Cell ซีพียูแห่งโลกอนาคต

Keyword
Column

Cell ซีพียูแห่งโลกอนาคต

ข่าวสุดร้อนประจำสัปดาห์นี้ ก็หนีไม่พ้นการเปิดเผยสถาปัตยกรรมของซีพียูแห่งอนาคต ที่สามยักษ์แห่งวงการเซมิคอนดักเตอร์อันได้แก่โซนี่ โตชิบา และไอบีเอ็ม ร่วมกันสร้างขึ้น ชื่อของซีพียูตัวนั้นคือ Cell ครับ

ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ไอบีเอ็มได้เปิดเผยรายละเอียดของ Cell ที่แอบไปซุ่มพัฒนามานาน ในงานประชุม International Solid State Circuits Conference ที่ซานฟรานซิสโก รายละเอียดทางเทคนิคผมขอข้ามไปนะครับ ถ้าสนใจก็สามารถติดตามอ่านได้จากอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีค่อนข้างเยอะ เพราะว่า Cell เป็นสถาปัตยกรรมที่ใหม่และทรงพลัง และถ้าเกิดว่ามันประสบความสำเร็จในเชิงการค้าแล้วล่ะก็ อีกประมาณห้าปีเราอาจจะได้ใช้คอมพิวเตอร์ที่แตกต่างออกไปจากวันนี้โดยสิ้นเชิงก็เป็นได้

ก่อนอื่นผมขอปูพื้นให้กับคุณผู้อ่านที่ไม่มีความรู้ทางด้านนี้มากนักก่อนนะครับ ปัจจุบันคอมพิวเตอร์เกือบทั้งโลกใช้ซีพียูสถาปัตยกรรม x86 ซึ่งถ้าจะให้เอ่ยชื่อก็คือตระกูลเพนเทียมทุกตัว และซีพียูของเอเอ็มดีทุกตัวเช่นกัน ถึงแม้ว่าเราจะเริ่มเข้าสู่ยุคของ 64 บิต แต่สถาปัตยกรรม x86-64 ใน Athlon64, Opteron และเพนเทียมตัวถัดไปที่จะมีรหัสขึ้้นต้นด้วยเลข 6 ก็ล้วนเป็นส่วนขยายของสถาปัตยกรรม x86 ที่มีประวัติมายาวนานตั้งแต่ตั้งบริษัทอินเทลเลย

ส่วนสถาปัตยกรรมคู่แข่งอื่นๆ ก็มีบ้างประปราย แต่ถ้าเทียบส่วนแบ่งตลาดแล้วไม่สามารถเทียบได้กับตระกูล x86 ได้เลย ยกตัวอย่างเช่นสถาปัตยกรรม Power ที่ใช้ในเครื่องแมคอินทอช หรือ SPARC ในเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของซัน เป็นต้นครับ

ถ้ามองในด้านเทคนิคเพียงอย่างเดียวแล้ว สถาปัตยกรรม x86 ถือว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่มีประสิทธิภาพค่อนข้างต่ำ สู้สถาปัตยกรรมแบบอื่นๆ ไม่ได้ เนื่องมาจากการออกแบบที่ไม่ได้ดีมากนักตั้งแต่ต้น เพียงแต่ด้วยปัจจัยด้านการตลาด ที่สามารถผลิตซีพียูจำนวนมาก ทำให้ต้นทุนด้านราคาและซอพท์แวร์ที่ใช้มีจำนวนมากมาทดแทน x86 ล้มคู่แข่งคนแล้วคนเล่า ล้มเซิร์ฟเวอร์พลังสูงที่เคยใช้กัน และเป็นมาตรฐานมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้

Cell เป็นความพยายามอีกครั้งในการต่อสู้กับ x86 ครับ เนื่องจากว่า x86 ถูกออกแบบมานานแล้ว จึงไม่มีความสามารถตามที่โซนี่ต้องการ Cell จึงถูกออกแบบมาใหม่หมด ด้วยเป้าหมายใหญ่ๆ สองอย่าง คือ ประสิทธิภาพ กับการทำงานร่วมกันระหว่าง Cell แต่ละชุด

ผมขอข้ามเรื่องประสิทธิภาพไปนะครับ เพราะเป็นเรื่องทางเทคนิคล้วนๆ ส่วนความสามารถในการทำงานร่วมกันนั้น ในกรณีที่ Cell ตัวเดียวไม่เพียงพอต่อการประมวลผลในเวลาที่ต้องการ และถ้าเรามี Cell อีกตัวหนึ่งอยู่คนละเครื่องกันว่างอยู่ แต่สองเครื่องนี้เชื่อมกันด้วยเครือข่าย เราสามารถใช้ Cell ทั้ง 2 ตัวมาทำงานร่วมกันได้ทันที โดยไม่ต้องใช้โปรแกรมอะไรเพิ่มเติม เพราะว่าคุณสมบัติแบบนี้ถูกออกแบบมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

เดิมทีโซนี่ตั้งใจจะใช้ Cell กับ Play Station 3 อยู่แล้ว แต่ในภายหลังก็ได้ประกาศว่าจะมีเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ที่ใช้ Cell ด้วย เช่น พวกเครื่องเล่นดีวีดีที่สามารถบันทึกได้ในอนาคต ลองคิดดูสิครับว่าถ้าในบ้านมีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มี Cell ซัก 4-5 ตัว แล้วประมวลผลร่วมกัน พลังที่ได้ก็น้องๆ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์เลย และมันจะสามารถทำให้เราได้เล่นอะไรใหม่ๆ ที่ความสามารถเครื่องในปัจจุบันทำไม่ได้

จุดอ่อนของ Cell ที่แพ้ให้กับ x86 คือเรื่องราคา และปริมาณซอพท์แวร์นั้น พันธมิตรทั้งสามรายตั้งใจจะลดมันไปด้วยขนาดและเงินทุนของทั้งสามรวมกัน เมื่อโซนี่การันตีปริมาณการผลิต Cell จำนวนมหาศาลด้วยยอดขายของ PS3 ที่ต้องถล่มทลายแน่ๆ ทำให้ทุ่นต้นทุนในการผลิต Cell ไปได้เยอะ และจำนวนเกมจำนวนมากที่จะสร้างให้กับ PS3 ก็จะทำให้ผู้พัฒนาซอพท์แวร์มีความคุ้นเคยกับการเขียนโปรแกรมบน Cell ในช่วงเริ่มแรกได้เช่นกัน

PS3 มีกำหนดวางตลาดในช่วงปลายปี 2006 ครับ กว่า PS3 จะเข้าที่เข้าทาง มีเกมให้เล่นเยอะพอสมควร เหล่าโปรแกรมเมอร์สามารถดึงพลังของเครื่องออกมาได้เต็มที่ก็คงประมาณปี 2008 ส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องใช้อื่นๆ ที่จะใช้ Cell คงออกมาในช่วงนี้เช่นกัน ถ้าเกิดว่า Cell ประสบความสำเร็จจริง และเราจะเปลี่ยนไปใช้ Cell กันจริง อย่างเร็วที่สุดก็น่าจะปี 2010 ครับ ซึ่งก็ยังอีกไกลไม่กระทบกับการซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ในช่วงนี้แน่นอน เมื่อถึงเวลานั้นเราค่อยมาติดตามเรื่อง Cell กันใหม่ละกันครับ