Military Reform

เผอิญได้ไปอยู่ในวงเสวนาที่มีคนเสนอว่า "การปฎิรูประบบทหาร" เป็นภารกิจเร่งด่วนในการแก้ปัญหาไฟใต้ เลยมาจดไอเดียไว้กันลืม

เรื่องเทคโนโลยีแบบกองทัพสหรัฐนั้นใครๆ ก็คิดได้ และเราไม่มีเงินพอที่จะสร้างกองทัพที่มีประสิทธิภาพขนาดนั้น ข้อเสนอในวงเสวนาจึงเน้นไปที่การจัดองค์กรของกองทัพ

  • ยกเลิกระบบเกณฑ์ทหาร (draft/conscript) มาสู่ระบบทหารอาชีพ
  • ลดขนาดกองทัพลง โดยต้องหาทางลงที่สานผลประโยชน์ลงตัวให้กับนายพลรุ่นเดอะด้วย
  • ทำลายระบบศักดินาในกองทัพ ที่นายร้อย จปร. เท่านั้นถึงจะได้คุมกำลังพล
  • (ข้อนี้แถม): ย้ายกองพลประจำการ 3 กองพลในกรุงเทพออกไปไกลๆ เพื่อลดศักยภาพในการรัฐประหาร

กองทัพสหรัฐมีเป้าหมายง่ายๆ แต่ชัดเจนมากว่า "ปกป้องผลประโยชน์ของประชากรอเมริกัน" ผมยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเป้าหมายของกองทัพไทยคืออะไร รู้แต่เพียงว่ามันคงเศร้ามาก ถ้าทหารบ้านเราอยากเป็นแค่ม้าที่รอจ๊อกกี้ใหม่ไปเรื่อยๆ

ป.ล. อยากได้ความเห็นจากทหารตัวจริงอย่างคุณ bow_der_kliene อย่างมาก

ไม่รู้สิ เห็นด้วยหลายข้อ แต่ ข้อที่ นายร้อย จปร เนี่ย ไม่เห็นด้วย

ผมว่ามันเหมือนเป็นกฏ กา่รไปเรียน นายร้อย จปร ตอนที่เป็นวัยรุ่นเนี่ย
มันเป็นเหมือนการติดคุกของวัยรุ่นเลยทีเดียว

ลองย้อนกลับไปดู ในสมัย ม.ปลาย ยัน เรียน มหาลัย เราอยากกินเหล้าให้เมา
นอนอ้วกก็ทำได้ อยากเล่นเกมส์ยันเช้า เบื่อๆ เรียน ก็โดด เรียนไปเที่ยว ก็ทำได้
แต่คิดถึง สิ่งที่ นนร เจอ เนี่ย มันเป็นกฏ เวลาเรียน ก็มีรุ่นพี่ มีชั้นปี ทะลึ่ง ด่ารุ่นพี่ก็ไม่ได้
พอเป็นพี่ ก็ต้องดูแลน้อง ในฐานนะน้อง ก็ต้องเชื่อฟังพี่

เตรียมทหาร -> จปร -> ร้อยตรี
ม.ปลาย->ป.ตรี -> ร้อยตรี
ผมว่าผมเห็นความแตกต่างของคุณค่าของคนนะ ในจุดนี้

โดยส่วนตัว ผมยังสนับสนุน ให้ จปร เท่านั้นที่มีสิทธิ์ คุมกำลังพล

Submitted byPaePaeon Sat, 03/24/2007 - 11:31

ของอเมริกานี่ คนคุมกองทัพบกต้องจบเวสต์พอยนต์เท่านั้นหรือเปล่า ?

คิดออกอย่างนึงว่า เพื่อให้ผ่านการเป็นศิษย์ในสมเด็จพระเทพฯ ด้วยหรือเปล่า ?
อาจจะไม่เกี่ยวโดยตรง แต่คงยกมาอ้างได้เหมือนกัน

ก่อนอื่นต้องถามก่อนครับว่า ผู้เข้าร่วมเสวนามีใครบ้าง

สำหรับข้อหนึ่งกับข้อสองมันสัมพันธ์กันครับ เรื่องกำลังพลมันเป็นปัญหาของกองทัพทั่วโลก กองทัพที่ดีควรมีกำลังพลเป็นรูปสามเหลี่ยม ยศสูงคนน้อย ยศต่ำคนเยอะ ที่เมืองไทยตอนนี้เป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมูสองรูปชนกัน คือ ยศน้อยคนเยอะ ยศกลาง ๆ คนน้อย แล้วยศสูงคนก็เยอะอีกรอบ

การแก้ปัญหาที่ผมได้เห็นจากกองทัพเยอรมันคือ ระบบเกณฑ์ทหารยังต้องคงอยู่ครับ เพราะพลทหารควรเป็นทหารที่มีจำนวนที่มีมากที่สุดในกองทัพ ระบบเกณฑ์ทหารทำให้กองทัพมีจำนวนพลทหารมาก ราคาถูก และลดขนาดกองทัพในยศระดับกลาง (จ่า และนายสิบ)

ส่วนทหารยศอื่น ๆ ต้องแบ่งเป็นสองรูปแบบคือ ทหารตามระยะเวลา เป็นทหารสิบปี สิบสองปี แล้วออกจากกองทัพ หากอยากเป็นทหารต่อ ก็ต่อสัญญาเป็นทหารอาชีพ เป็นจนกว่าจะเกษีร วิธีนี้ช่วยให้เราลดขนาดกองทัพในยศระดับสูงได้ และกองทัพเป็นรูปสามเหลี่ยมมากขึ้น

