Wikimedia กับอาณาจักรข้อมูลของมนุษยชาติ

Column

กรุงเทพธุรกิจ SciTech: 16 Dec 2004

ผมเคยเขียนถึง Wikipedia ซึ่งเป็นสารานุกรมแรงงานอาสาสมัครไปทีนึงแล้ว
ความสำเร็จอย่างล้นหลามของ Wikipedia
กลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญของอินเทอร์เน็ตเลยทีเดียว ปัจจุบัน Wikipedia
มีบทความมากกว่าหนึ่งล้านชิ้นในร้อยกว่าภาษา
เอาเฉพาะภาษาอังกฤษนั้นมีมากกว่าสี่แสนชิ้น
รองลงมาภาษาเยอรมันก็เกือบสองแสนบทความ ภาษาก็มีเกือบทุกภาษาในโลก
รวมไปถึงภาษา Klingon ที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่องสตาร์เทร็ค
สำหรับภาษาไทยสามารถเข้าไปช่วยกันเขียนได้ที่ th.wikipedia.org ครับ

ความนิยมของ Wikipedia นั้นมีมากจนต้องมีโครงการในรูปแบบเดียวกันตามมามากมาย
โครงการทั้งหมดอยู่ใต้การดูแลของ Wikimedia Foundation ซึ่งมีโครงการที่น่าสนใจหลายอย่าง
แต่ที่สำคัญคือเป้าหมายของทุกโครงการคือสร้างฐานข้อมูลความรู้เสรีเพื่อมวลมนุษยชาติ
ฟังดูยิ่งใหญ่ดีมากมั้ยล่ะครับ แต่ผมคิดว่าเป้าหมายของ Wikimedia มีโอกาสเป็นจริงได้
มาดูโครงการอื่นๆ ทีละโครงการกันครับ ลิงค์ไปยังโครงการต่างๆ แนะนำให้ตามจากหน้าของ
Wikimedia โดยตรง (http://wikimediafoundation.org/wiki/Our_projects)

Wikimedia Commons

Wikimedia Commons เป็นโครงการที่สืบเนื่องมาจากสารานุกรม Wikipedia
เนื่องจากว่าบทความหลายชนิดจำเป็นต้องอ้างข้อมูลที่เป็นรูปภาพ เสียง
หรือวิดีโอด้วย
และการนำสื่อเหล่านี้จากแหล่งอื่นมาใช้อาจมีปัญหาด้านลิขสิทธิ์
ทำให้ทางแก้ไขของ Wikipedia คือสร้างสื่อขึ้นมาเอง และกลายมาเป็นโครงการ
Wikimedia Commons ในที่สุด รูปภาพทุกรูป ไฟล์ทุกไฟล์บนโครงการ Wikimedia
Commons สามารถนำไปใช้ได้อย่างเสรีครับ นั่นหมายถึงว่าผมสามารถเซฟรูปจาก
Wikimedia Commons แล้วนำมาประกอบโฆษณาทางการค้าได้อย่างอิสระ
ข้อดีอีกอย่างหนึ่งคือการเขียนบทความใน Wikipedia สามารถอ้างรูปจาก
Wikimedia Commons ได้โดยตรง เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับ Wikimedian
หรือเหล่านักสร้างสารานุกรมไปด้วยในตัว

Wiktionary

อ่านชื่อแล้วน่าจะเดากันได้นะครับ Wiktionary มาจากการเล่นคำว่า Dictionary
หรือพจนานุกรมนั่นเอง ทุกวันนี้เรามีพจนานุกรมออนไลน์ใช้กันมากมาย เช่น Meriam-Webster
หรือภาษาไทยก็ Lexitron ของเนคเทค แนวคิดของ Wiktionary จะคล้ายๆ กับ Longdo
(http://longdo.ex.nii.ac.jp)
พจนานุกรมภาษาไทยที่ใช้แรงงานอาสาสมัครช่วยกันเพิ่มคำศัพท์
ประโยชน์ของมันอาจไม่น่าตื่นเต้นนักเพราะเราคุ้นกับพจนานุกรมออนไลน์กันมานาน
และข้อมูลในพจนานุกรมมักจะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงเท่าไรนัก แต่ Wiktionary
ก็ทำให้เราได้ข้อมูลคำศัพท์ที่แตกต่างออกไปจากพจนานุกรมปกติ (เช่น
ศัพท์แสลง หรือศัพท์เฉพาะกลุ่ม)

Wikiquote

โครงการนี้ค่อนข้างน่าสนใจครับ เป็นการรวบรวมเอาวาทะคนดังต่างๆ
ทั้งนักปรัชญา นักวิทยาศาสตร์ นักการเมือง
มารวมกันไว้เพื่อให้สะดวกแก่การอ้างอิง เนื่องจากว่าเป็นแรงงานอาสาสมัคร
ดังนั้น วาทะจาก Wikiquote ไม่จำเป็นต้องเป็นทางการเสมอไป วาทะจากหนัง
หนังสือ หรือรายการทีวี เท่าที่ผมลองค้นดู วาทะหนังใหม่ๆ อย่าง The
Incredibles ก็ถูกบรรจุลงมาใน Wikiquote เรียบร้อยแล้ว

