My Leopard Review

เคยเขียน[ความรู้สึกเกี่ยวกับ Leopard](http://www.isriya.com/node/1635) ไปตอนช่วงที่มันเปิดตัว และลงความเห็นว่าไม่คุ้มอัพเกรดเท่าไรนัก อย่างไรก็ตามเกิด[เหตุไม่คาดฝัน](http://www.isriya.com/node/1755) ทำให้ต้องซื้อคอมใหม่ (และได้ Leopard ติดมาโดยปริยาย -- อ่านว่า "เล็พเพิร์ด" นะครับเดี๋ยวมีคนมาจับผิด อิอิ) ใช้ Leopard มาได้นาน 3 เดือนจนลืมเรื่องนี้ไปแล้ว เผอิญ[สหาย @pittaya ถามมาใน Twitter](http://twitter.com/pittaya/statuses/810479505) ว่าเป็นเช่นไร เลยคิดว่าบล็อกเก็บไว้หน่อยก็ดีเหมือนกัน เรียงฟีเจอร์ตามบล็อกอันเก่าละกันนะ * Stack - ไม่ได้ใช้เลย แถมใน 10.5.0 กับ 10.5.1 นั้นเรียงเป็นเมนูแบบเก่าไม่ได้ด้วย เพิ่งมาได้ใน 10.5.2 สรุปว่าเวลาจะหาไฟล์ เปิด Finder ขึ้นมาอย่างเก่า (เพราะบางทีเราต้องการจะย้ายไฟล์ ลบไฟล์ด้วย ถ้าใช้ Stack จะต้องมานั่งคิดก่อนว่า คราวนี้จะทำอะไรกับไฟล์หรือเปล่า) หรือถ้าเป็นไฟล์ดาวน์โหลดมา ก็คลิกจากไดอะล็อก Download ของ Firefox โดยตรง * 3D Dock - ไม่เลวร้ายอย่างที่คิด ใช้ไปแล้วเริ่มคุ้นบ้าง แต่ในบางกรณีถ้าเปิดหน้าต่างซ้อน Dock จะรู้สึกว่าเงาของไอคอนที่ฉายตรงมันไม่สวย และลูกกลมๆ ฟ้าๆ มันดูยากกว่าสามเหลี่ยมดำ * Finder Sidebar - ไอคอนแต่ละอันเล็กลงทำให้ใส่ไอคอนได้เยอะขึ้น (แต่ในกรณีของ File Open/Save Dialog มันจะล้น) ส่วนฟีเจอร์ Search For ซึ่งเป็นการค้นหาตามเวลานั้น ไม่เคยได้ใช้เลย * อีกอันที่ชอบคือ ใน Open/Save Dialog นั้นจะเชื่อมกับ Library ของ iTunes/iPhoto ให้ ซึ่งทำให้เลือกไฟล์ภาพเวลาอัพโหลดได้สะดวก เพราะใน iPhoto ตัวหลังๆ ที่มันใช้โครงสร้าง Library แบบใหม่ พอเปิดตรงๆ ด้วย Finder ใน Tiger มันเปิดไม่ได้ * Cover Flow - ไม่ได้ใช้เลยแม้แต่น้อย บน iTunes เองยังแทบไม่ใช้ * Back to My Mac - ไม่ได้ใช้ตามคาด * Spotlight - เร็วขึ้นมาก ส่วนมากใช้หาคำในไฟล์ PDF และอีกอันที่ใช้บ่อยผิดคาด คือหาคำศัพท์ในพจนานุกรม (ภาษาอังกฤษ) เวลาไม่ได้ต่อเน็ต * QuickLook - ฟีเจอร์นี้ใช้คุ้มสุดใน Leopard เสียอย่างเดียวว่าเวลาเข้าโหมด Full Screen ไม่สามารถเลื่อนซ้ายขวาไปดูไฟล์ที่ไม่ได้เลือกไว้ล่วงหน้าได้ (แปลว่าเอามาอ่านการ์ตูน scanlation ได้ลำบาก เพราะต้อง Cmd+A เลือกไฟล์ทั้งหมดก่อนทุกครั้ง ค่อยกด Space) * Time Machine - ไม่ได้ใช้ * Mail.app - ไม่ได้ใช้ หลังๆ มา Gmail มันสามารถพอจะแทน mail client ได้แล้ว ส่วนเมลมหาลัยนานๆ เปิดทีด้วย Thunderbird * iChat - ไม่ได้ใช้ ใช้ Adium * Spaces - ใช้บ้าง แต่รู้สึกว่า implementation ของแอปเปิลสู้ฝั่งลินุกซ์ไม่ได้ คือย้ายหน้าต่างข้าม workspace ได้ยาก ต้องเปิดโหมด Spaces มาแล้วลาก หรือไม่ก็ลากไปที่ขอบๆ ให้มันเลื่อน แต่ไม่มีเมนูคลิกขวาสั่งย้ายทันทีแบบของลินุกซ์ * อีกอย่างก็คือ metaphor ของ Spaces มันจะขัดแย้งกับ Expose แบบแสดงทุกหน้าต่างอยู่บ้าง คือเวลาเราลากเมาส์เข้ามุมเปิด Expose ทุกหน้าต่าง เราจะคิดถึง "หน้าต่างทั้งหมดที่มี" แต่เอาจริงแล้วมันเป็นเฉพาะหน้าต่างใน workspace เดียวเท่านั้น * Safari 3 - ถ้ารู้จักกับ Awesome Bar ใน Firefox 3 แล้ว จะใช้เบราว์เซอร์ตัวอื่นไม่ได้อีกต่อไป * Boot Camp - ไม่ได้ใช้ พบว่า [VirtualBox](http://www.isriya.com/node/1847/virtualbox-on-mac) สะดวกกว่ามากเวลาต้องการทดสอบ * Address Book - ปัญหาเรื่อง address book นี่ไว้เขียนเป็นตอนแยกอีกที * iCal - เก็บลง Google Calendar สะดวกกว่า มันเมลมาเตือนให้ด้วย ดูที่ไหนก็ได้ * Terminal 2 - ใช้ iTerm แทน * TextEdit - ผมพบว่า TextEdit ใน Leopard ตัดคำภาษาไทยได้แย่มากๆ เขียนไปยาวหน่อยมันจะช้าจัดๆ (ภาษาอังกฤษไม่เป็น) สรุปว่าพวกฟีเจอร์แทบไม่ได้ใช้เลย สำคัญอันเดียวคือ QuickLook ที่เข้าท่าจริงจัง แต่ประสิทธิภาพโดยรวมก็ดีขึ้น รู้สึกว่ามันลื่นขึ้น (แต่แน่นอนผมเปลี่ยนเครื่องด้วย) ถามว่าดีกว่า Tiger ไหมก็บอกได้ว่าดีกว่า (แต่ไม่มาก) ถ้าให้เสียเงินซื้อราคาเต็ม ผมคงไม่จ่าย แต่ถ้าได้ฟรีแบบนี้ก็โอเคแหละ
Keyword
Submitted bypittayaon Wed, 05/14/2008 - 08:36

