นวัตกรรมกำลังหายไปจากวงการเกม

Keyword
Column

นวัตกรรมกำลังหายไปจากวงการเกม

"Innovation is dying"

ถ้าเจ้าของประโยคนี้เป็นผู้สร้างเกมธรรมดาทั่วไป ก็คงไม่มีใครสนใจเท่าไรนัก แต่เผอิญว่าคนพูดคือชิเงรุ มิยาโมโต้ คนคิดคาแรกเตอร์มาริโอ ซึ่งสร้างยอดขายรวมทุกภาคเป็นซีรีย์ที่ขายดีที่สุดตลอดการของวงการเกม ประเด็นนี้เลยน่าสนใจขึ้นมาทันที

เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ชุมชนออนไลน์ทั่วโลกต่างจับตาดูงาน E3 (Electronics Entertainment Expo) เป็นพิเศษ เพราะว่างานปีนี้ใช้เปิดตัวเครื่องเกมยุคใหม่สามเครื่องจากสามค่ายผู้ครองส่ วนแบ่งตลาด โดยจุดสนใจที่สุดคือ Play Station 3 ของโซนี่ที่มีกำหนดการออกปลายปีหน้า และตามมาด้วย XBox 360 จากไมโครซอฟต์ที่จะวางจำหน่ายคริสต์มาสปีนี้

ในขณะที่ Revolution ของนินเทนโด เจ้าพ่อขนานแท้และดั้งเดิมของวงการเกมได้รับการพูดถึงเพียงเล็กน้อย

นินเทนโดเป็นผู้ครองตลาดวิดีโอเกมมายาวนานตั้งแต่สมัยที่คนทั่วไปยังไม่มีโอ กาสเล่นเกมมากนัก ต่างจากทุกวันนี้ที่อุตสาหกรรมเกมเริ่มโตใกล้เคียงกับฮอลลีวู้ดเข้าทุกวัน ในทศวรรษ 90 นินเทนโดครองความยิ่งใหญ่แบบไร้คู่แข่งมาตลอด จนกระทั่งยุคที่ซีดีรอมเข้ามามีบทบาท ด้วยแผนการตลาดที่ผิดพลาด ทำให้เครื่อง Play Station จากยักษ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างโซนี่ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในวงการเกมแม้แต่น้ อย สร้างกรณีศึกษาให้กับโลกธุรกิจโดยเข้ามาเป็นเครื่องเกมอันดับหนึ่งแทนในเวลา ไม่นาน

ขนาดบริษัทของโซนี่นั้นยิ่งใหญ่ต่างกับนินเทนโดมากนัก ธุรกิจเครื่องเล่นเกมวัดกันที่ความยาวของสายป่านด้วย เพราะต้องยอมขายขาดทุนในช่วงแรก และรอกำไรในปีที่สี่และห้าเมื่อจำนวนเครื่องผลิตมากพอจนคุ้มทุน เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างไมโครซอฟต์เข้ามาชิงเค้กด้วย ค่ายเล็กค่ายน้อยในวงการก็โดนบีบให้ถอนตัวออกไปจากตลาดเครื่องเล่นเกม ไม่เว้นแม้แต่อดีตยักษ์อย่างเซก้า (SEGA) และเอสเอ็นเค (SNK)

หลังจากนั้นมา ธุรกิจเกมก็เหลือเพียงสามยักษ์ใหญ่ คือ โซนี ไมโครซอฟต์ และนินเทนโด

นินเทนโดเริ่มรู้ดีว่าไม่สามารถแข่งประสิทธิภาพและราคากับอีกสองยักษ์ที่ใหญ ่กว่าตัวเองได้ ในขณะที่โซนีกับไมโครซอฟต์ขยับขยายตัวเองจากเครื่องเล่นเกมไปเป็นเครื่องบัน เทิงในบ้าน (รวมเอาความสามารถของการเล่นเกมออนไลน์ การบันทึกรายการทีวี การเล่นดีวีดี และฟังเพลง) นินเทนโดกลับย้อนคืนสู่รากเหง้าของตัวเองคือเกม โดยการประกาศมุ่งเน้นเฉพาะตลาดเกมเท่านั้น และมิยาโมโต้รวมถึงผู้บริหารของนินเทนโดก็เคยออกมาพูดหลายครั้งว่า นินเทนโดกำลังมองหา "นวัตกรรม" ใหม่ๆ ในวงการเกม เหมือนกับช่วงสิบปีที่แล้วที่วงการเกมมักจะตื่นเต้นอยู่เสมอกับของแปลกใหม่ท ี่นินเทนโดนำเสนอ

