Avatar

Avatar เป็นหนังที่ hype เยอะมากในหมู่ geekdom ทั้งหลาย ไม่ว่าสำนักไหนจะบอกว่า "ดีมาก" และ "ควรไปดูแบบ 3D" แต่ผมคิดว่าการถ่อไปถึงพารากอน ตบตีแย่งชิงอากาศและพื้นที่กับผู้คนเป็นเรื่องไม่พึงประสงค์ ดูโรงธรรมดาแถวบ้านก็พอแล้ว __Plot__ * เนื้อเรื่องของ Avatar ไม่มีอะไรใหม่ แกนหลักคือความสัมพันธ์ระหว่าง "ผู้บุกรุกต่างถิ่น" กับ "ชนพื้นเมืองดั้งเดิม" สอดแทรกด้วยรักระหว่างรบ และค่านิยมรักท้องถิ่น เราดูเรื่องแบบนี้กันมานับไม่ถ้วนแล้ว ทั้งในประวัติศาสตร์ นิยาย และภาพยนตร์ เช่น Pocahontas, The Last Samurai, etc. แค่เปลี่ยนเป็นคนกับมนุษย์ต่างดาวเท่านั้น * และเนื่องจากมันเป็นหนังมหาชน จะไปสร้างพล็อตให้ลุ่มลึกแบบ [Ender](http://www.isriya.com/tags/ender) มีรามาน วาเรลซี หนังคงเจ๊งกันพอดี เอาแบบธรรมดาๆ เข้าถึงคนหมู่มากจะดีกว่า * แต่ในความซ้ำซากจำเจ มันก็มีความสนุกของมันนะครับ หนังระดับเจมส์ คาเมรอน ไม่มี plot flaw แบบโต้งๆ อยู่แล้ว (มีจุดเล็กๆ อยู่บ้างแต่ให้อภัยได้) คนเขียนบททำได้ดีในข้อจำกัดด้านการตลาดระดับนี้ * พล็อตที่ผมเห็นว่าเป็นพล็อตรอง แต่เอามาตั้งเป็นชื่อเรื่องก็คือ "การอวตาร" ของพระเอกไปเป็นมนุษย์ต่างดาว แนวทาง "ตัวตนอีกอย่าง" ก็ไม่ใช่ของใหม่นัก เราเห็นกันมาเยอะแล้ว (i.e. Being John Malkovich และ [Eternal Sunshine of the Spotless Mind](http://www.isriya.com/node/308/eternal-sunshine-of-the-spotless-mind)) แต่พอเอามาใส่ในหนังสงครามต่างดาวก็ถือว่าแปลกใหม่พอสมควร * จุดด้อยในพล็อตรอง "อวตาร" ในสายตาผมคือ มันดูจงใจไปนิด เปิดเรื่องมาเจอพระเอกนั่งวีลแชร์ และย้ายร่างได้ ก็นึกสเต็ปถัดไปออกทันที * หนังมีองค์ประกอบของหนังแฟนตาซีมหาชนทุกอย่าง เช่น มีฉากขี่ยานพาหนะโชว์ทิวทัศน์ ฉากสงครามฝ่ายพระเอกโดนตีพ่าย ฉากปลุกใจก่อนสู้ และปิดท้ายด้วยฉากสงครามที่ฝ่ายพระเอกชนะ (เหมือน [Prince Caspian](http://www.isriya.com/node/2013/prince-caspian) ไหมครับ) แน่นอนสนุก แต่ก็แน่นอน ไม่แปลกใหม่ * จากประเด็นข้างต้นทั้งหมด ผมมีความรู้สึกเหมือนกำลังดู "คัทซีนในวิดีโอเกม" ที่เอามาต่อกันได้เป็นภาพยนตร์เรื่องยาว มากกว่าดูภาพยนตร์ในนิยามแบบดั้งเดิม สงสัยโลกกำลังเปลี่ยนไปตามยุคสมัย __Settings__ * เห็นทหาร