เมื่อการค้นหาเปลี่ยนไป

Keyword
Column


เมื่อการค้นหาเปลี่ยนไป

กรุงเทพธุรกิจ: 13 Jan 2005

เราจะเรียกปี 2004 ที่ผ่านมาว่าเป็นปีแห่งเทคโนโลยีเวบบล็อก
และการกระจายเนื้อหาด้วย RSS (หรือที่เรียกเล่นๆ ว่า Feed) ก็คงไม่ผิดนัก
เหตุการณ์ต่างๆ ที่เราเคยรับรู้เพียงด้านเดียวผ่านสื่อมวลชนเจ้าใหญ่
ก็กลายมาเป็นการอ่านมุมมองของคนวงในที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ทางเวบบล็อก
ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ โอลิมปิก
จนถึงคลื่นยักษ์สึนามิถล่มเอเชีย

ผมเขียนถึงเวบบล็อกและ RSS ไปหลายรอบแล้วในปีที่ผ่านมา
นอกเหนือจากบล็อกแล้ว อีกเทคโนโลยีหนึ่งที่ใช้ปี 2004 เป็นช่วงฟักตัว
และกำลังจะโผล่มาเปลี่ยนแปลงการทำงานของเราในปี 2005 และปีถัดๆ ไป
คือเทคโนโลยีการค้นหาผ่าน metadata
ซึ่งผมตื่นเต้นกับมันมากกว่าเวบบล็อกซะอีก

จริงๆ เรื่องนี้ก็เคยเขียนถึงไปแล้วในตอน Google Desktop ล่ะครับ แต่ในเมื่อมันออกจะแรงขนาดนี้แล้ว ขอเขียนอีกรอบ

คำว่า metadata แปลให้เข้าใจง่ายๆ คือข้อมูลที่ใช้อธิบายข้อมูล
งงกันมั้ยครับ อธิบายให้ลึกลงไปอีก คือข้อมูลที่เราไม่ได้อยากได้โดยตรง
แต่เอาไว้บอกกับเราว่าข้อมูล (ที่เราอยากได้) มีประวัติความเป็นมาอย่างไร

เพื่อให้เข้าใจง่ายดูตัวอย่างดีกว่าครับ รูปถ่ายดิจิทัลก็ได้
ตัวรูปที่ออกมาจากกล้องนั้นถือเป็นข้อมูล (data) ที่เราอยากได้
ส่วนวันเวลาที่ถ่าย ยี่ห้อกล้อง ความไวแสง
ซึ่งปัจจุบันกล้องดิจิทัลทุกตัวใส่มาให้โดยอัตโนมัติ พวกนี้เรียกว่าเป็น
metadata อีกตัวอย่างที่ดีคือเพลงจากไฟล์ mp3 ตัวเสียงเพลงจริงๆ คือ data
และชื่อเพลง ศิลปิน อัลบั้ม ปีที่ออกนับเป็น metadata

พอเห็นภาพกันบ้างรึยังครับ

สิ่งเหล่านี้จะทำให้พฤติกรรมการค้นหาข้อมูลของเราเปลี่ยนไป
เพราะว่าคนเรามักจะจำข้อมูลที่เป็น metadata ได้ง่ายกว่า
จากเดิมที่เราเคยหาข้อมูลในเครื่องจากชื่อไฟล์เท่านั้น เราก็สามารถหาจาก
metadata ได้ด้วย ดูตัวอย่างอีกรอบนะครับ สมมติว่าผมมีเพลง Vertigo
จากอัลบั้มใหม่ล่าสุดของ U2 ชื่อไฟล์ vertigo.mp3
ถ้าเป็นสมัยก่อนผมต้องใส่คีย์เวิร์ดคำว่า vertigo เท่านั้นถึงจะเจอไฟล์นี้
แต่ต่อไปเราใส่ U2 ในการค้นหาก็เพียงพอแล้ว เพราะว่ามันจะไปเจอคำว่า U2 ใน
metadata ของไฟล์ vertigo.mp3 นั่นเอง

เทคโนโลยีพวกนี้พัฒนามาจากการหาเวบเพจที่แข่งขันกันสูง
ทำให้เกิดวิธีการใหม่ๆ
ในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของสิ่งที่ต้องการค้นหาออกมา
เพื่อประสิทธิภาพในการค้นหาที่สูงขึ้น

ปัจจุบันบริษัทซอฟต์แวร์จำนวนมากกำลังแข่งกันพัฒนาเทคโนโลยีด้านนี้อย่างหนั
ก ไมโครซอฟท์ประกาศเทคโนโลยี WinFS ในวินโดว์สตัวถัดไป (คาดว่า WinFS
จะออกมาในช่วงปี 2007) แต่ตัวที่น่าจะมาก่อนคือ ฟีเจอร์ Spotlight ใน
MacOSX 10.4 ซึ่งออกภายในครึ่งปีแรกของปี 2005 นี้

เจ้าพ่อค้นหาอย่าง Google ไม่มีพลาดอยู่แล้วครับ Google Desktop
ออกมาให้เล่นกันนานแล้ว แต่ยังไม่ค่อยสมบูรณ์นัก
ถ้าอยากลองเล่นโปรแกรมแนวๆ นี้แนะนำให้ไปดาวน์โหลดโปรแกรม Copernic
(www.copernic.com) ซึ่งค้นหาได้ดีกว่าของ Google พอสมควร

ฝั่งลินิกซ์ก็ไม่น้อยหน้า โครงการ Beagle ของ Gnome
ฝันยิ่งใหญ่กว่าการค้นหา metadata ธรรมดาเยอะ
ชนิดที่ว่าไฟล์ที่เซฟมาจากอีเมล สามารถค้นหาได้จากชื่อคนส่งเมลได้เลย ฝั่ง
KDE ก็ประกาศทำเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่ารายละเอียดยังไม่ออกมามากนัก

จากที่ผมลองใช้โปรแกรมทำนองนี้มา
ก็พบว่าปัญหาที่สำคัญคือเราต้องเปลี่ยนวิธีคิดกันพอสมควรเลยครับ
จากเดิมที่เราคุ้นเคยกับการจัดไฟล์อย่างเป็นระเบียบมานานหลายสิบปี
รู้ว่าไฟล์ไหนอยู่ตรงไหน การหาไฟล์ผ่าน metadata
จึงไม่ค่อยมีประโยชน์มากนัก ผมคิดว่าคนที่ไม่เคยใช้คอมพิวเตอร์มาก่อนเลย
ไม่มีความรู้เรื่องระบบไฟล์ น่าจะใช้งานการหา metadata ได้ดีกว่า
เพราะใกล้เคียงกับพฤติกรรมจริงๆ ของคนเรามากกว่าครับ
เรื่องนี้คงต้องใช้เวลาอีกนานเหมือนกันกว่าจะปรับตัวเข้ากันได้

ถ้าอยากลองสัมผัสเทคโนโลยีที่น่าจะมาแรงในอีกปีสองปีข้างหน้าก่อนใคร
แต่ไม่อยากลงโปรแกรมอะไรวุ่นวาย สิ่งที่ผมแนะนำคือบริการ Gmail ของ Google
ครับ สโลแกนที่ว่า Search, not Sort น่าจะอธิบายมันได้ดีกว่าอย่างอื่น

สวัสดีครับ