Scifi

Blade Runner 2049

Blade Runner 2049
Blade Runner 2049 เป็นหนังภาคต่อของ Blade Runner ไซไฟคลาสสิคฉบับปี 1982 (หนึ่งในผลงานสร้างชื่อของ Ridley Scott) โดยภาคต่อสร้างขึ้น 35 ปีให้หลังในโลกความเป็นจริง ส่วนเนื้อหาในเรื่องก็ห่างจากภาคแรก 30 ปี (ภาคแรกเกิดในปี 2019 ภาคต่อก็ตามชื่อภาคคือ 2049) Blade Runner 2049 ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ค่อนข้างมาก แต่ทำรายได้ค่อนข้างน่าผิดหวัง พอมีโอกาสได้ดูเองก็ไม่แปลกใจ และในภาพรวมก็ไม่ค่อยชอบเท่าไรนัก

The Martian

The Martian
The Martian ถือเป็นหนังไซไฟแบบสมจริง (hard scifi) ที่ดีที่สุดที่ดูมาในรอบหลายปี เผอิญไม่ได้อ่านเวอร์ชันนิยาย แต่เข้าใจว่าตัวโครงเรื่องหลักมีความน่าสนใจอยู่แล้ว พอนำมาแปลงเป็นหนังแล้วคนทำมือถึงจริง ก็เลยยิ่งดีเข้าไปใหญ่ ความดีงามของ The Martian มีทั้งความสมจริงของเรื่อง (คือเราดูแล้วเชื่อว่ามันเป็นเช่นนั้นจริง ไม่ได้โอเวอร์เกินจนไม่น่าจะเป็นไปได้) ผนวกกับความตื่นเต้นน่าติดตามแบบเรื่องเล่า (คือไม่ได้จืดชืดเป็นสารคดี) บวกด้วยการแสดงของนักแสดงที่มีฝีมือ ทำให้หนังสนุกและน่าติดตามมาก โดยเฉพาะจากคนดูพวก space geek แบบข้าพเจ้า จุดอ่อนของหนังเท่าที่นึกออก คงเป็นกลุ่มตัวละครบนยาน Ares III ที่ไม่มีเวลา

Ender's Game Movie

หนังปีที่แล้ว เพิ่งได้ดูเมื่อวานนี้ เนื้อหาเอามาจาก[นิยายไซไฟชื่อเดียวกัน](http://isriya.com/node/1430/enders-game) ในฐานะแฟน[ซีรีส์ Ender](/tags/ender) คิดว่าหนังทำได้ดีกว่าที่คาดไว้ครับ (คือไม่หวังสูงเรื่องหนังที่ดัดแปลงจากหนังสือนัก) ประเด็นเท่าที่นึกออก - เอฟเฟคต์ทำดีใช้ได้เลย กำกับศิลป์ก็ทำสวยดี - หนังเล่าเรื่องค่อนข้างรวบรัดไปนิดนึง (อาจเป็นเพราะหนังสือมันมีรายละเอียดเยอะพอสมควรด้วย) คนที่ไม่เคยอ่านหนังสือมาก่อนอาจจะงงๆ ที่มาที่ไปของเนื้อเรื่องหลายจุดอยู่บ้าง เช่น ทำไมทุกคนถึงฝากความหวังไว้ที่เอนเดอร์, ทำไมต้องใช้เด็กเป็นทหาร, ทำไมเมเซอร์ เร็กแฮมยังไม่ตาย, เกมจิตใจ mind game คืออะ

Looper

ได้ยินเสียงร่ำลือเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้มามาก พอมีโอกาสดูบนเครื่องบินก็เลยจัดเสียหน่อย พบว่าน่าผิดหวังมาก เกือบปิดทิ้งกลางเรื่องแต่สุดท้ายก็อดทนดูจนจบ

John Carter

เป็นหนังที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ในฐานะที่ทำให้ประธานของ Disney Studio ถึงกับต้องลาออกแสดงความรับผิดชอบที่ทำหนังเจ๊ง พอมีโอกาสได้ดูบนเครื่องบินก็เลยขอลองดูหน่อยว่าเป็นยังไง John Carter เป็นหนังที่ดัดแปลงมาจากนิยายไซไฟชุด Barsoom ของ [Edgar Rice Burroughs](http://en.wikipedia.org/wiki/Edgar_Rice_Burroughs) ผู้เขียน Tarzan นิยายเรื่องนี้มีด้วยกันหลายภาค แต่ส่วนที่นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์คราวนี้คือภาคแรกภาคเดียว ซึ่งมีชื่อว่า [A Princess of Mars](http://en.wikipedia.org/wiki/A_Princess_of_Mars) เนื้อเรื่องของ John Carter/A Princess of Mars ไม่ค่อยซับซ้อนนักตามฉบับไซไฟยุคบุกเบิก (นิยายเขียนปี 1917) เ

