ประสบการณ์ขึ้นรถไฟไปสนามบินนาริตะ N'EX Narita Express

หมายเหตุ: ผมย้ายไปเขียนเรื่องบล็อกท่องเที่ยวที่ 2Baht.com มีเรื่องญี่ปุ่นด้วย ใครสนใจก็ไปตามอ่านกันได้ครับ

สนามบินนาริตะเป็นสนามบินหลักของโตเกียวที่อยู่ไกลตัวเมืองมากๆ (แต่เที่ยวบินจากเมืองไทยก็ดันเยอะกว่าฮาเนดะมาก) การเดินทางไปกลับสนามบินนาริตะจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไรนัก

Narita Express (NEX)

ถ้าไปเที่ยวเองไม่ง้อทัวร์ การเดินทางที่ดีที่สุดคงหนีไม่พ้น "รถไฟ" สายด่วนระหว่างตัวเมืองกับสนามบินครับ แถมเอาเข้าจริงแล้วรถไฟไปกลับนาริตะดันมีให้เลือกถึง 2 ยี่ห้อ (นับเฉพาะสายด่วน) คือ

  • N'EX หรือ Narita Express ของบริษัท JR
  • Narita Sky Access ของบริษัท Keisei

เส้นทางวิ่งของรถสองยี่ห้อนี้เริ่มจากนาริตะเหมือนกัน แต่วิ่งรางคนละเส้นกัน และไปสุดทางที่โตเกียวคนละสถานีกัน โดย Sky Access จะไปถึงแค่สถานี Ueno (แผนที่)

ส่วน N'EX จะวิ่งไปตั้งหลักที่สถานี Tokyo ก่อนแล้วทะลุไปทิศตะวันตกของเมืองโตเกียว แยกเป็น 2 สายคือตะวันตกเฉียงเหนือ (Shibuya, Shinjuku, Ikebukuro) และตะวันตกเฉียงใต้ วิ่งลงล่างไป Yokohama แทน

NEX Map

เนื่องจากเป้าหมายปลายทางของเราอยู่ที่ Shinjuku ตัวเลือกที่เหมาะสมจึงเป็น N'EX แบบไม่ต้องคิดมากครับ (ชื่อที่ถูกต้องคือ N'EX มีลูกน้ำด้วย)

ค่าตั๋ว N'EX

ค่าตั๋วแบบ one-way จากนาริตะไปสถานีโตเกียวอยู่ที่ 2,940 เยน ถ้านั่งต่อมาอีกหน่อยเข้ากลางเมืองอยู่ที่ 3,110 เยน (ราคาล่าสุดดูจากในเว็บ)

แต่ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ และเป็นพวกเดินทางไปเที่ยวด้วยตัวเองด้วยรถไฟใต้ดินอยู่แล้ว ตัวเลือกที่เหมาะกว่าคือแพ็กเกจ N'EX + บัตร Suica (บัตรโดยสารแบบเติมเงินของญี่ปุ่น) โดยเราจะได้

  • ตั๋ว N'EX แบบไป-กลับ (round-trip) จากสถานีไหนก็ได้ไปนาริตะ
  • บัตร Suica มูลค่า 2,000 เยน (แบ่งเป็นค่ามัดจำบัตร 500 เยน ค่าเดินทางจริง 1,500 เยน)

ในราคา 5,500 เยนเท่านั้น ถือว่าถูกมากจากราคาปกติที่ประมาณ 8,000 เยน

ตั๋วแบบนี้จะสามารถซื้อได้ที่ศูนย์ JR East Travel Center ที่ชั้นล่างสุดของสนามบินนาริตะเท่านั้น (ชั้นเดียวกับรถไฟเข้าสถานี) ไม่มีขายที่อื่นครับ (รายละเอียด)

