FriendFeed Hype Cycle

ช่วงประมาณกลางๆ ปีที่แล้ว เว็บหน้าใหม่ที่ดังมากอันหนึ่ง (ถ้าไม่รวม Twitter) คือ FriendFeed ถ้าใครอ่านเว็บข่าวจำพวก TechCrunch และแวดวง เค้าโปรโมทกันหนักถึงขนาดว่า FriendFeed คืออนาคต Livestreaming คือทุกสิ่งทุกอย่าง ผมก็ตามไปลองเล่นตามสูตร แต่พบว่าไม่เข้าใจ ไม่รู้จะใช้ FriendFeed ไปทำไม ตอนนั้นก็ได้แต่สงสัยว่ามันมีอะไรดีนัก มาถึงวันนี้เกือบปีผ่านไป TechCrunch กลับลำแล้ว [FriendFeed Is In Danger Of Becoming The Coolest App No One Uses](http://www.techcrunch.com/2009/04/06/friendfeed-is-in-danger-of-becoming-the-coolest-app-no-one-uses/) ในขณะที่ Twitter ก้าวเข้าสู่ mainstream ได้อย่างภาคภูมิ (ได้ออก Ophra, ลง Newsweek, Time, สื่อกระแสหลักมากมาย) FriendFeed กลับไม่สามารถขยายตัวเองไปหากลุ่มผู้ใช้อื่นๆ นอกจาก early adopter ได้ [คอมเมนต์อันหนึ่งใน TechCrunch](http://www.techcrunch.com/2009/04/06/friendfeed-is-in-danger-of-becoming-the-coolest-app-no-one-uses/#comment-2687673) ให้คำอธิบายที่น่าสนใจ > Instead, the issue with Friendfeed is that most of the world does not have 10+ different social network accounts. The only ones that have this is people like Scoble or Mike or the readers of Techcrunch. Most people just stick with one or two. > > So Friendfeed is a solution for a very small set of people. If you want to be big, you need to play in big markets. คำถามถัดมาก็คือ ถ้าคุณค่าของ FriendFeed เหมาะสำหรับคนกลุ่มเล็กๆ จริงดังว่า ทำไมในช่วงแรก FriendFeed ถึงดังกระหึ่มนัก? (ในขณะที่ Twitter ก็ดังกระหึ่มแบบเดียวกัน แต่ในระยะยาวสามารถพิสูจน์ตัวเองได้) คำตอบที่ดีที่สุดที่ผมคิดได้ตอนนี้ก็คือ เป็นเพราะแรงโปรโมทจากแวดวง คนทำ FriendFeed เป็นซูเปอร์สตาร์ในกูเกิล (เหมือนจะทำ Gmail) ที่ลาออกมาตั้งบริษัทเอง พอผลิตภัณฑ์มีแนวคิดที่เข้าท่าหน่อย แวดวงสื่อ 2.0 จึงมีความรู้สึกว่า "ไอ้นี่น่าจะดัง" และพูดถึงกันเยอะ (เพราะกลัวตกเทรนด์) จนเกิด over-hype ขึ้นมาอย่างที่เห็น สรุปว่าเชื่อความรู้สึกตัวเองครับ ผมยังรู้จักคนอีกจำนวนมากที่ไม่อินกับบล็อกหรือ Facebook แต่ก็ยังมีความสุขดี