การออกมาเน้นย้ำของมิยาโมโต้รอบนี้ ผมมองได้สองประเด็นครับ

อย่างแรกคือ นวัตกรรมกำลังหายไปจากวงการเกมจริงๆ

เหตุผลก็มาจากประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ที่เพิ่มอย่างก้าวกระโดด ทำให้การสร้างเกมที่มีกราฟฟิคอลังการเหนือจริงทำได้ง่ายขึ้น และรวมกับยอดขายถล่มทลายของเกมที่เน้นด้านภาพ อย่างเช่น ตระกูลไฟนอล แฟนตาซี ทำให้ผู้ผลิตเกมมีความคิดที่ว่า สนุกไม่สนุกไม่สนใจ ขอภาพสวยไว้ก่อน ส่งผลให้เกมช่วงหลังๆ มีความซับซ้อนมากขึ้น ใช้เวลาในการเล่นมากขึ้น และมีรูปแบบคล้ายๆ กันเพราะต้องการการันตียอดขายจากแนวของเกมที่ได้รับการยอมรับอยู่แล้ว ผมไม่ได้หมายความว่าเกมยุคนี้ไม่ดีนะครับ เกมเด็ดๆ ในรอบปีอย่าง Grand Thief Auto หรือ Halo ถือว่าเป็นเกมคุณภาพสูงระดับตำนานเลย เพียงแต่ว่ามันขาดความแปลกใหม่ไปสักหน่อย

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่นินเทนโดนำมาเป็นจุดขาย ถ้าติดตามวงการเกมมาบ้าง จะพบว่าเกมของนินเทนโดในช่วงหลังเน้นเกมที่มีรูปแบบใหม่ๆ เน้นการเล่นหลายคนในครอบครัว แถมยังคงความสนุกในการเล่นไว้ ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างชัดคือยอดขายตัวซอฟต์ของนินเทนโดยังขายดีอยู่เสมอ นินเทนโดยังเปิดตัวเครื่องเล่นใหม่ๆ ที่มีศักยภาพสำหรับเกมรูปแบบใหม่ๆ เช่น เกมพกพา Nintendo DS ที่มีจอภาพสองจอ และจอหนึ่งมีระบบสัมผัส ซึ่งเปิดโอกาสให้ควบคุมผ่านจอได้แทนที่จะเป็นจอยสติ๊กแบบที่เราเห็นกันมานมน าน

และนี่ก็เป็นประเด็นที่สองด้วยครับ อาจมองได้ว่า นินเทนโดออกมาพูดถึงนวัตกรรมอยู่เสมอ เพื่อเป็นการทำตลาดให้กับเครื่องเล่นเกมตัวใหม่ Revolution นั่นเอง

รายละเอียดของ Revolution ยังมีอยู่น้อยมาก เพียงสเปกของฮาร์ดแวร์ในระดับเทคนิคล้วนๆ เท่านั้น นินเทนโดยังไม่ยอมเผย "นวัตกรรม" ของเครื่อง Revolution มากนัก

ถึงแม้ว่าที่ผ่านมานินเทนโดอาจยังสร้างปรากฎการณ์ใหม่ๆ ได้ไม่มากนัก เพราะนวัตกรรมเป็นปัญหาที่สำคัญในทุกๆ วงการไม่เพียงเฉพาะวงการเกม (ด้วยเหตุผลที่ว่า อะไรๆ ก็มีคนทำไปหมดแล้ว) แต่อย่างน้อยก็น่ายินดีที่นินเทนโดกำลังพยายามทำอะไรบางอย่างที่ให้วงการเกม แปลกใหม่ออกไป ถ้ามองในมุมมองของเกมเมอร์นะครับ

ผมอ่านความคิดเห็นหนึ่งที่เขียนตอบมิยาโมโต้ เค้าบอกว่า ในขณะที่โซนีกับไมโครซอฟต์กำลังพัฒนาตัวไปเป็นฮอลลีวู้ด  นินเทนโดกำลังหันไปเลียนแบบพิกซาร์ ที่เน้นในสิ่งเฉพาะทางที่ตัวเองถนัดจริงๆ ก็มีโอกาสดังได้แบบไร้คู่แข่งเช่นกัน ในฐานะที่โตมากับเกมของนินเทนโดมาโดยตลอด ผมก็ขออวยพรให้ Revolution ประสบความสำเร็จแบบเดียวกับหนังของพิกซาร์นะครับ

เรื่องนี้ต้องดูกันยาวๆ นิดนึง ปลายปีนี้เรามาดู Xbox 360 กัน และเมื่อ PS3 ออกมาก็คงพอสรุปได้ว่า วิธีการของใครจะอยู่รอดกันแน่