เส้นทางและเวลาวิ่ง

N'EX จะวิ่งออกจากสนามบินนาริตะ Terminal 1 ผ่าน Terminal 2 แล้วเข้าเมือง โดยจะวิ่งสลับกันระหว่างสายที่ไป Ofuna กับสายที่ไป Shinjuku ครับ ดังนั้นถ้ามีปลายทางจำเพาะเจาะจงก็ต้องเช็ครอบกันดีๆ หน่อย (ถ้าลงที่สถานี Tokyo ขึ้นได้ทุกคัน)

ปกติแล้ว N'EX จะออกประมาณชั่วโมงละสองคัน เฉลี่ยแล้วทุกครึ่งชั่วโมง ดูตารางได้ที่ N'EX Timetable

ระยะเวลาเดินทาง

  • สนามบินนาริตะ T1 ไปสถานี Tokyo = 1.30 ชั่วโมง
  • สนามบินนาริตะ T1 ไปสถานี Shinjuku = 1.45 ชั่วโมง

นั่งกันนานเงกครับเพราะว่าไกลจริงๆ

N'EX จากสนามบินเข้าเมือง

วันที่ผมไปลงนาริตะก็เจอแจ็คพ็อตครับคือพายุใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีเข้าญี่ปุ่น ไฟลท์เลื่อนไป 8 ชั่วโมง โปรแกรมเสียไปหมด พอไปถึงนาริตะก็เจอกับความโกลาหลมากมาย ทั้งเครื่องบินเข้าหลุมจอดไม่ได้ (แลนดิ้งแล้วต้องรอคิว) กระเป๋าช้า และคนรอต่อคิวที่ JR East Travel Center จำนวนมหาศาล

การซื้อตั๋วที่นาริตะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากรอต่อคิวที่ JR East Travel Center นั่นแหละ ซึ่งอยู่ญี่ปุ่นก็ดีอย่างตรงที่เจ้าหน้าที่ขยันทำงานกันอย่างเต็มที่ ยิ้มและช่วยเหลือตลอดไม่ว่าคนจะเยอะแค่ไหน (ต่างไปจากเมืองไทยที่เวลาคนต่อคิวเยอะๆ จะต้องมีเคาเตอร์ที่มีคนนั่งแต่ไม่ยอมเปิดและทำเหมือนนับเงินอะไรสักอย่าง)

วันที่ไป เที่ยวรถของ N'EX ถูกเลื่อนไปหมดจนไม่มีอะไรแน่นอน เราก็บอกกับเจ้าหน้าที่เลยครับว่าต้องการซื้อตั๋ว N'EX + Suica และขอให้เขาจองที่นั่งของ N'EX ขาเข้าเมืองให้เลย (ขากลับจะเป็น open ticket ที่ไม่ระบุเวลา ซึ่งเราจะต้องไปจองที่นั่งกับศูนย์ JR แห่งอื่นๆ ในภายหลังอีกที ไม่สามารถขึ้นโดยไม่จองที่ได้)

เมื่อได้ตั๋วแล้วก็เดินเข้าสถานีรถไฟที่ Narita Airport ซึ่งอยู่ข้างๆ กับ JR East Travel Center ครับ หาไม่ยากเพราะทุกคนก็จะไปขึ้นรถไฟขบวนเดียวกับเรานั่นแล

โลโก้ของ N'EX เป็นรูปเครื่องบิน

Narita Express (NEX)

หัวขบวน

Narita Express (NEX)

บน N'EX ทุกคันมีจอภาพพร้อมภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น จีน เกาหลี

Narita Express (NEX)

ข้อมูลสายการบินออก-เข้าก็มีหมดนะ

Narita Express (NEX)

แผนผังตู้โดยสารครับ

Narita Express (NEX)

สรุปว่าวันที่ไป N'EX วิ่งช้าผิดปกติ คงเป็นเพราะปัญหาเรื่องสภาพอากาศและปัญหาอื่นๆ ทำให้ผมใช้เวลาบน N'EX ไป 2 ชั่วโมงครึ่งจากปกติที่ไม่ควรเกิน 2 ชั่วโมงดี นั่งกันจนเหนื่อยยังไม่ถึงสักที

