Scifi

Children of Dune

ความเดิม: [Dune Messiah](http://www.isriya.com/node/512/dune-messiah) เล่มสามในซีรีย์ [Dune](http://www.isriya.com/tags/dune) ได้เล่มนี้มาพร้อมๆ กับ [Xenocide](http://www.isriya.com/node/2601/xenocide) (เล่มสามในซีรีย์ Ender) จาก[งานหนังสือรอบมีนาคม 2009](http://www.isriya.com/node/2541/book-fair-list-20091) ทั้งที่เป็นเล่มสามในซีรีย์ Scifi ชื่อดังเหมือนกัน ความต่างคือ ผมอ่าน Xenosaga จบภายในเวลาสองวัน ในขณะที่ใช้เวลาเป็นเดือนในการอ่าน Children of Dune ประสบการณ์ในการอ่าน Dune เล่มแรกของผมนั้นน่าประทับใจมาก ธีมหลักของเรื่องคือการชิงอำนาจกันบนดาวเคราะห์ทราย "อาร์ราคิส" โดยมีระบบจักรวาลที่ซับ

Xenocide

ติดค้าง @sugree กับ @wiennat ไว้หลายวัน จริงๆ อยากเขียนถึง Speaker for the Dead ก่อนแต่ว่าไม่มีเวลาไปอ่านย้อนสักที ถ้าทิ้งไว้แบบนี้จะทำให้ Xenocide พลอยไม่ได้เขียนไปด้วย ก็เอาเสียเลยละกัน ไว้มีโอกาสค่อยว่ากันใหม่ คำเตือน: สปอยล์แน่นอน * ปมหลักของภาคนี้เป็นการเล่นกับแนวคิด [Hierarchy of Alienness](http://en.wikipedia.org/wiki/Hierarchy_of_Alienness#Hierarchy_of_Alienness) ของวาเลนไทน์ โดยเฉพาะ "รามาน" กับ "วาเรลซี" ต่อจากที่วางไว้ใน Speaker แต่ขยายดีกรีของมันขึ้นไปอีก โดยเพิ่มสายพันธุ์รูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเดสโคลาดา (ไวรัส) เจน (คอมพิวเตอร์) เข้าไปอีก จากเดิมที่สนใจเฉพาะพิกกินและพวกแมง * ผม

Petition for "Children of The Mind" Translation

จาก[บล็อกของ sugree](http://sugree.com/node/453) ร่วมลงชื่อสนับสนุนการแปล [Children of the Mind](http://en.wikipedia.org/wiki/Children_of_the_Mind) (เล่มต่อของ Xenocide "วิถีล้างพันธุ์") เป็นภาษาไทยได้ที่ [http://tinyurl.com/childrenofthemind](http://tinyurl.com/childrenofthemind) เมื่อวานเจอ อ. ยรรยง เต็งอำนวย ผู้แปล ที่งาน [Jaunty Release Party](http://ubuntuclub.com/node/1367) ของ Ubuntuclub (อ. ใช้ Ubuntu 8.04 บน Thinkpad ครับ) เลยได้คุยกับแกนิดหน่อย อ.

Battlestar Galactica: End

อ่านเจอจาก [Slashdot](http://entertainment.slashdot.org/article.pl?sid=09/03/22/153245) จบแล้วแฮะ 4 ซีซัน กับอีก 1 side-story คือ Caprica (เป็น prequel) และตอนพิเศษยิบย่อยอีกพอสมควร ผมดูแต่ซีซัน 1 (บล็อกเก่า [1](http://www.isriya.com/node/605/battlestar-galactica), [2](http://www.isriya.com/node/606/battlestar-galactica-2)) ต้องบอกว่ามันส์สุดยอด! มันส์กว่า Star Trek เสียอีก (แต่โปรดิวเซอร์คนเดียวกันนะ Ron Moore ซึ่งโปรดิวซ์ Star Trek TNG ภาคพิคาร์ดเป็นต้นมา) อ๊าก อยากดู... ป.ล.

