BTD3 Notes

ตอนแรกว่าจะไม่เขียนเอง แต่วันนี้ได้คุยกับ อ. รวิทัต เรื่องงานเมื่อวาน ก็มี remark ที่น่าสนใจหลายอย่าง

  • เป็นงานที่ดีมีประโยชน์ ได้ความรู้+แรงบันดาลใจ แต่ทำอย่างไรเราจะทำให้ประโยชน์อันนี้กระจายไปได้ถ้วนทั่ว ไม่ใช่เฉพาะแต่ในเกษตร เด็กตามมหาวิทยาลัยอื่นๆ ยังมีปัญหาเรื่องความแตกต่างของอุปกรณ์-สภาพแวดล้อมในการเรียนรู้อีกมาก
  • ปัญหาข้างต้นในแง่เนื้อหา สามารถแก้ได้โดยถ่ายวิดีโอแล้วเอาขึ้นเว็บ/torrent แต่มันก็ไม่ครอบคลุมทั้งหมด ยังไม่สามารถทดแทนในเรื่องบรรยากาศ หรือโอกาสในการพบปะพูดคุยกันระหว่างงานได้ เพราะอันที่มันจะได้จริงๆ ก็คือการพูดคุยวงเล็กแบบยาวๆ หลังเลิกงานนี่ล่ะ
  • จากประสบการณ์ของผม แนวทางที่ถูกต้องคือจัดเล็กๆ แต่บ่อยๆ เพราะมันมีเรื่องของความสนิทสนม การปรับความคิดเข้าหากัน การถกเถียงและให้เวลาครุ่นคิด (ก่อนจะกลับมาถกเถียงใหม่) อยู่มาก โจทย์ก็คือทำยังไงเราจึงจะสร้าง meeting group แบบนี้ให้เกิดในทุกที่พร้อมๆ กันได้
  • meeting group แบบนี้เป็นเรื่องธรรมดาในเมืองนอก ตามคณะหรือภาควิชา อาจารย์มักเป็นคนจัดเองทุกสัปดาห์ อาจมีพูดคุยสนทนา รีวิว paper หรือรีวิวหนังอะไรก็ว่าไป สิ่งสำคัญไม่ใช่อยู่ที่เนื้อหาว่าคุยอะไรกัน แต่เป็นการบังคับ+เปิดช่องทางแบบอ้อมๆ ให้เด็กได้ฝึกกระบวนการคิดแบบต่อเนื่อง (และมีคนคอยรีวิว ทั้งที่เป็นอาจารย์ และเป็น peer-review) มากกว่า
  • เมืองไทยมีแบบนี้น้อยมาก ที่ผมรู้จักก็มีแค่ อ. มะนาวกับ อ. เดฟกำลังพยายามสร้างอยู่
  • ประเด็นเริ่มแตกไปเป็นว่า ทำไมการเรียนรู้ในห้องเรียนเมืองไทย มันถึงเป็นขั้นตอน มีขอบเขตชัดเจนมากๆ ทำไมเราไม่เรียนแบบเพลโต ที่ออกไปนั่งเรียนใต้ต้นไม้ ชี้กอหญ้าก็สามารถถกความรู้ได้เป็นสัปดาห์
  • ยกตัวอย่างกันว่า ทำไมเราไม่สามารถเรียนรู้จากการ์ตูนได้ (อย่างเปิดเผยและได้รับการยอมรับ) อย่างเรื่อง User-generated Content เอาจริงแล้วมันก็คือบอลเก็งกิ หรือแนวคิดการรีดจักระใน Naruto มันก็ logical มากๆ และใช้จริงในทางวิศวกรรม
  • เอาแบบสรุปๆ คือจากการพูดคุยครั้งนี้ ผมตระหนักว่าเรื่องโอกาสทางการศึกษาเป็นเรื่องเร่งด่วน คงต้องทุ่มน้ำหนักให้กับ Blognone Ed และ Roadshow ให้มากขึ้น อันนี้ก็ต้องขอความช่วยเหลือจากอาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ (ที่อาจอ่านบล็อกนี้อยู่) ด้วย

ป.ล. ผมกับ อ. เดฟ ค้นพบว่า ต่างฝ่ายต่างหัวเราะก๊าก กับมุกน็อตโอริฮารูกอนของ sugree (ในห้องคงมีคนเก็ตมุกนี้ไม่มากเท่าไร)

Submitted byFord AntiTruston Sun, 08/26/2007 - 23:47

มุขน็อต 4 ตัวนี่ฮามาก คิดได้ไง ;P

Submitted byfake-or-deadon Mon, 08/27/2007 - 00:07

ฮาเหมือนกันครับ

ธาตุที่แกร่งที่สุดในจักรวาล >.<

Submitted bypittayaon Mon, 08/27/2007 - 07:46

sugree เค้าพูดมาสองชื่อนะ Mithril กับ โอริฮารูกอน

Submitted bywiennaton Mon, 08/27/2007 - 08:26

ผมได้ยิน โอริฮารูกอน ไม่ชัด ได้ยินเป็น โอริเดคอนไปซะงั้น แต่มิธริล นี่ได้ยินชัดเจนเปลี่ยน

Submitted bymkon Mon, 08/27/2007 - 10:00

pittaya: Mithril ใน FF มันของกระจอกอันดับต้นๆ ไง แต่โอริฮารูกอนนี่เทพสุดใน DQ

Submitted byเหมียวon Tue, 08/28/2007 - 00:57

อ้อ เพิ่งมาเก็ตตอนอ่านในวิกินี่เอง
ขอฮาย้อนหลังละกัน :D

Submitted bysugreeon Tue, 08/28/2007 - 20:05

ผมพูดเร็วไปหน่อยมั๊งครับ แฮ่ะๆ ผมชอบโอริฮารูกอนมานาน ยังหวังว่าไอ้น็อตนี้จะเป็นของจริง ตามหลักแล้วแรงกดไม่ควรจะมีผลให้น็อตหัก แต่ถ้าโดนเฉือนก็ไม่แน่ ถ้าตู้เอียงก็มีสิทธิ์โดมิโน