TDRI on Bank Transfer Fee

จากประชาไท น่าสนใจมาก [ทีดีอาร์ไอเสนอรื้อค่าธรรมเนียมโอนเงิน-เอทีเอ็ม แพงเกินจริง](http://www.prachatai.com/journal/2010/02/27692) > การที่ธนาคารทุกแห่งเลือกที่จะกำหนดค่าธรรมเนียมที่อัตราเพดานทุกราย ทำให้ธุรกรรมการโอนเงินระหว่างธนาคารในประเทศไทยมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง สูงกว่าการจ่ายเงินด้วยเช็ค ซึ่งมีค่าธรรมเนียมเพียง 15 บาทโดยไม่จำกัดวงเงิน (มีการศึกษาในอดีตว่าอัตราค่าธรรมเนียมดังกล่าวยังต่ำกว่าต้นทุน) ทำให้ผู้ใช้บริการที่ต้องการจะโอนเงินวงเงินสูงระหว่างธนาคาร ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง มักเลือกที่จะใช้เช็คแทน หรือมิฉะนั้นก็จะหลีกเลี่ยงการโอนเงินข้ามธนาคาร โดยการกำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับเงินต้องมีบัญชีที่ธนาคารเดียวกับผู้จ่ายเงิน (in house direct credit) เพราะการโอนเงินระหว่างบัญชีในธนาคารเดียวกันมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามาก ดังเช่นในกรณีที่นายจ้างบังคับให้ลูกจ้างต้องเปิดบัญชีที่ธนาคารที่ตนมีบัญชีอยู่ หรือ ที่ผู้ให้บริการสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ตลอดจน บริษัทประกันภัย ฯลฯ ต้องเปิดบัญชีกับทุกธนาคารเพื่อหลีกเลี่ยงการโอนเงินข้ามธนาคารระหว่างบัญชีของลูกค้ากับบัญชีของตน ทำให้เกิดการเปิดบัญชีซ้ำซ้อน สิ้นเปลืองทรัพยากร แต่เนื่องจากการเปิดบัญชีและการคงรักษาบัญชีธนาคารไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ในประเทศไทย ผู้ใช้บริการจึงพร้อมที่จะเลือกทางเลือกดังกล่าว > > ดร.เดือนเด่น กล่าวว่า โครงสร้างค่าธรรมเนียมธุรกรรมทางการเงินของธนาคารในประเทศไทยเป็นภาพกลับกับต่างประเทศ ซึ่งบริการโอนเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นบริการที่ถูกกว่าบริการพื้นฐานที่เป็น paper based เช่น เช็ค แต่ในกรณีของประเทศไทย บริการที่เป็น paper based เช่น การถอนเงินสดจากจากตู้ ATM ของธนาคารเจ้าของบัตรกลับไม่มีค่าใช้จ่ายเลยแม้จะมีต้นทุนสูงในการขนส่งและเก็บรักษาเงินให้ปลอดภัย หรือการทำธุรกรรม เช่น การถอน ฝาก หรือ โอนเงินที่เคาน์เตอร์ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงในการบริหารจัดการสาขาก็ไม่มีการเก็บค่าบริการตามต้นทุน การที่โครงสร้างอัตราค่าธรรมเนียมในปัจจุบันส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการเลือกใช้ช่องทาง ‘เดิม ๆ” ในการทำธุรกรรมทางการเงิน ทำให้เราไม่สามารถก้าวข้ามระบบการเงินแบบ paper based ไปสู่ระบบการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าและต้นทุนต่ำกว่าได้ดังเช่นในประเทศข้างเคียงเช่นสิงคโปร์