ดาบมังกรหยก (อีกสักครั้ง)

หลังจากอ่าน มหากาพย์ภูผามหานที จบภาค ผมรู้สึกว่าโครงเรื่องคล้ายกับ ดาบมังกรหยก มาก เลยไปขุดกลับมาอ่านอีกรอบ

การอ่านรอบนี้เป็นไปด้วยความเพลิดเพลิน และจบด้วยความรวดเร็ว (เพราะตรงไหนไม่สนุกเราอ่านข้าม :P) การนำเรื่องเก่าๆ มาอ่านซ้ำในช่วงที่ความคิด วัยวุฒิ ประสบการณ์เปลี่ยนไป ก็ได้แง่คิดใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเช่นกัน

คำเตือน: สปอยล์ครับ * ผมเพิ่งสังเกตว่า เนื้อเรื่องช่วงต้น (เตียซำฮง+เจี่ยซุ่น) กินความไปเกือบ 1/4 ของเรื่องทั้งหมด อันนี้ประเมินจากความหนาของหนังสือฉบับพิมพ์ใหม่โดยสยามอินเตอร์ การผจญภัยของเตียบ่อกี้แค่ประมาณ 3/4 เท่านั้น * ในมหากาพย์ภูผามหานที เหลียงเซียวเดินทางไปไกลถึงเจนัว ดาบมังกรหยกนี่ล่องเรือไปถึงขั้วโลกเหนือ (หรือถ้าไม่ถึง ก็แถวๆ อลาสก้า) * ช่วงที่น่าเบื่อที่สุด คือ การผจญภัยเพียงลำพังของเตียบ่อกี้ ตั้งแต่ส่งเอี้ยปุ๊กหุ่ยไปเจอพ่อ ไล่มาถึงช่วงอยู่ในเขาได้คัมภีร์เก้าเอี๊ยงจินเอ็ง ตกเขามาเจอตูยี้ มันเนือยๆ ไปหน่อย * แต่ช่วงที่สนุกที่สุดคือหลังจากนั้น นั่นคือ การต่อสู้บนนิกายเม้งก่า * ในดาบมังกรหยกมีชุมนุมผู้กล้าวิจารณ์กระบี่หลายครั้ง สนุกทุกครั้ง เมื่อรวมกับมังกรหยกภาคก่อนๆ สรุปได้ว่ากิมย้งเขียนฉากชุมนุมผู้กล้าได้เก่งมาก (เหมือนกับโทริยาม่าเขียนฉากศึกชิงเจ้ายุทธภพได้สนุกเสมอ ยังไงยังงั้น) * มาอ่านรอบนี้ ตัวละครที่ผมว่าด้อยที่สุดคือ พญาอินทรีคิ้วขาว (ตาของเตียบ่อกี้) ดูขาดคาแรกเตอร์ไปหน่อย และในหนังสือดูไม่ค่อยเก่งนัก * ในขณะที่ "สี่จตุโลกบาล" คนอื่นนั้นโดดเด่นหมด ทั้งพญาค้างคาวปีกเขียว พญาราชสีห์ขนทอง และพญามังกรเสื้อม่วง * เนื่องจากผมอ่านนานจนลืมรายละเอียดไปหลายจุด เลยลืมว่า ทูตขวาแห่งเม้งกา และพญามังกรเสื้อม่วง ที่หายสาบสูญไปนั้นตัวจริงเป็นใคร การอ่านรอบนี้เลยต้องมาลุ้นใหม่ และพบว่าการหักมุมเปิดเผยพญามังกรเสื้อม่วงนั้นตื่นตาตื่นใจมาก * ในช่วง 1/4 สุดท้ายของเรื่อง ความสนุกอยู่ที่การชิงเหลี่ยมกันระหว่างนางเอกสองคน คือ จิวจี้เยี้ยก และเตี่ยเมี่ยง เป็นการแย่งพระเอกกันที่สนุกมาก ๆ อันหนึ่งในนิยายกำลังภายใน * ที่สนุกก็เพราะ (spoil) กิมย้งใช้เวลาถึงเกือบครึ่งเรื่อง วางอิมเมจร้ายๆ ให้เตี่ยเมี่ยง หลอกให้คนดูตายใจ แต่คดีสุดท้ายกลับหักมุมว่าคนร้ายคือจิวจี้เยี้ยก * ตรงนี้เราจะเห็นพัฒนาการของตัวละครหญิงสองตัวที่สวนทางกันชัดเจน คือ เตี่ยเมี่ยงจากร้ายเป็นดี ส่วนจิวจี้เยี้ยก จากดีเป็นร้าย (อ่านรอบก่อนผมไม่สังเกตถึงประเด็นนี้เท่าไรนัก) * ความเจ๋งอยู่ตรงที่ การเปลี่ยนพฤติกรรมของทั้งสาวนั้นมีเหตุมีผล โดยเฉพาะจิวจี้เยี้ยก ที่ร้ายเพราะความจำเป็น อาจารย์บังคับ สังคมบังคับ และพระเอกหักอก * แต่ในภาพรวมแล้ว สองสาวมี "เหตุ" อันเดียวกัน นั่นคือ เพราะรักเตียบ่อกี้ (ถึงแม้ว่า "ผล" จะต่างกันฟ้ากับเหว) * การอ่านรอบก่อน รู้สึกว่าเตี่ยเมี่ยงเป็นตัวละครที่ไม่น่าจดจำมากนัก เมื่อเทียบกับนางเอกรุ่นพี่คือ อึ้งย้ง (แก่นแก้วเฉลียวฉลาด) และเซียวเหล่งนึ่ง (บอบบางน่าสงสาร) แต่พอมาอ่านรอบนี้ก็พบว่า พระเอกโลเลอย่างเตียบ่อกี้ มันต้องคู่กับนางเอกเหลี่ยมจัด ร้ายนิดๆ แบบเตี่ยเมี่ยงนี่ล่ะ ภารกิจของบ่อกี้กว่า 50% สำเร็จเพราะเตี่ยเมี่ยงเป็นคนช่วยคิด * ผมว่าจุดหนึ่งที่ยังขาดไป และสามารถปรับปรุงได้ คือ analogy ของฮึงซู่ซู่ (แม่ของเตียบ่อกี้) กับเตี่ยเมี่ยง ซึ่งเป็นนางมารกลับใจเหมือนกัน แต่ในเรื่องไม่ได้เปรียบเทียบให้เห็นเด่นชัดนัก * ดาบมังกรหยก เป็นนิยายที่มีตัวละครมาก แต่ไม่สับสน แถมผนวกเข้ากับจักรวาลมังกรหยกได้อย่างกลมกลืน ต้องยกให้เป็นฝีมือของกิมย้งจริงๆ * แต่กิมย้งยังเขียนฉากสงครามได้ไม่อลังการนัก ถ้าเทียบกับหวงอี้หรือเฟิ่งเกอ (แต่ผมว่าวิชาฝีมือ กิมย้งเขียนดีกว่า) * อ่านรอบนี้ก็ยังหงุดหงิดประเด็นเรื่อง กลอนกระบี่อิงฟ้า-ดาบฆ่ามังกร อยู่เช่นเคย * เฟิ่งเกอได้รับอิทธิพลมาจากดาบมังกรหยกมาก เหลียงเซียวอาภัพพ่อแม่ โชคดีได้เรียนรู้ฝีมือมากมาย แต่จิตใจโลเล จับพลัดจับผลูได้นำทัพสู้มองโกล และมีสาวๆ รุมล้อม เฉกเช่นเดียวกับเตียบ่อกี้