ได้เวลาซื้ออุปกรณ์เก็บข้อมูล

Keyword
Column

ตอนนี้อินเทอร์เน็ตแบบบรอดแบนด์ในบ้านเราเริ่มแข่งขันดุเดือด
ทุกเจ้าต่างงัดโปรโมชั่นมาเกทับกันเกือบทุกวัน พอๆ กับโทรศัพท์มือถือเลยทีเดียว
นั่นก็เป็นประโยชน์กับผู้ใช้อย่างเราๆ จริงมั้ยครับ
ใครที่มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงใช้แล้ว ก็คงไม่อยากกลับไปต่อโมเด็มอีก
นอกจากบรอดแบนด์จะช่วยให้เราเล่นเกมออนไลน์ได้ราบรื่นมากขึ้น
ดูหนังฟังเพลงผ่านอินเทอร์เน็ตได้สะดวกมากขึ้น
ผลที่ตามมาอีกอย่างคือทำให้เรามีพฤติกรรมในการใช้งานเปลี่ยนไป

หลายๆ คนเริ่มไม่ลังเลในการดาวน์โหลดตัวอย่างหนังขนาดใหญ่มาเก็บไว้ดูที่เครื่อง
นี่ยังไม่นับรวมไปถึงการแลกเปลี่ยนไฟล์แบบเพียร์ทูเพียร์ (P2P)
ซึ่งไม่ว่าจะถูกกฎหมายหรือไม่ แต่ขนาดไฟล์ก็ใหญ่โตมโหฬารทั้งนั้น
รวมไปถึงรูปที่ได้จากกล้องดิจิทัลและเพลงแบบเอ็มพีสามที่ทุกคนเก็บไว้เยอะแยะมากมาย
ผลลัพธ์สุดท้ายก็คือฮาร์ดดิสก์เริ่มจะไม่พอใช้กันแล้ว

เดี๋ยวนี้ขนาดของโปรแกรมที่เก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์เริ่มจะคงที่แล้วล่ะครับ
โปรแกรมใช้งานทั่วไปที่ออกมาเมื่อสามปีก่อน
กับตอนนี้ต้องการที่ว่างบนฮาร์ดดิสก์ไม่ต่างกันนัก
โปรแกรมชนิดที่ต้องการเนื้อที่มากๆ อย่างพวกเกมใหม่ๆ ก็เริ่มอยู่ตัวแล้วเช่นกัน
คือไม่เกิน 1-2G ต่อเกม
ทำให้แนวโน้มว่าอัตราส่วนในฮาร์ดดิสก์ของเรากลายเป็นไฟล์ใช้เยอะกว่าโปรแกรม
(จากอัตราส่วนพอๆ กันเมื่อสักห้าหกปีที่แล้ว)

เมื่อฮาร์ดดิสก์เริ่มไม่พอใช้ เราก็ต้องหาวิธีแก้ไขให้มันพอ
ซึ่งวิธีแรกที่ควรจะทำและไม่เสียเงินแม้แต่น้อย คือ จัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระเบียบ
และลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นทิ้งไปเสีย ซึ่งไฟล์ที่ไม่จำเป็นมักจะมีอยู่เสมอ
แต่เมื่อถึงจุดที่คุณไม่สามารถลบอะไรออกไปได้แล้ว
เนื่องจากว่าคอมพิวเตอร์ของคุณซื้อมานาน สมัยที่ฮาร์ดดิสก์ยังน้อย (น้อยกว่า 20G)
นี่เริ่มได้เวลาจับจ่ายใช้สอยอีกแล้วครับ

อุปกรณ์เก็บข้อมูลสำหรับชาวบ้านอย่างเราๆ (เน้นว่าชาวบ้าน
ไม่ใช่การเก็บข้อมูลขององค์กรนะครับ) แบ่งได้เป็น 3 ประเภทครับ คือ
แฟลชไดร์ฟหรือยูเอสบีไดร์ฟแล้วแต่จะเรียก, ฮาร์ดดิสก์ และแผ่นซีดีหรือดีวีดี
ต่างกันตามรูปแบบการใช้งาน คุณอาจจำเป็นต้องใช้ทั้งสามชนิดร่วมกันก็ได้ครับ

ผมเคยเขียนถึงแฟลชไดร์ฟไปรอบนึงแล้ว จุดประสงค์ของแฟลชไดร์ฟ คือ
การเก็บข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ (ไม่ใช่ทั้งหมด) ไว้กับตัว
และใช้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างเครื่อง
ต่างออกไปจากฮาร์ดดิสก์และซีดี มาถึงตอนนี้แฟลชไดร์ฟราคาถูกมาก
(ประมาณเจ็ดร้อยบาทสำหรับ 128 MB และหนึ่งพันนิดๆ สำหรับ 256 MB) และคิดว่าหลายๆ
คนคงซื้อหาไว้เรียบร้อย