ส่วนข้อสามเป็นปัญหาระดับปรัชญาครับ มันโยงกับเรื่องการจัดกำลังพลด้วย คนที่เรียนจบโรงเรียนเหล่าไม่มีใครอยากออกจากการเป็นทหารหรอกครับ เพราะกว่าจะได้เป็นนายร้อยเสียเหงื่อไปหลายปี๊บ เป็นเหตุให้กองทัพไทยเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมูสองรูป อย่างที่กล่าวไปข้างต้นครับ

เรื่องโรงเรียนเหล่าทัพเป็นเรื่องที่ผมหยิบเอามาขบคิดค่อนข้างบ่อย โรงเรียนเหล่าทัพ และโรงเรียนเตรียมทหารเป็นสถาบันที่ก่อตั้งมาแล้วหลายทศวรรษ โจทย์ในการก่อตั้งก็เป็นโจทย์ในสมันนั้น เป็นโจทย์เดียวกับที่ ทำไม่เราต้องเคารพธงชาติวันละสองครั้ง ทำไมนักเรียนต้องแต่งเครื่องแบบไปโรงเรียน ทำไมเป็นคนไทยต้องรักชาติ ทำไมแบบเรียนประวัติศาสตร์ไทยจึงเป็นอย่างทุกวันนี้ ส่วนความเหมาะสมของการเอาคำตอบที่คิดขึ้นในสมันนั้น มาแก้โจทย์ในสมัยนี้ ผมขอเลี่ยงที่จะแสดงความคิดเห็น

ดังนั้นข้อเสนอของ mk ที่ว่า ทำลายระบบศักดินาในกองทัพ ที่นายร้อย จปร. เท่านั้นถึงจะได้คุมกำลังพล ก็ต้องเข้าไปศึกษาระบบของโรงเรียนเหล่าทัพดูครับ หากเสนอเรื่องนี้กับทางกองทัพ เสียงสะท้อนที่ได้รับก็จะพอ ๆ กับ เวลาเราเสนอแนวคิดเรื่องเปลี่ยนแบบเรียนประวัติศาสตร์ คนไทยไม่ต้องรักชาติ นักเรียนไม่ต้องแต่งเครื่องแบบ และเลิกเคารพธงชาติวันละสองครั้งกับคนไทย เพราะปรัชญาในการคิดเป็นปรัชญาเดียวกันทั้งหมด

ส่วนข้อเสนอสุดท้าย เห็นด้วยครับ เป็นผลดีทั้งในทางเศรษฐกิจและการเมือง แต่โจทย์ที่ตามมาก็จะเป็น เราจะป้องกันเหมืองหลวงของเราได้อย่างไรแทน

Submitted bymkon Sat, 03/24/2007 - 18:42

bow_der_kleine: ตอบแบบนี้เยี่ยมมากครับ จริงๆ พวกนี้ไม่ใช่ไอเดียของผมซักกะอัน แค่ดันไปอยู่ในวงเสวนาที่เค้าคุยกันเรื่องนี้ แล้วเห็นว่าน่าสนใจเท่านั้นเอง

ขอขยายความข้อ 2 (ซึ่งเกี่ยวกับข้อ 3) ด้วย แนวทางที่มีคนเสนอคือโยกบรรดานายพลระดับสูงออกจากกองทัพ โดยมีสถาบันอื่นๆ (ที่มีเกียรติและศักดิ์ศรีทัดเทียมกัน แต่พลังและอำนาจต่างออกไป) มารองรับ จะให้ดีควรจะมาแนวสถาบันทางการศึกษา/ยุทธศาสตร์ (อย่าง วปอ. หรืออื่นๆ)

ต่อเนื่องด้วยการทำแบบนี้ได้ ต้องมี "อำนาจรัฐ" เสียก่อน ซึ่งแก้ได้ด้วยการเลือกตั้งทันที

Submitted bymkon Sat, 03/24/2007 - 18:43

ผมลืมตอบข้อแรก วงเสวนามีรายละเอียดตามนี้ เดี๋ยวจะส่งคอมเมนต์คุณ bow ให้กับผู้ร่วมเสวนาคนอื่นๆ มาอ่านด้วยเลย

Submitted byfatroon Sun, 03/25/2007 - 04:03

คุณครู: เด็กๆโตขึ้นอยากเรียนอะไรจ๊ะ..

เด็กชาย: อยากเป็นนักเรียนนายร้อยครับ

คุณครู: ทำไมล่ะจ๊ะ

เด็กชาย: พอเรียนจบแล้ว จะเป็นอะไรก็ได้ จะเป็นนายก เป็นคนล้มนายก เป็นคนบงการ หรือจะเป็นอดีตนายกก็ได้ เย้..

ปล.ขอยืมพื้นที่ขบหน่อยนะครับ จริงๆแล้วบ้านผมสายทหารนะพึ่งมีรุ่นพ่อกับผมที่นอกแถว

Submitted bybact'on Sun, 03/25/2007 - 20:52

bow_der_kleine :
โรงเรียน/มหาวิทยาลัยทหารที่เยอรมนีเป็นอย่างไรบ้างครับ ?
(อย่างที่มิวนิคเป็นอย่างไร ? ที่ฮัมบวร์กเป็นอย่างไร ? แตกต่างกันยังไง ?)

แล้วระบบทหารเยอรมัน ประเทศที่มีประวัติศาสตร์การเมือง/สงครามโชกโชนยาวนาน เป็นอย่างไรบ้างครับ ?
(น่าจะมีอะไรเป็นอิทธิพลถึงเมืองไทยไหม ? เห็นมีนักเรียนทหารไทยไปเยอรมนีตั้งแต่สมัยยังเป็นปรัสเซียแล้ว)

ขอบคุณครับ