Lessig's Framework of Regulation

พยายามนั่งอ่านเปเปอร์สำหรับ literature review เจอเปเปอร์อันหนึ่งใช้กรอบวิเคราะห์เรื่อง regulation (ภาษาไทยน่าจะแปลว่า การควบคุม?) ของ Lawrence Lessig ในหนังสือ [Code and Other Laws of Cyberspace](http://codev2.cc/) เลยมาจดไว้ก่อน ผมพยายามจะอ่านหนังสือของ Lessig ทั้ง Code และ Free Culture มาหลายรอบแล้วแต่ไม่สำเร็จ นอกจากความขี้เกียจส่วนตัวแล้วรู้สึกว่า Lessig ขี้โม้ไปหน่อย เกริ่นนานมากกว่าจะเข้าประเด็นสำคัญ ยังไม่มีอารมณ์ละเมียดละไมอยากอ่านทุกตัวอักษรขนาดนั้น พอมีคนมาสรุปให้เลยสบายไปหลาย Lessig เสนอว่า การควบคุมพื้นที่หรือวัตถุใดๆ (เช่น ประเทศ หรืออินเทอร์เน็ต) จะสามารถทำได้ 4 วิธี 1. ผ่านกฎหมาย (law) - หรือกฎระเบียบ เป็นคำสั่งที่มีบทลงโทษถ้าฝ่าฝืน และรัฐเป็นผู้ใช้อำนาจนี้ 2. ผ่านกลไกตลาด (market) - โดยใช้ราคาเป็นตัวกำหนด ตามหลักเศรษฐศาสตร์ 3. ผ่านบรรทัดฐานของสังคม (social norm) - ใช้ "ความแปลกแยก" เป็นตัวควบคุม ใครคิดแปลกแยกจากบรรทัดฐานของสังคมจะโดนรังเกียจ เช่น ไม่ยืนในโรงหนังจะโดนปาของใส่ 4. ผ่านสถาปัตยกรรม (architecture หรือ "code" ตามชื่อหนังสือ) - code ในที่นี้หมายถึงข้อจำกัดหรือข้อกำหนดทางเทคนิค ซึ่งถูกสร้างขึ้นอย่างตั้งใจตั้งแต่ตอนออกแบบ ข้อ 4 "code" เป็นประเด็นหลักของ Lessig โดยเขาเสนอว่าพื้นที่ในไซเบอร์สเปซนั้น law ที่เคยใช้ได้ในโลกจริง จะมีประสิทธิภาพลดลงอย่างมาก (ดูจากกรณี YouTube ของพี่ไทยได้ ชัดเจนมากๆ) ดังนั้นสิ่งที่เข้ามาแทนคือ code หรือกฎเกณฑ์ทางคอมพิวเตอร์นั่นเอง ซึ่ง Lessig สร้างสโลแกนของเรื่องนี้ตรงไปตรงมาว่า "code is law" ในเปเปอร์ใช้ตัวอย่างการใช้ regulator ทั้ง 4 แบบกับนักปล่อยสแปมรายหนึ่ง 1. กฎหมายสแปม เอาสแปมเมอร์เข้าคุกได้ (ถ้าจับได้) 2. ถ้าค่าใช้จ่ายในการส่งสแปมสูง (เช่น ค่าคอม ค่าอินเทอร์เน็ต) หมอนี่อาจจะเลิกส่งสแปมได้ 3. ถ้าเพื่อนรู้ว่าเป็นนักส่งสแปม อาจเลิกคบ พ่อแม่รู้อาจตัดจากกองมรดก 4. ISP อาจกำหนดว่า ห้ามผู้ใช้หนึ่งคนส่งเมลได้เกินกี่ฉบับต่อวัน เพื่อเป็นการล้อมกรอบสแปม ตัวอย่างอีกอันเสนอว่า ถ้าเอาโมเดลนี้ไปมองเรื่องการส่งเสริมประชาธิปไตยด้วยอินเทอร์เน็ต วิธีที่ 4 "code" คือ เทคนิคการเข้ารหัสลับ (encryption) ซึ่งจะช่วย NGO ต่อสู้กับรัฐบาลเผด็จการ และในมุมกลับกัน การเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ต (filtering) จะช่วยให้รัฐบาลกดหัวฝ่ายตรงข้ามได้ง่ายขึ้น (เช่น กรณีจีนกับทิเบต หรือฝ่าหลุนกง) สำหรับผู้สนใจ [เปเปอร์หาอ่านได้ที่นี่](http://mikeb.inta.gatech.edu/uploads/papers/democratic.best.wade.pdf) (PDF) มาจาก Gatech
Submitted bybact'on Sun, 05/25/2008 - 15:06

อืมม regulation นี่เป็น ระเบียบข้อบังคับ หรือ การวางระเบียบข้อบังคับ

คือไม่ได้ไป 'ควบคุม' ในแง่ 'ให้ทำ' อย่างนั้นอย่างนี้
แต่ 'คุม' 'ไม่ให้ทำ' อย่างนั้นอย่างนี้

Submitted bymarkpeakneton Sun, 05/25/2008 - 15:40

ผมเลือกไม่ใช้คำว่า "ระเบียบข้อบังคับ" เพราะตามความหมายของภาษาไทยแล้ว มันจะเท่ากับ law เพียงอย่างเดียว ซึ่งผิดความหมายไป

แต่ก็เห็นด้วยว่า "ควบคุม"​ มันไปชนกับคำว่า control