ปัญหาคือว่ามันมี ปัจจัยภายนอก อื่นอีกที่บังคับกลายๆ ให้ต้องอัพเกรด อย่างโปรแกรมหลายตัวที่ออกมา เริ่มมีพวกที่เฉพาะ leopard only ออกมาบ้างแล้ว รวมถึงการเขียนโปรแกรมบน iphone ก็ยังบังคับว่าต้องเป็น leopard

แต่ก็รู้สึกเหมือนกันว่ามันไม่ค่อยคุ้มตังค์อัพเกรดเท่าไหร่

Submitted bymarkpeakneton Wed, 05/14/2008 - 13:17

@pittaya รู้สึกเหมือนกันว่า มันแอบ evil พอใช้ได้

Submitted byezyon Sat, 05/17/2008 - 09:29

ผมกลับใช้ Stack เยอะนะ เพราะพวกโปรแกรมเป็นชุดๆ มักจะถูกยัดใส่ Folder อะไรซักอย่าง แล้วก็ลากทั้ง Folder ใส่ Stack ได้เลย (ประหยัดพื้นที่บน Dock)

เรื่อง Spaces - All Windows ค่อนข้างเห็นด้วยครับว่ามันน่าจะเป็น All Windows in all Spaces มากกว่า แต่เข้าใจว่าเหตุผลน่าจะเพื่อให้สอดคล้องกับวิธีการย้ายหน้าต่างระหว่าง Spaces แบบที่ใช้กันอยู่ แต่ถ้าเพิ่มวิธีการย้ายหน้าต่างแบบที่ Linux ใช้กัน ก็ยังสงสัยว่าจะเอามันไปยัดไว้ที่ไหนล่ะ?

ผมใช้ Space เยอะมากเลยนะ
แยกหน้าจอแบ่งไปเลย อันนี้เปิดเว็บ อันนี้เพลง อันนี้งาน
แล้วเซ็ทให้เข้าสเปซโดยการบีบเมาส์ (ปุ่มตรงกลางข้างๆตัวเมาส์)
ใช้บ่อยๆแล้วสะดวกดี บีบๆ วี๊บๆ เด้งไปมา ลูกค้ามาเห็นฮือฮาวี้ดวิ้ว