Quantum of Solace

หลังจากใช้ระบบภาคเดี่ยวต่อเนื่องกันมานาน บอนด์ยุค Daniel Craig ก็หันกลับมาใช้ระบบเนื้อเรื่องแต่ละภาคต่อกัน (แบบเดียวกับบอนด์ยุคแรกๆ สุด) อีกครั้ง ดังนั้นวิธีการคาดหวังต่อการดูหนัง จึงต้องเปลี่ยนไปจากที่เราเคยดูบอนด์ยุค Brosnan อยู่มาก ตัวเนื้อเรื่องของ Quantum of Solace นั้นไม่มีอะไรแย่ เป็นเรื่องของบอนด์ที่เข้าไปขัดขวางแผนการลับสักอย่างดังเช่นปกติ (และทำลายได้สำเร็จตามสูตรเช่นกัน) แต่ว่าแผนการลับของผู้ร้ายในภาคนี้ แทบไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับแผนการอันใหญ่ของบอนด์ชุดนี้เลย ใน Casino Royale เราเรียนรู้ว่าบอนด์เริ่มงานครั้งแรกของเขาอย่างไร เราเฝ้าดูความรักของเขาต่อ Vesper Lynd และเราทราบว่าสุดท้าย Vesper หักหลังเขา เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรลับแห่งหนึ่ง สุดท้าย Vesper ตายเพราะยอมหักหลังองค์กรอีกครั้งเพื่อบอนด์ Quantum of Solace เปิดตัวขึ้นมาโดยบอนด์ตามล่าหาองค์กรที่ว่า เขาไปเจอเข้ากับสมาชิกคนหนึ่งขององค์กร ซึ่งมีแผนลับของตัวเองในอเมริกาใต้ บอนด์ทำลายแผนลับนั้น และเรื่องราวจบลงด้วยบอนด์ได้ข้อมูลขององค์กรมาในฉากสุดท้าย ปัญหาคือคนที่ได้ข้อมูลนี้มีแค่บอนด์ และ M เท่านั้น คนดูอย่างเราไม่ได้รู้อะไรเพิ่มเลย ยกเว้นว่าชื่อขององค์กรคือ Quantum อยากรู้เรื่องเพิ่มเติมดูต่อภาคหน้า... (มันกะขายของอีกหลายภาคนี่หว่า) นี่เลยเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ทำให้ Quantum of Solace ดูไม่สนุกนัก เพราะเราไม่อินไปกับหนังเลยว่า ที่มันฟัดๆ กันอยู่นี้ มันจะมีผลอะไรต่อโครงเรื่องที่ปั้นมาตั้งแต่ภาคแรก และเมื่อหนังจบ เราก็รู้ว่าสุดท้ายแล้วมันไม่มีผลอะไรเลย ในขณะที่หนังภาคคั่นกลางลักษณะเดียวกันอย่าง Matrix Reloaded กลับเปิดเผยเรื่องราวหนหลังทั้งหมดให้คนดูรู้ในฉากที่คุยกับ The Architect เป้าหมายอีกอันของภาคนี้คือการพัฒนาตัวละครให้เติบโตขึ้น (เพื่อเตรียมไปใช้ในภาคต่อๆ ไป) ส่วนของบอนด์นั้น เขาต้องเรียนรู้เรื่องความแค้นและการปล่อยวางจากกรณี Vesper Lynd ผ่านกรณีของ Camille สาวบอนด์คนใหม่ประจำภาคนี้ (ที่ไม่มีอะไรกัน เป็นแค่คู่หูร่วมชะตา) สุดท้ายแล้วเขาก็ยุติปมในใจทั้งหมดลงได้ และพร้อมจะสู้กับ Quantum ในภาคต่อไป ตัวละครอีกคนที่หนังกำลังพยายามปั้น ก็คือ Felix Leiter ซีไอเอที่จะมาเป็นพันธมิตรของบอนด์ในอนาคต (คาแรกเตอร์ Felix ถือเป็นการ reuse ตัวละครจากบอนด์ภาคแรกๆ ด้วย) จุดสังเกตอื่นๆ * ผมชอบฉากเปิดตัวภาคนี้ กำกับศิลป์สวยดี * การฆ่าด้วยน้ำมัน เลียนแบบการเคลือบทองคำใน Goldfinger * ภาคนี้บอนด์ไม่มีนาฬิกา (มือถือทำได้ทุกอย่างแล้ว) * แอสตันมาร์ติน โผล่มาประตูพังทันที เหมือนจะเป็นครั้งแรกที่เราไม่เห็นรถสปอร์ตในสภาพสมบูรณ์เลย ส่วนของโปรดักชันไม่มีอะไรน่าสนใจให้กล่าวถึงนัก ทำได้เนี้ยบสมราคา แต่อันที่น่ากล่าวถึงคือ ระบบจัดการสารสนเทศของ MI6 ซึ่งจะเขียนเป็นบล็อกแยกในโอกาสต่อไป
Keyword
Submitted byRerng®ITon Thu, 11/06/2008 - 22:33

ระบบข้อมูลของ MI6 เท่จริงๆ นึกแล้วว่าพวก geek ดูฉากนี้แล้วต้องมาคุยกันบ้าง
(เหมือนตอน minority report หรือล่าสุดอย่าง iron man)

บอนด์ภาคนี้ไม่โชว์นาฬิกา (ที่ปกติต้องเป็น Omega)
แต่วันนี้ผ่านสยามเพิ่งจะเห็น 007 Villain Collection ของ Swatch
นายแบบคือ Mathieu Amalric (ตัวร้าย Dominic Greene ในหนัง)
ยังหาช่องขายของจนได้เนอะ

Submitted byfatroon Sat, 11/08/2008 - 03:38

ก็เห็นโชว์อยู่นะนาฬิกา เพียงแต่ไม่มีบท~

Submitted bySomsakon Sun, 11/09/2008 - 18:32

ผมคิดว่าแดเนียลเครก แสดงเป็นบอนด์ที่ดูดิบ เถื่อน น้อยกว่าภาคแรก เหมือนตั้งใจให้เห็นพัฒนาการของบอนด์ จากคนดุ เถื่อน ดิบ ในภาคแรกๆ ค่อยๆเติบโตเป็นชายเจ้าชู้ และสุขุมตามสไตล์ที่บอนด์น่าจะเป็น (หรือเปล่า) นะ

หรือว่าภาคที่แล้วแดเนียลมันแสดงห่วยหว่า แต่ก็เห็นคนชมกันพอสมควร

เพียงแต่บอนด์มันดูแก่ไป พึ่งเป็นสายลับ 00 ก็หน้าแก่ขนาดนี้แล้ว