Decaying Empire

อ่านบทความ [คุณทักษิณ เอาชีวิตไว้ในกำมือผู้อื่น ก็ต้องเจ็บปวดอย่างนี้แหละครับ](http://thaifreenews.com/?name=politics&file=readpolitics&id=299) ของคุณ ลูกชาวนาไทย ที่ Thai Free News มีประโยคนึงสะดุดตามาก > __แต่ "จักรวรรดิที่เสื่อมโทรมก็ยังมีพลังอยู่"__ ชื่อบุคคลคนหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวทันที ซึ่งพูดถึงความเสื่อมโทรมของจักรวรรดิแล้ว ไม่มีทางเป็นคนอื่นไปได้ ผมเชื่อว่ามีคนคิดเหมือนกันแน่นอน ถูกแล้วครับ เขานั่นเอง [ฮาริ เซลดอน](http://en.wikipedia.org/wiki/Hari_Seldon) Foundation เป็นนิยายวิทยาศาสตร์ที่เจ๋งมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมา อาจเป็นเพราะนิยายวิทยาศาสตร์ทั่วไปพูดถึงวิทยาศาสตร์กายภาพ (เช่น จรวด ดาวเทียม มนุษย์ต่างดาว โลกใต้ทะเล ฯลฯ) แต่หลักวิทยาศาสตร์ใน Foundation คือวิทยาศาสตร์สถิติ และสังคมศาสตร์ ที่ไม่น่าจับต้องได้ยาก และไม่น่าจะเอามาทำเป็นนิยายวิทยาศาสตร์ได้ แต่มันก็เป็นไปแล้ว (เข้าทำนองเดียวกับที่ผมยกให้ Contact เป็นสุดยอดหนังวิทยาศาสตร์ เพราะเป็นหนังมนุษย์ต่างดาวที่ไม่มีมนุษย์ต่างดาว) ไตรภาคแรก 3 เล่มเรียกได้ว่าเข้าขั้นคลาสสิก คือลำพังแค่ Psychohistory ก็เป็นศาสตร์เหนือเมฆพอแล้ว เรายังเจอกับตัวร้ายเหนือเมฆกว่าคือ The Mule เข้ามาอีกชั้น The Mule เป็นตัวร้ายคลาสสิกอีกตัวเพราะไม่มีลักษณะของตัวร้ายตามแบบเลย (ลองนึกถึง Dio ใน JoJo แล้วกลับบุคคลิกทุกอย่าง ยกเว้นความสามารถ ก็จะออกมาเป็น The Mule) กลชั้นสามที่อาสิมอฟใส่เข้ามาดัดหลัง The Mule คือ Second Foundation ซึ่งส่วนตัวแล้วคิดว่าไม่เท่เท่า The Mule แต่ก็ยังมาเหนืออยู่ดี สามเม็ดที่ว่าทำให้ Foundation Trilogy กลายเป็นสุดยอดคลาสสิกแห่งวงการ แต่ความเทพของอาสิมอฟยังไม่หมดแค่นั้น ใน Foundation's Edge (ซึ่งเป็นนิยายภาษาอังกฤษเล่มแรกที่ผมอ่านจบ) เรายังเจอกับ Gaia ที่มาตลบหลัง Second Foundation อีกที และเล่มห้า Foundation and Earth ปริศนาทั้งหมดก็ไขกระจ่างว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังคือสหายเก่า Daneel Olivaw ซึ่งมีสถานะเกือบจะเป็นพระเจ้าในจักรวาล Foundation ไปแล้วนั่นเอง ค่ายกลห้าชั้นที่แต่ละอันเจ๋งขึ้นเรื่อยๆ ของอาสิมอฟมันไม่ได้คิดกันง่ายๆ ขนาดเจ้าตัวเองก็ยังไม่สามารถคิดกลชั้นที่หกมาหลอกคนอ่านต่อได้ เล่ม 6-7 (Prelude กับ Forward) พี่แกเลยเลี่ยงไปเขียนชีวะประวัติของเซลดอนในวัยหนุ่ม (ซึ่งก็สนุกเหมือนกันแต่ไม่อลังการเท่า) แถมเขียนจบเล่ม 7 ดันชิงตายไปเสียก่อนปล่อยให้คนอ่านเซ็งว่าที่ทิ้งปมไว้ในเล่ม 5 มันหมายความว่าไงกันล่ะเว้ย ไตรภาคชุดสอง ซึ่งเป็นนักเขียนคนอื่นมาต่อเรื่องให้ก็คุณภาพไม่ได้ระดับ ยืดเยื้อจนเกินเหตุแถมไม่ได้นำเสนออะไรใหม่ต่อเนื้อเรื่องของซีรีย์ เป็นเหมือน side story อุดช่องว่างในช่วงชีวิตของเซลดอนที่อาสิมอฟไม่ได้พูดถึงมากกว่า ให้คะแนน * ไตรภาคแรก เอาไปเลย AAA * เล่ม 4-5 เอาไป AA * เล่ม 6-7 เอาไป A * ไตรภาคสอง เอาแค่ B ก็พอ (จริงๆ มีเล่มที่ห่วยและดี แต่จำไม่ค่อยได้แล้ว ให้แบบเหมารวมทั้งซีรีย์ไปละกัน) อ่าน Foundation จบ 7 เล่ม ได้คติสอนใจไปชั่วชีวิตว่า > คิดจะทำอะไรก็ตาม ควรมีแผน B (และแผน C) ไว้เสมอ สั้นๆ แค่นี้ แต่ถ้าใครได้อ่านจะทราบดีว่า สั้นๆ แค่นี้ล่ะมันชี้เป็นชี้ตายอนาคตของจักรวาลมาแล้ว ป.ล. ไม่รู้มีใครคิดเหมือนผมบ้างว่า Galaxia เป็นชื่อที่เท่มาก แต่พอแปลไทยออกมาเป็น "อินทรียจักรวาล" แล้วดูกระจอกไปถนัดใจ เหมือนปุ๋ยอินทรีย์อะไรประมาณนี้ ป.ล. 2 จริงๆ แล้วในชุด Foundation ก็มีแนวคิดทางไซไฟแปลกใหม่อื่นๆ อีกเยอะ เช่น พอรู้จัก Gaia แล้ว Overmind ของเผ่า Zerg หรือ Borg ใน Star Trek จะรู้สึกธรรมดาไปในทันที หรือทฤษฎีการลืมโลกต้นกำเนิด ก็มาโผล่ซ้ำในเกม Homeworld รวมถึง [Battlestar Galactica](http://www.isriya.com/tags/battlestar_galactica) (และ [Wall-E](http://www.isriya.com/node/2058/wall-e))
Submitted bymrtomyumon Tue, 08/12/2008 - 11:12

ชุด Foundation นี่ได้อ่านครั้งแรกตอน ปี 1 ผมว่าศัพท์บางคำอย่าง Phycohistory น่าจะใช้จิตวิทยาประวัติศาสตร์ มากกว่าคำ อนาคตประวัติศาสตร์ นะ แล้วก็ Galaxy นี่ สากลจักรวาล เหมาะหรือยัง? หรือควรทับศัพท์ดีหว่า แต่สรุปว่าอ่านแล้วก็ได้อรรถรสดีอะนะ
สำหรับแนวคิดนิยายชุดนี้ ถูกนำไปลอกใช้ในหลายๆเรื่่องอยู่แล้ว กระทั่ง Starwars นี่ก็ทั้งดุ้นเลย จับมาเคลือบน้ำตาลกับชอคโกแล๊ตซะ ใส่ความรุนแรงและสงครามเข้าไป เสียอย่างเดียว จอร์จ ลูคัส แกกักกฏ 3 ข้อของหุ่นยนต์ทิ้งซะ เซ็งเลย