ฮาร์ดดิสก์เป็นสื่อที่ใช้เก็บข้อมูลทั้งหมดที่เรามี
ปกติแล้วคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่วางขายก็มีฮาร์ดดิสก์อยู่แล้ว
แต่ถ้ามันเก่ามากจนไม่พอใช้ ก็ถึงเวลาต้องซื้อตัวที่สอง
ถ้าซื้อตอนนี้ผมอยากให้ซื้อฮาร์ดดิสก์ที่เชื่อมต่อแบบ SATA (ย่อมาจาก Serial ATA)
ใช้สายขนาดเล็กต่างไปจากฮาร์ดดิสก์สมัยก่อน ที่ใช้สายแบนๆ กว้างๆ SATA
มีข้อได้เปรียบกว่าฮาร์ดดิสก์ ATA ปกติตรงที่ถ่ายข้อมูลได้เร็วกว่า (SATA วิ่งที่
150 เมกะบิตต่อวินาที ส่วน ATA ทำได้สูงสุด 133 เมกะบิตต่อวินาที)
และสายที่มีขนาดเล็กลงทำให้การไหลเวียนของลม ในการระบายความร้อนในเครื่องทำได้ดีขึ้น โดยมีราคาที่ต่างกันเล็กน้อย

ถ้าซื้อตอนนี้อยากให้มองความจุขั้นต่ำที่ 80G (ประมาณ 2,500-3,000 บาท)
หรือจะขยับไปที่ 120G (เกือบ 4,000 บาท) ก็คุ้มค่าครับ
เมื่อได้มาแล้วแนะนำให้แบ่งพาร์ทิชันไว้ เพื่อป้องกันข้อมูลทั้งหมดหาย
ข้อควรระวังคือการติดตั้งวินโดว์สเอ็กซ์พีบนฮาร์ดดิสก์แบบ SATA
จำเป็นต้องใช้ไดร์ฟเวอร์เพิ่มเติมในตอนติดตั้ง ซึ่งแถมมากับตัวฮาร์ดดิสก์อยู่แล้ว

เทคนิคเล็กๆ
อีกอย่างสำหรับคนที่มีฮาร์ดดิสก์สองตัวคือใช้ฮาร์ดดิสก์ตัวใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่าเป็นตัวหลัก
ลงระบบปฏิบัติการ แล้วใช้ฮาร์ดดิสก์ตัวเก่าเป็นอุปกรณ์พกพา
สำหรับย้ายข้อมูลระหว่างเครื่องก็ได้ ปัญหาการแกะเครื่องบ่อยๆ
สามารถแก้ได้ด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า Mobile Rack คล้ายๆ
กับลิ้นชักที่ทำให้ถอดฮาร์ดดิสก์ได้สะดวกมากขึ้น (ชิ้นละประมาณ 300-400 บาท)

อย่างสุดท้าย คือ การเขียนข้อมูลลงในแผ่นซีดี หรือดีวีดี
ถ้ายังไม่มีไดร์ฟสำหรับเขียนซีดี ก็แนะนำว่าต้องซื้อแล้วครับ
ไดร์ฟเขียนซีดีเป็นอุปกรณ์มาตรฐานมาหลายปีแล้ว
คุณสามารถหาซื้อได้ในราคาต่ำกว่าหนึ่งพันบาท ส่วนซีดีเปล่าที่เห็นขายเป็นหลอดๆ
ตามห้างไอทีนั้นราคาเฉลี่ยตกแผ่นละประมาณห้าบาท สำหรับซีดีแบบเขียนซ้ำได้ (CD-RW)
แผ่นละสามสิบบาทเท่านั้น
เรียกได้ว่าถูกจนคุ้มสำหรับการแลกเปลี่ยนไฟล์ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เช่น
หนัง, เพลง หรือเอกสารพรีเซ็นเตชั่น

สำหรับผู้ที่ต้องยุ่งเกี่ยวกับข้อมูลขนาดใหญ่ โดยเฉพาะการตัดต่อภาพยนตร์
ไดร์ฟสำหรับเขียนดีวีดีก็เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้เช่นกัน
ปัจจุบันราคาตกลงมามากและไม่น่าจะลงไปมากกว่านี้ซักเท่าไร ดีวีดีแบบเลเยอร์เดียว
(เก็บได้ 5G ที่เราเรียกกันติดปากว่าดีวีดี 5) ราคา 2,000-3,000 บาท
ขึ้นกับความเร็วในการเขียน (การเขียนดีวีดีใช้เวลานานกว่าซีดีเยอะครับ
ซีดีใช้ไม่เกินห้านาที ส่วนดีวีดีเกือบครึ่งชั่วโมง)
ดีวีดีแบบดูอัลเลเยอร์ที่เก็บข้อมูลได้ถึง 9G ราคาอยู่ที่ 4,000 บาท
และแผ่นก็เริ่มวางขายแพร่หลายแล้ว