หุ่นเหล็ก และป่า แล้วคิดถึงเกมพวก Star Wars: Jedi Knight หรือ Episode IV ฉากบนดาวเอนดอร์ * เห็นคอนเทนเนอร์มืดๆ มีเครื่องมือวิทยาศาสตร์ นึกถึง Half Life * เห็นชาวนาวีแล้วนึกถึงเผ่า Night Elves * เห็นหินลอยฟ้า สงครามเวหา และพืชเรืองแสงตอนกลางคืน นึกถึง FF X * อารมณ์ด้าน imperialism คล้ายๆ กับ [District 9](http://www.isriya.com/node/2761/district-9) อยู่บ้าง * ฉากวิวทิวทัศน์ โลเคชั่น เริ่มได้อารมณ์แฟนตาซีญี่ปุ่นบ้างแล้ว (คงได้อิทธิพลมา) แต่คนและเผ่าพันธุ์ ยังเป็นวิธีคิดแบบฝรั่ง 100% อยู่ * ถึงแม้จะไม่มีอะไรแปลกใหม่นัก แต่โดยรวมแล้ว settings ใน Avatar ก็ดูดีไม่มีปัญหาอะไร มอนสเตอร์ออกแบบสวยดี __Characters__ * ผมคิดว่าดาบสองคมของความเป็น mass นอกจากสะท้อนไปยังตัวบทแล้ว มันก็ส่งผลมาถึงคาแรกเตอร์ของตัวละครเช่นกัน * คาแรกเตอร์ของตัวละครใน avatar มีความเป็น stereotype ที่ชัดเจนมาก ลองนึกดูครับ นายทหารบ้าสงคราม นักวิทยาศาสตร์ที่ยึดมั่นในการทดลอง ผู้บริหารนายทุนหน้าเลือด หัวหน้าเผ่าที่ภูมิใจในอารยธรรมของตน * ข้อดีของการสร้างตัวละครแบบนี้คือมันเข้าใจได้ง่ายกว่า ข้อเสียก็เช่นเดิม มันซ้ำ ไม่แปลกใหม่ (แต่เราไม่ได้ไปดูความแปลกใหม่จากหนังแนวนี้อยู่แล้วนี่?) * ผมคุ้นหน้าพระเอก Sam Worthington มาก ทั้งที่ไปเปิดประวัติดูแล้ว ไม่เคยดูหนังของเขาเลยสักเรื่อง * Sigourney Weaver เป็นคนที่แสดงดีที่สุดในเรื่อง แหม หนังสงครามต่างดาว จะขาดเธอไปได้อย่างไร __Production__ * ไม่ต้องบรรยาย แค่ส่วนนี้ส่วนเดียวก็ควรไปดูแล้ว Square Enix มีหนาว (ผมคิดว่าวิชั่นของ Final Fantasy: The Spirit Within มันจะออกมาประมาณนี้ล่ะ เผอิญว่า Square ทำพลาดเลยเจ๊งขั้นร้ายแรง หายไปทั้งบริษัท) __Summary__ * ข้อเสียสำคัญของ Avatar คือมันยาวมาก... นั่งจนเมื่อยก้นก็ยังไม่จบ * ดูจบแล้วอยากหาเกมมาเล่นแฮะ __หมายเหตุ__ * Avatar หนังยาว โรงหนังฉวยโอกาสขึ้นราคา เครือเมเจอร์ ดูวันเสาร์-อาทิตย์ 160 บาท T_T * โชคดีเรามี Serenade ช่วงนี้ดูเรื่องอะไรก็ได้ ที่นั่งธรรมดาเหลือ 60 ใช้ได้เดือนละครั้ง เรื่องอะไรก็ได้จริงๆ ไม่มียกเว้นไร้สาระแบบโปรโมชันที่แล้วๆ มา ชินคอร์ปจงเจริญ!
Keyword
Submitted bymarkpeakneton Mon, 12/21/2009 - 12:18