Wikisource

เป็นเหมือนหนึ่งในโครงการย่อยของ Wikimedia Commons
เพียงแต่โครงการนี้เก็บข้อความแทนรูปครับ ข้อความที่จะถูกเก็บจะต้องเป็น
public domain ซึ่งแปลง่ายๆ ว่าไม่มีเจ้าของ
ขยายความคือเป็นข้อความที่มีอายุถึงระดับหนึ่งจนไม่มีลิขสิทธิ์อีกต่อไป
กลายเป็นข้อมูลของมนุษยชาติ เช่น คัมภีร์ไบเบิล
หรืองานเขียนของนักเขียนในศตวรรษก่อนๆ เป็นต้น
ข้อความอีกแบบหนึ่งที่เป็นไปได้คือข้อความที่เจ้าของตั้งใจยกให้เป็นของส่วนรวมโดยตรง
ก็นับเป็น public domain เช่นกันครับ อนาคตมีแนวโน้มว่า Wikisource
อาจไปผนวกกับ Wikimedia Commons เป็นโครงการเดียว

Wikispecies

รวมฐานข้อมูลของสิ่งมีชีวิตแยกตามประเภท
เหมือนกับที่เรียนในวิชาชีวะเลยครับ โครงการนี้เป็นโครงการเล็กๆ
ที่มีภาษาอังกฤษเพียงภาษาเดียว (เพราะข้อมูลไม่เยอะ
และข้อมูลส่วนมากเป็นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ)
โครงการนี้ก็ไว้สำหรับนักวิทยาศาสตร์ได้อ้างอิงตามชื่อ

Wikibooks

โครงการที่ทะเยอทะยานที่สุดคือโครงการนี้ครับ เป้าหมายคือเขียนหนังสือ
ตำราต่างๆ ที่เป็นของส่วนรวมโดยแท้จริง
เพื่อที่ว่าจะได้ไม่ต้องง้อตำราจริงๆ ที่ตีพิมพ์ออกมาขายกัน
เท่าที่ดูคร่าวๆ หนังสือยังไม่เยอะนัก
และเป็นหนังสือที่ไม่ต้องใช้ความรู้ทางเทคนิคมาก
เน้นไปในทางตำราประวัติศาสตร์ ปรัชญา มากกว่าตำราทางวิทยาศาสตร์ ในอนาคต
Wikibooks จะพัฒนามาเป็น Wikiversity
ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้บนโลกออนไลน์ ตอนนี้คอร์สวิชาแรก Quantum
Physics บน Wikiversity กำลังอยู่ในช่วงพัฒนา

Wikinews

นี่คือโครงการล่าสุดในอาณาจักร Wikimedia รูปแบบก็ตามชื่อ
เป็นเวบไซต์ข่าวที่เขียนโดยอาสาสมัครนั่นเอง Wikinews
พบกับการวิจารณ์อย่างหนักว่าคงไปไม่รอดเพราะเรามีเวบข่าวมากมายอยู่แล้ว
แต่แนวคิดของ Wikinews
จะให้เป็นเวบข่าวที่ผู้ประสบเหตุการณ์สามารถรายงานมาได้จริงๆ
ไม่ต้องผ่านผู้สื่อข่าวและบรรณาธิการ
ซึ่งอาจทำให้เกิดการปิดกั้นทางข่าวสารบางส่วนได้ ปัญหาสำคัญของ Wikinews
คือความน่าเชื่อถือของข่าวครับ
เพราะผู้เขียนสามารถเขียนเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองเข้าไปได้
ทำให้ต้องมีระบบการรีวิวและความน่าเชื่อถือมาตรวจสอบอีกชั้น
ผมขอไม่เขียนถึงเพราะว่าจะละเอียดเกินไป ลองเข้าไปตามอ่านกันดูครับ

สุดท้ายนี้ก็อยากจะฝากไว้ว่า ทุกเวบไซต์ใต้อาณาจักร Wikimedia นั้นมุ่งสู่การเป็นแหล่งอ้างอิงที่สามารถใช้ได้โดยเสรี
ผมเองก็หาข้อมูลจาก Wikipedia บ่อยๆ เพราะว่าจัดเรียงอย่างเป็นระบบและสืบค้นง่าย
ถ้าอยากช่วยแต่ไม่รู้จะทำอะไร ก็ไปเขียน Wikipedia ภาคภาษาไทยได้ตามลิงค์ข้างบน
ไม่ต้องกลัวว่าไม่มีความรู้พอที่จะเขียนได้นะครับ ความรู้ใน Wikipedia มีทุกชนิดจริงๆ
ชนิดที่ไม่คาดหวังว่าจะมียังมีเลย (เช่น บทความเรื่องถ้าเอาระบบปฏิบัติการมาวาดเป็นการ์ตูนญี่ปุ่น
จะออกมาหน้าตายังไง ลองไปค้นหัวข้อ "OS tan") ส่วนคอลัมน์ตอนนี้ผมอ้างอิงหลายเรื่องมาจาก
InfoAnarchy Wikinews and the Growing Wikimedia Empire (http://www.infoanarchy.org/story/2004/12/3/213547/371)
ก็ให้เครดิตเจ้าของมา ณ ที่นี้