้ในเครื่อง การจะนำไปใช้ข้ามเครื่องก็ลำบาก

ปัญหานี้สามารถแก้ได้ด้วยบริการ online bookmarking หรือ bookmark syncing ซึ่งมีให้เลือกหลายตัว เดิมทีผมใช้ Delicious แต่ว่า extension ของมันกลับไม่ประสานกับ Places ของ Firefox 3 ได้อย่างที่ต้องการ

เคยลองใช้ Weave สุดท้ายก็เลิกไปเพราะคุณภาพของโปรแกรมไม่ค่อยดีนัก (เหมือนโปรแกรมทำเล่นมากกว่าทำจริง) สุดท้ายมาลงตัว ค้นพบว่า Foxmarks (ของ Mitch Kapor คนสร้าง Lotus) เจ๋งกว่าเยอะ เหมือน Weave ทุกประการแต่ใช้งานได้จริงไม่มีพลาด

พอได้คู่ Places + Foxmarks ก็ทำเอาผมแทบจะเลิกใช้ Delicious ไปเลย เพราะว่าเดิมทีตั้งใจใช้ Delicious ไว้เป็น online bookmark ที่เข้าได้จากทุกที่เท่านั้น ไม่ได้มีประสงค์จะใช้ฟีเจอร์ด้าน social เป็นหลัก หลังจากมีวิธีที่ดีกว่าสำหรับ online bookmark ก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะใช้ Delicious ให้ยุ่ง

5) Dropbox

จะเห็นว่าข้อ 3 คือการเก็บไฟล์เอกสารไว้บน cloud ส่วนข้อ 4 คือ bookmark อย่างถัดไปก็คือไฟล์สัพเพเหระทั่วไปไม่แยกชนิด

การแบ็คอัพข้อมูลเป็นปัญหาเรื้อรังที่มนุษยชาติยังแก้ไม่ตก ตามทฤษฎีนั้นควรจะแยกส่วนแบ็คอัพไว้คนละ physical media เพื่อลดความเสี่ยงจากการพัง แต่การไรท์ลง DVD เป็นเรื่องเสียเวลา และผมเป็นคนไม่นิยม external harddisk เพราะว่าขี้เกียจพก (และภายหลังเรียนรู้ว่า ถึงจะเก็บไว้คนละ media แล้ว ก็ใช่ว่าจะรอด)

ทางเลือกสุดท้ายคือ networked backup ซึ่งมีให้เลือกหลายเจ้า แต่ก็ยังยากอยู่ดี เพราะโซลูชันออนไลน์แบ็คอัพที่มีในตลาดมักจะ 1) ไม่สนับสนุนลินุกซ์ 2) โซลูชันฟรีมีข้อจำกัดด้านจำนวนวัน ไม่ใช่พื้นที่ อันที่เคยลองใช้คือ Mozy แต่ก็ยังไม่ถูกใจนัก

ระยะหลังเห็นคนพูดถึง Dropbox มากเลยลองเอามาใช้ดู พบว่า 1) สนับสนุนลินุกซ์ 2) ไม่จำกัดเวลาแต่จำกัดพื้นที่ 2GB ซึ่งก็เหลือเฟือสำหรับไฟล์สำคัญๆ 3) ลักษณะการใช้งานเป็นโฟลเดอร์ธรรมดา ทำให้ประสานเข้ากับ shell ของแต่ละ OS เป็นอย่างดี และอย่างที่ 4) มันเร็วมากแม้ว่าจะใช้อินเทอร์เน็ตเมืองไทย เคยได้ประมาณ 70KB/s

ตอนนี้เลยเก็บไฟล์ที่ต้องการแชร์กันระหว่างเครื่องไว้บน Dropbox ไม่ต้องสนใจว่าจะเมาท์ SMB อย่างไร วาง thumbdrive ไว้ตรงไหน เปิดเครื่องมาแล้ว Dropbox จัดการให้หมด!

6) QuickLook

โดยส่วนตัวคิดว่าเป็นฟีเจอร์อย่างเดียวที่มีประโยชน์ของ Leopard และจะรู้สึกขาดๆ เวลาย้ายมาใช้เครื่องที่เป็นลินุกซ์

7) Flickr Uploadr

เนื่องจากว่าผมถ่ายรูปเยอะ และเลือกใช้ Flickr เป็นจุดหลักในการอัพโหลดภาพ (ขนาดยอมจ่าย Pro ได้ละกัน) แต่จากการทดลองโปรแกรมช่วยอัพโหลดมาหลายตัว พบว่า FlickrUploadr นี่ล่ะดีที่สุด โดยเฉพาะการจัดการ tag กับภาพจำนวนมากๆ นั้นยังหาคนมาเทียบเคียงได้ยาก (ดีกว่า Organizr ของ Flickr เองเสียอีก)

ปัญหาคือไม่มีบนลินุกซ์ และยังหาตัวแทนไม่ได้ ตอนนี้ใช้วิธีเก็บรูปทั้งหมดไว้บนแมคแทน

8) Pidgin/Adium/Gmail voice and video chat Plugin

ปัญหาของการใช้ IM บนแมคและลินุกซ์คือ มันจะขาดฟีเจอร์ที่ชาวบ้านบนวินโดวส์เขามีกัน ฟีเจอร์พวก glitter นั้นไม่สำคัญอะไรนัก แต่อันที่สำคัญมากคือ offline message ของโปรโตคอล MSN ซึ่งจะทำให้เราพลาดการสื่อสารบางอย่างไป

ตอนนี้ libpurple ตัวใหม่สนับสนุนฟีเจอร์นี้แล้ว ทำให้ Pidgin/Adium ไม่มีปัญหาเรื่องนี้อีกต่อไป

โปรโตคอล Gtalk ก็มีปัญหานี้เช่นกัน คือ voice chat ใช้ได้เฉพาะ client บนวินโดวส์เท่านั้น (และผมก็ขี้เกียจเปิด Skype ขึ้นมาพูด กว่าจะโหลดเสร็จ) ตอนนี้บนแมคมีทางออกด้วย Gmail voice and video chat คุยได้จากหน้าเว็บโดยตรง แต่บนลินุกซ์ก็ยังเศร้าเหมือนเดิม คาดว่าทางออกจะเป็น Telepathy แต่ต้องรอ Empathy เก่งเท่า Pidgin เสียก่อน

9) Twitter+Twitterfox

คงไม่ต้องพูดถึง Twitter แต่จะพูดถึง Twitter client แทน

เท่าที่ผมลองมาหลายตัว ดีที่สุดคือ Twitterfox แต่บนลินุกซ์มันมีปัญหา Twitterfox ขโมยโฟกัสหน้าต่างอื่น ร้ายแรงระดับไม่สามารถใช้งานได้เลย ต้องปิดทิ้ง และยังหา client อื่นมาทดแทนไม่ได้ ลองมาหลายตัวทั้งพวก Mitter, Gwibber รวมถึงพวกที่เป็น AIR ก็ยังไม่เจอตัวที่โดนใจ

เหมือนว่าหลายข้อที่เขียนมา จะมีปัญหาเดียวกันคือไม่มี-ไม่สมบูรณ์บนลินุกซ์ แพลตฟอร์มลูกเมียน้อยจริงๆ

10) Techmeme

สำหรับคนทำ Blognone แล้วมันคือสวรรค์ชัดๆ

หมายเหตุ: ถ้าเป็นปีที่แล้ว Zotero จะติดอันดับด้วย แต่เผอิญว่าปีนี้ผมไม่ต้องทำวิจัยหรือเปเปอร์ขนาดนั้นอีกแล้ว เลยตัดออกไป