N'EX จาก Shinjuku ไปสนามบิน

ปัญหาต่อมาคือการนั่งไปลง Shinjuku ที่เป็นสถานีใหญ่ แล้วตั้งใจจะเดินทางต่อด้วยรถไฟใต้ดินไปยังสถานีแถวๆ นั้นกลับเป็นเรื่องลำบากมาก เพราะสถานีมันใหญ่ ซับซ้อน บันไดเยอะ และหลายจุดไม่มีลิฟต์ ก็ต้องขนกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ๆ หนักๆ กันอ้วกแตก

พอถึงวันกลับเราเลยแก้เกมด้วยการไปสำรวจก่อนว่า ต้องไปเข้าประตูสถานีฝั่งไหนถึงจะเวิร์คสำหรับคนที่มีกระเป๋าเดินทางครับ

สิ่งที่พบคือ "ไม่มีวิธีไหนง่ายเลย" เพราะ N'EX เป็นรางพิเศษที่ต่อเติมเข้ามายังสถานี Shinjuku ทำให้สิ่งอำนวยความสะดวกแย่มากๆ ไม่มีลิฟต์ลงไปถึงรางของ N'EX ซะงั้นไป

วิธีเดินทางเข้าสถานีที่ง่ายที่สุดคือผ่าน South Gate หรือ New South Gate แต่ผมนั่งแท็กซี่ขนของไปจากโรงแรม ก็เลยไปที่ South East Gate (จุดที่มีบันไดเลื่อนขึ้นไปชั้นของสถานี ตรงห้าง Lumine) แทน

Narita Express (NEX)

Narita Express จะอยู่ที่ชานชาลาเบอร์ 5/6 ครับ เดินตามป้ายไปอย่างเดียวพอ

Narita Express (NEX)

ป้ายบอกเวลาออกของ N'EX (อันบน)

Narita Express (NEX)

อันนี้เป็นแผนที่ของชานชาลา 5-6 ที่ Shinjuku ครับ อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าวิธีเดินทางมันซับซ้อนมาก ถ้าของเยอะให้เข้าที่ Southern Terrace Exit หรือ New South Exit จะง่ายสุด ถ้ามาทางอื่นจะต้องใช้ท่าพิสดาร เดินลงแล้วเดินขึ้นใหม่อีกรอบจึงจะถึงชานชาลา (ตรงคำว่า You are here)

Narita Express (NEX)

รถมาแล้วก็ขึ้นเลยครับ ขากลับนี่ไม่มีปัญหาอะไร รถวิ่งตรงเวลาสบายใจดีมาก สะดวกสบาย

Narita Express (NEX)

Narita Express (NEX)

บน N'EX มีของขายนิดหน่อย แต่ถ้าจะให้ดีก็ควรเตรียมเสบียงไปเองดีกว่า ที่ชานชาลาก็มีของขายอยู่ 2-3 ร้านอยู่แล้ว (พวกน้ำขนม ไม่ยากอะไร แต่ถ้าหิวจริงๆ ก็อดหน่อยไปกินที่นาริตะก็ได้)

ข้างล่างนี้เป็นเมนูบนรถไฟ

Narita Express (NEX) Narita Express (NEX)

ประสบการณ์ขึ้น N'EX ของผมก็จบแค่นี้ครับ หวังว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่จะตามไปเที่ยวญี่ปุ่นในอนาคตนะครับ

บล็อกท่องเที่ยวโตเกียวตอนอื่นๆ ที่อาจเป็นประโยชน์

หรือถ้าเบื่อโตเกียวแล้ว ลองพิจารณา เที่ยวญี่ปุ่นโทโฮคุด้วยชินคันเซ็น Tohoku Shinkansen

หมายเหตุ: ผมย้ายไปเขียนเรื่องบล็อกท่องเที่ยวที่ 2Baht.com มีเรื่องญี่ปุ่นด้วย ใครสนใจก็ไปตามอ่านกันได้ครับ