Red Hat Enterprise Linux 4

Keyword
Column

ผมได้ไปงานเปิดตัว Red Hat Enterprise Linux เวอร์ชัน 4 สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมาครับ สำหรับกรุงเทพงานจัดวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา ที่โรงแรม InterContinental Bangkok ติดกับเกษรพลาซ่า เลยนำมาเล่าให้ฟังกัน

ผมเคยเขียนถึงตั้งแต่ Red Hat หนึ่งในผู้บุกเบิกลินิกซ์เลิกการพัฒนา Red Hat Linux ตั้งแต่เวอร์ชัน 9 และยกให้กับโครงการโอเพ่นซอร์สที่ชื่อ Fedora แทน ด้วยเหตุผลทางด้านการตลาด หลังจากนั้นบริษัท Red Hat ก็หันมาขาย Red Hat Enterprise Linux เพียงอย่างเดียว (สังเกตคำว่า Enterprise ดีๆ นะครับ) ด้วยความนิยมและความสามารถของลินิกซ์เองในตลาดองค์กร ทำให้ Red Hat ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้ผลิตระบบปฏิบัติการที่สำคัญอย่างรวดเร็ว และเป็นภัยที่อันตรายอย่างยิ่งต่อผู้ขายยูนิกซ์เจ้าอื่น อย่างเช่น ซัน ไมโครซิสเต็ม

การทำตลาดองค์กรนั้นต่างออกไปจากตลาดผู้ใช้ตามบ้านครับ เงินที่จ่ายนั้นเป็นเงินขององค์กรดังนั้นไม่ต้องคำนึงถึงความประหยัดมากนักถ ้าเทียบกับประสิทธิภาพ และผลกำไรที่ได้จากการลงทุนซื้อระบบปฏิบัติการ ปัจจุบันนี้ตลาดระบบปฏิบัติการองค์กรแคบลงมากๆ เหลือผู้เล่นอยู่ไม่กี่ราย นั่นคือ Windows 2003 จากไมโครซอฟท์ ฝั่งยูนิกซ์มี Solaris ของซันที่เพิ่งจะประกาศโอเพ่นซอร์สเพื่อแข่งกับลินิกซ์โดยเฉพาะ และผู้ผลิตลินิกซ์รายใหญ่สองราย Red Hat และ SuSE ซึ่งปัจจุบันเป็นบริษัทลูกของ Novell

ดังนั้นการจัดงานเปิดตัว Red Hat Enterprise Linux (RHEL) 4 ในเมืองไทยและในภูมิภาคนี้ จึงเป็นการแสดงถึงเป้าหมายของบริษัท Red Hat ว่าต้องการกินตลาดองค์กรประเทศไทยอย่างจริงจัง นอกจากได้ฟังการบรรยายความสามารถต่างๆ ของ RHEL ตามปกติแล้ว หลังงานเลิกผมยังมีโอกาสได้คุยกับคุณ Steve McWhirter รองประธานภูมิภาคเอเชียแปซิิฟิกของ Red Hat ถึงโครงการ RHEL รุ่นภาษาไทยด้วยครับ คุณ Steve บอกว่า Red Hat ค่อนข้างจะเอาจริงกับตลาดนี้ และกำลังอยู่ในช่วงพัฒนา RHEL รุ่นที่หน้าตาและข้อความต่างๆ เป็นภาษาไทยกับพันธมิตรคือบริษัท Datamat จะวางจำหน่ายใต้ชื่อ Red Hat Enterprise Linux 4 Thai Edition ภายในหกเดือนนี้ และในเวอร์ชันหน้าคือ RHEL 5 ก็จะมีภาษาไทยรวมอยู่ตั้งแต่แรกเลย

รายการบรรยายที่สำคัญเป็นของคุณ Quah Hak-Teng จาก Red Hat อาเซียนที่สิงคโปร์ ออกมาแนะนำความสามารถเด่นๆ ของ RHEL4 ที่คุณ Quah เน้นมากก็เป็นประสิทธิภาพของเคอร์เนล 2.6 เพราะว่า RHEL4 เป็นลินิกซ์รุ่นแรกของ Red Hat ที่เพิ่งเปลี่ยนมาใช้ 2.6 ความสามารถสำคัญอีกอย่างคือ SELinux หรือ Security Enhanced Linux ซึ่งเป็นระบบรักษาความปลอดภัยแบบเข้มข้นที่ออกแบบและพัฒนาโดยสำนักงานความมั ่นคงแห่งชาติสหรัฐ

แต่ฟีเจอร์ 2 อย่างข้างต้นนี้ ผมก็ต้องบอกเลยว่าสามารถหาได้จากลินิกซ์รุ่นฟรีตัวอื่นๆ โดยเฉพาะ Fedora ครับ สิ่งที่ทำให้ RHEL ขายได้คือการสนับสนุนหลังการขายต่างหาก การสนับสนุนในที่นี้รวมไปถึงการออกแพตช์ต่างๆ ให้โปรแกรมในระบบอัพเดตอยู่เสมอ ซึ่ง RHEL การันตีให้ 7 ปีเลยทีเดียว เรื่องพวกนี้ Red Hat รู้ดีว่าสำคัญต่อลูกค้าบริษัทมาก จึงไม่เน้นทำกำไรจากตัวระบบปฏิบัติการ แต่หันมาจับบริการหลังขายแทน

ฟีเจอร์เด่นอีกอย่างคือความเข้ากันได้กับผู้ผลิตซอฟท์แวร์รายใหญ่ครับ RHEL เป็นมาตรฐานของลินิกซ์ในองค์กรไปแล้ว ผู้ผลิตซอฟท์แวร์สำหรับองค์กรรายใหญ่ๆ เช่น Oracle, SAP, PeopleSoft, BEA หรือ IBM จึงต้องการันตีว่าโปรแกรมของตนต้องทำงานได้บน RHEL แน่นอนจึงจะขายของได้ เรื่องพวกนี้นอกจากไมโครซอฟท์แล้วก็หาคู่แข่งกับ Red Hat ได้ยากเช่นกัน

RHEL แบ่งออกเป็น 4 รุ่น คือ AS (เดิมชื่อ Advance Server) สำหรับเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ที่มีซีพียูมากกว่า 2 ตัว, ES (เดิมคือ Enterprise Server) สำหรับเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็ก, WS (เดิม Workstation) สำหรับงานด้านเทคนิค หรือนำไปทำคลัสเตอร์ และ Red Hat Desktop สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป สนใจก็ติดต่อตัวแทนจำหน่ายในเมืองไทย คือ บริษัท SCS Thailand เองนะครับ ออกตัวว่าไม่ได้โฆษณาให้กับ Red Hat นะครับ ผู้ผลิตลินิกซ์รายอื่น (เช่น Novell) จะติดต่อมาให้ทดสอบก็ยินดีครับ โดยเฉพาะผู้พัฒนาในเมืองไทยที่ขายโซลูชันเกี่ยวกับโอเพ่นซอร์สยิ่งต้องส่งเส ริมครับผม