Ender's Game, 2nd Time

เชื่อว่าสิ่งคนที่อ่าน Speaker for the Dead (ชื่อไทย: วาทกะแด่ผู้ล่วงลับ) ทุกคนจะต้องทำ คือกลับไปอ่าน Ender's Game ซ้ำอีกรอบ หมายเหตุ: [เคยเขียนถึง Ender's Game ไว้แล้ว](http://www.isriya.com/node/1430/enders-game) ที่ต้องกลับไปอ่านซ้ำก็เพราะว่าเริ่มแรก Orson Scott Card นั้นอยากเขียนเรื่อง Speaker for the Dead แต่เขาไม่สามารถหาแรงจูงใจที่ดีของตัว "วาทกะ" หรือ speaker ในการ 'speak for the dead' ได้ ทางออกในเชิงการประพันธ์ของเขาคือเขียน prequel ประวัติชีวิตของวาทกะขึ้นมา ซึ่งมันออกมาเป็น Ender's Game นั่นเอง (รายละเอียดตรงนี้อยู่ในคำนำของ Speaker for the Dead) ตอนผมอ่าน Ender's Game จบมีความรู

Xenocide

เขียนเรื่อง Ender's Game ไปแล้วสองตอน: [Ender's Game](http://www.isriya.com/node/1430/enders-game), [Ender's Blog](http://www.isriya.com/node/1931/enders-blog) ที่มาจาก [paepae](http://paepae.exteen.com/20081001/xenocide-ender-3) ครับ ตามไปอ่านรายละเอียดกันเอาเอง แบบสรุปๆ คือ สำนักพิมพ์ ASK Media จะแปล+พิมพ์เรื่อง Xenocide ซึ่งเป็นเล่มสามของไซไฟซีรีย์ Ender แต่พิเศษหน่อยตรงพิมพ์ on demand เท่านั้น ไม่มีวางขายทั่วไปเพราะว่าขายได้น้อย กำหนดออกปีหน้าประมาณมีนา-เมษายน เลยมาช่วยประชาสัมพันธ์ว่า ถ้าใครชอบอ่านนิยายไซไฟ ก็ช่วยกันสั่งซื้อหน่อย สำนักพิมพ์จะได้อยู่ได้ และมีกำลังมาพิมพ์ชุด Ender ที่เหลื

Decaying Empire

อ่านบทความ [คุณทักษิณ เอาชีวิตไว้ในกำมือผู้อื่น ก็ต้องเจ็บปวดอย่างนี้แหละครับ](http://thaifreenews.com/?name=politics&file=readpolitics&id=299) ของคุณ ลูกชาวนาไทย ที่ Thai Free News มีประโยคนึงสะดุดตามาก > __แต่ "จักรวรรดิที่เสื่อมโทรมก็ยังมีพลังอยู่"__ ชื่อบุคคลคนหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวทันที ซึ่งพูดถึงความเสื่อมโทรมของจักรวรรดิแล้ว ไม่มีทางเป็นคนอื่นไปได้ ผมเชื่อว่ามีคนคิดเหมือนกันแน่นอน ถูกแล้วครับ เขานั่นเอง [ฮาริ เซลดอน](http://en.wikipedia.org/wiki/Hari_Seldon) Foundation เป็นนิยายวิทยาศาสตร์ที่เจ๋งมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมา อาจเป็นเพราะนิยายวิทยาศาสตร์ทั่วไปพูดถึงวิทยาศาสตร์กาย

Ender's Blog

(สปอยล์) ว่าจะเขียนถึงเรื่องนี้ตั้งแต่อ่าน [Ender's Game](http://www.isriya.com/node/1430/enders-game) จบแต่ก็ลืม เผอิญวันนี้หาข้อมูลเรื่อง [Hegemony](http://en.wikipedia.org/wiki/Hegemony) แล้วมีพูดถึง [Peter Wiggin](http://en.wikipedia.org/wiki/Peter_Wiggin) พี่ชายของ Ender เลยนึกออก นิยายไซไฟส่วนมากมักมีคอนเซปต์หรือไอเดียทางวิทยาศาสตร์ที่ "จับต้องได้" คือมีหน้าตาเป็นรูปเป็นร่างออกมาให้เห็น (เช่น อาวุธ พาหนะ หรือผลของการเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดๆ เช่น ย้อนเวลาได้ ตัวเล็กลง หนุ่มหรือแก่ขึ้น) นิยายไซไฟที่พูดเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเป็นธีมหลักกลับมีไม่เยอะนัก ที่โดดเด่นและผมเคยอ่านคงมีแค่ Psy

Against Stupidity

เขียนตอบ [house](http://house.exteen.com/20080429/god) ไม่สิ ไม่เรียกว่าเขียนตอบ แค่อ่านบล็อกของ house แล้วคิดถึงประโยคนี้ (และเป็นที่มาของชื่อบล็อกนี้) > Against stupidity the gods themselves contend in vain. > อันการต่อสู้กับความโฉดเขลา แม้ปวงเทพเจ้าก็ยังไม่อาจเอาชัย [เคยเขียนถึงไปแล้วครั้งหนึ่ง](http://www.isriya.com/node/1397/my-overwhelming-blogs) (แต่อยากเขียนอีก)