Why Asians Democracy Fails

@ipats [เขียนบล็อกถึง TIME](http://ipats.exteen.com/20090106/entry) ฉบับล่าสุด (เป็น Asian Edition) ว่าด้วยวิกฤตทางประชาธิปไตยของหลายๆ ประเทศในเอเชีย (ไม่ใช่เฉพาะไทย แต่เหมือนว่าไทยจะเด่นสุด) เลยไปตามมาอ่าน ตัวบทความอยู่ที่ [Asia's Dithering Democracies](http://www.time.com/time/magazine/article/0,9171,1869271-1,00.html) แบบสรุปรวบรัด ประชาธิปไตยในเอเชียกำลังมีปัญหา เพราะทัศนคติของคนเอเชียยังมีทัศนคติต่อประชาธิปไตยที่ไม่ครบถ้วนเท่ายุโรป (อันนี้คาดเดาได้) หรืออาฟริกา (อันนี้น่าสนใจว่าเพราะอะไร ในบทความไม่ได้อธิบายประเด็นนี้) > Although the majority of Asians say they support most democratic ideals, their commitment to limits on a leader's power is __far lower__ than that of people polled in Europe or even __sub-Saharan Africa__. คนเอเชียยังมีทัศนคติ "เชื่อผู้นำ ชาติพ้นภัย" อยู่ > This ruler-knows-best attitude can make Asians act more like __subjects__ than __citizens__. เวลาสวิงกลับ มันเลยสุดขั้ว กลายเป็นรักมากห้ามแตะ เกลียดมากขนาดฆ่าทิ้งได้ > Just look at how Bangkok office ladies cheerily handed carnations to the soldiers who carried out a 2006 coup against Thailand's democratically elected leader. When Asians finally do react against their governments, it is often in extremis, anger spilling onto the streets in revolutionary-style rallies. ลักษณะเฉพาะอีกอย่างคือชนชั้นปกครองของเอเชียนั้น จะขึ้นกับชาติตระกูล!!! (TIME ใช้คำว่า dynasty) ตัวอย่างเช่น ตระกูลบุตโตในปากีสถาน ซูการ์โนในอินโดนีเซีย คานที-เนห์รูในอินเดีย ศรีลังกานายกกับปธน เป็นแม่-ลูกกัน ในญี่ปุ่นเอง นายก 3 คนล่าสุดก็เป็นลูก-หลานของอดีตนายกทั้งหมด นายกสิงคโปร์คนปัจจุบัน ลีเซียนซุง ก็เป็นลูกชายของลีกวนยู นอกจากนี้ยังมีกรณีของพรรคที่ครองอำนาจยาวนานมาก เช่น LDP ในญี่ปุ่น และพรรค UMNO ในมาเลเซีย > Other countries are blighted by dynastic democracy, in which the same families — the Bhutto-Zardaris in Pakistan, say — __act as if it is their birthright to lead, and the electorate duly votes them in__. ส่วนเหตุผลนั้น TIME อธิบายว่าเป็นเพราะประชาธิปไตยในเอเชียเริ่มต้นช้ากว่ายุโรปมาก โดยมากเริ่มหลังการได้เอกราชหลังสงครามโลกครั้งที่สอง (ประมาณ 60 ปี เทียบกับฝรั่งเศสทลายคุกบาสติลเมื่อ 230 ปีก่อน) และการจะได้มาซึ่งประชาชนที่เข้าใจประชาธิปไตยนั้น TIME บอกว่า > is only by __going through several electoral cycles__ that democracies can consolidate and grow. แต่ในความเป็นจริง ระหว่างทางของแต่ละ cycle ก็จะเจอรัฐประหารทิ้งไป ประชาธิปไตยครึ่งใบบ้าง etc. ซึ่งก็จะย้อนประเทศกลับไปสู่ยุค "เชื่อผู้นำ ชาติพ้นภัย" เป็นพักๆ แถมบางยุคก็นานเป็น 10-20 ปีด้วย ถ้าเรายึดเอา TIME เป็นสรณะ วิธีแก้ปัญหาดู simple มากๆ คือทำยังไงก็ได้ให้ cycle ของการเลือกตั้งดำเนินไปเรื่อยๆ อย่าให้มีอะไรมาขวาง ปัญหาทางการเมืองก็แก้ด้วยการเมือง (e.g. วิธีทางรัฐสภา) ไม่ใช่อำนาจนอกรัฐธรรมนูญอย่างม็อบ ปิดสนามบิน หรือรัฐประหาร อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้จะดำเนินไปได้ก็ต่อเมื่อ คนในประเทศเชื่อว่าประชาธิปไตยคือทางออกเท่านั้น เพราะจะมีคนบางส่วนที่มองว่า ประชาธิปไตยไม่ใช่ทางออก ตัวอย่างเช่น > "You can't expect us to have a European- or American-style democracy here," says PAD member Visitchai Kemajitpan. "We should have our own __Oriental democracy.__" TIME นั้นวิพากษ์การเคลื่อนไหวของ PAD ไว้ดังนี้ > Hovering in the background is the PAD, which draws its ranks from the very middle class and élite that supported the 1992 democracy movement, and has as its ultimate aim a so-called "New Politics," whose fuzzy, oft-shifting aims have __included the undemocratic step of appointing parliamentarians__ สุดท้าย TIME บอกว่าความหวังที่ช่วยให้คนเอเชียกลับมาเชื่อมั่นในระบบการเลือกตั้งอีกครั้ง คือ ชัยชนะของโอบามา ซึ่งทำให้คนเอเชียหันมามองว่า ใครจะเป็นโอบามาของประเทศเรากันแน่ (hint: โอบามาร์ค?)