Prometheus at TED

ต้องยอมรับคนทำจริงๆ ว่าเจ๋งมาก คือ โยงของ 4 อย่างเข้าด้วยกัน - TED Talks - คาแรกเตอร์ของ Peter Wayland และ Wayland Industries - ตำนานของ Prometheus ตามปรณัมกรีก - ตัวเนื้อเรื่องในหนัง Prometheus แล้วเอาคลิปนี้ไปเปิดฉายใน TED จริงๆ เพื่อโฆษณาหนัง แถมยังหวังผลคลิปไวรัล ช่วยโปรโมท TED กลับให้อีกต่างหาก [Prometheus ภาพยนตร์ต้นกำเนิด Alien เผยโฉมที่งาน TED Talk](http://jusci.net/node/2440)

Inception

ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา งานยุ่งมาก+ปัจจัยอื่นๆ สรุปว่าไม่ได้ดูหนังเลย แต่กระแส Inception แรงจริงๆ บวกกับได้เสาร์-อาทิตย์ว่างเพิ่มมาอีก 8 วัน (เดิมมีแผนจะไม่ว่าง แต่ผิดแผนเลยได้วันหยุดเพิ่ม) เลยได้ฤกษ์ไปดูก่อนที่มันจะออกโรง เนื่องจากผมเข้าโรงช้าไปหน่อย + วิ่งออกไปเข้าห้องน้ำตอนกลางเรื่อง เลยอาจไม่ครบถ้วนนัก * โดยรวมให้ความรู้สึกเหมือน Matrix ภาคแรก (แม้จะไม่แฟนตาซีเท่า) นั่นคือ เท่ แปลกใหม่ และฉลาด * ไอเดียของเรื่องคือการเล่นกับ "คอนเซปต์" อะไรสักอย่าง แล้วหาช่องโหว่หรือจุดบอดของคอนเซปต์อันนั้นๆ นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ ถ้าใครอ่าน JoJo หรือการ์ตูนของ Yoshihiro Togashi น่าจะคุ้นเคยดี รวมไปถึง[นิยาย

Avatar

Avatar เป็นหนังที่ hype เยอะมากในหมู่ geekdom ทั้งหลาย ไม่ว่าสำนักไหนจะบอกว่า "ดีมาก" และ "ควรไปดูแบบ 3D" แต่ผมคิดว่าการถ่อไปถึงพารากอน ตบตีแย่งชิงอากาศและพื้นที่กับผู้คนเป็นเรื่องไม่พึงประสงค์ ดูโรงธรรมดาแถวบ้านก็พอแล้ว __Plot__ * เนื้อเรื่องของ Avatar ไม่มีอะไรใหม่ แกนหลักคือความสัมพันธ์ระหว่าง "ผู้บุกรุกต่างถิ่น" กับ "ชนพื้นเมืองดั้งเดิม" สอดแทรกด้วยรักระหว่างรบ และค่านิยมรักท้องถิ่น เราดูเรื่องแบบนี้กันมานับไม่ถ้วนแล้ว ทั้งในประวัติศาสตร์ นิยาย และภาพยนตร์ เช่น Pocahontas, The Last Samurai, etc.

Children of the Mind

สำหรับผมแล้ว วิธีการเขียนวิจารณ์หนังหรือหนังสือที่ง่ายและเปลืองพลังน้อยที่สุด คือเขียนเป็น bullet point ([ตัวอย่างของภาคที่แล้ว](http://www.isriya.com/node/2601/xenocide)) แต่สำหรับเล่มสุดท้ายของ Ender มันออกจะไม่เคารพผู้เขียน (และผู้แปล) ไปสักหน่อย ผมเคยเขียนถึง [Ender's Game](http://www.isriya.com/node/1430/enders-game) หรือ "[เกมพลิกโลก](http://www.askmedia.co.th/book/show_book.php?id=23)" เอาไว้เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว มันเป็นเรื่องของเด็กคนหนึ่งที่ชื่อว่า Ender ที่บังเอิญอย่างเหลือล้นได้มาเป็นคนเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ Ender's Game ถือว่าเป็นเล่ม 0 ของซีรีย์ ที่ต้องบอกว่าเป็