ความสัมพันธ์ออนไลน์

Column

ความสัมพันธ์ออนไลน์

สารภาพมาซะดีๆว่า คุณเคยทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งต่อไปนี้มากกว่าหนึ่งครั้ง

  • เล่น MSN ในเวลางาน
  • ต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อเล่น MSN เพียงอย่างเดียวมากกว่าวันละหนึ่งชั่วโมง
  • คุยกับเพศตรงข้ามผ่าน MSN โดยมีเจตนาอื่นไกลไปกว่าเพื่อนร่วมไซเบอร์สเปซ
    (อนุญาตให้เปลี่ยนคำว่า MSN เป็น ICQ หรือ IRC ได้ตามแต่วัยวุฒิและคุณวุฒิของคุณบนโลกออนไลน์)

ประเด็นเรื่องสังคมเสมือนออนไลน์เป็นที่ถกเถียงกันมาครั้งแล้วครั้งเล่าตั้งแต่เวิลด์ ไวด์ เว็บ ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ๆ เมื่อประมาณสิบปีมาแล้ว ผลการวิจัยมากมายรวมไปถึงบทความมากชิ้นนำเสนอเรื่องราวหลากหลาย เช่น สังคมอินเทอร์เน็ตทำให้คนเราเหงามากกว่าเดิม หรืออินเทอร์เน็ตเข้ามาเปลี่ยนแปลงการเลือกคู่อย่างไร แม้แต่ของใกล้ตัวอย่างหนังสือพิมพ์หัวสีที่ตีข่าวเด็กหญิงวัยรุ่นโดนข่มขืนจากคนรู้จักกันบนเน็ต ไม่ว่าจะมาจากสื่อใด ผู้เขียนคนไหน ทุกฝ่ายก็มุ่งสู่ประเด็นเดียวกัน นั่นคือความสัมพันธ์ออนไลน์

ถ้าให้ผมเล่าเรื่องนี้อย่างวิชาการหน่อย ความสามารถในการติดต่อสื่อสารนั้นเปลี่ยนแปลงสังคมออนไลน์ให้ต่างไปจากสังคมจริงอย่างสิ้นเชิง โลกจริงของเรามีลักษณะเป็นไปตามศัพท์เทคนิคที่เรียกว่า Regional-Base หรืออิงกับกายภาพ การที่ชายหนุ่มหรือหญิงสาวจะได้ใกล้ชิดกันย่อมต้องเป็นคนที่เคยพบปะเจอหน้ากันทางกายภาพ ต้องมีสถานที่ที่ตัวตนไปปรากฎอยู่ที่เดียวในในเวลาใดเวลาหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน ที่ทำงาน โรงหนัง รถไฟฟ้า หรือสยามสแควร์

แต่อินเทอร์เน็ตกลับเปลี่ยนลักษณะที่ว่านี้ไปโดยสิ้นเชิง สังคมออนไลน์มีลักษณะเป็น Interest-Base หรืออิงตามความสนใจของแต่ละคน ลองนึกถึงตัวเองดูสิครับ ผมคิดว่าคงไม่มีใครอ่านกระทู้ในพันธุ์ทิพย์ทุกห้อง ทุกคนย่อมอ่านเฉพาะห้องที่ตัวเองสนใจ และแน่นอนว่าได้พูดคุยกับกลุ่มคนที่สนใจเรื่องเดียวกันอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ ดารา กล้อง หรือแม้แต่การกินบุฟเฟต์ตามโรงแรม ก็ยังกลายเป็นกลุ่มกระทู้สุดฮิตในพันธุ์ทิพย์ได้

แน่นอนว่าสังคมแบบ Interest-Base ช่วยเติมสิ่งที่ขาดหายไปในชีวิตจริงให้เราได้ การฟังเพลงเกาหลีอยู่คนเดียวในบ้านที่พ่อแม่พี่น้องฟังแต่เพลงไทยคงไม่ใช่เรื่องสนุกนัก เมื่อมีสังคมเพลงเกาหลีที่พร้อมจะพูดคุยกับเราเสมอไม่ว่าเมื่อไหร่มันดีกว่าเป็นไหนๆ นี่จึงอาจเป็นคำอธิบายของอาการติดอินเทอร์เน็ตที่กำลังแพร่ระบาด

การแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเป็นดิจิทัล ทำให้เราต้องเสียบางอย่างที่เคยมีในข้อมูลอนาล็อกแบบเดิมๆ ไป คนเล่นเครื่องเสียงอาจบอกว่าเอ็มพีสามเสียงใสสู้เพลงจริงๆ ไม่ได้ ในขณะที่คนติดแชทบอกว่ามันช่วยตัดเรื่องหน้าตา ฐานะ สถานภาพในสังคมออกไป เหลือเพียงหัวใจล้วนๆ

เมื่อตัดเรื่องอื่นๆออกไปแล้ว โอกาสที่หัวใจล้วนๆ อันแทบไม่มีวันจะสื่อสารกันได้ในชีวิตจริง ก็ย่อมเกิดขึ้นได้

กรณีที่ค่อนข้างคลาสสิคและเป็นที่รู้จัก คือ หนังเรื่อง You've Got Mail หนังปี 1998 ที่ทอม แฮงค์ กับเม็ก ไรอัน คู่กัดทางธุรกิจมาพบรักกันได้ผ่านอีเมล กรณีที่ใกล้ตัวหน่อยคือเพลงของตรัย ภูมิรัตน (นักแต่งเพลงมือขวาของบอย โกสิยพงษ์แห่งเบเกอรี่มิวสิค) เพลง MSN ในอัลบั้ม My Diary Original Soundtrack ของตรัยชี้ชัดถึงอิทธิพลของโปรแกรมแชตที่มีต่อชาวไซเบอร์สเปซทุกวันนี้ (ซึ่งในบ้านเรา MSN ครองตลาดเกือบทั้งหมด) เป็นผลสะท้อนของความเปลี่ยนแปลงในสังคมที่ชัดเจนจนนำมาแต่งเพลงได้ ไม่ต่างอะไรกับเพลงลูกทุ่ง "ความรักเกิดที่เซเว่น อีเลฟเว่น" ท่อนที่ผมชอบที่สุดคือ "ส่งรักเอื้อมถึงกัน อยู่ในฝันที่มันเหมือนจริง"

เรื่องความสัมพันธ์และตัวตนออนไลน์ มีหนังสือของไทยเราเองเล่มหนึ่งที่เขียนไว้ค่อนข้างดี คือเรื่อง Cyber Being หรือชื่อภาษาไทยว่า ผมคือไซเบอร์ เขียนโดยคุณวุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ สำนักพิมพ์ซีเอ็ด ออกมานานแล้วพอสมควรตั้งแต่ปี 2543 แต่ถ้าสนใจเกี่ยวกับเรื่องความเหงา ความเศร้า ความรักของคนออนไลน์ ก็แนะนำให้อ่านเล่มนี้ครับ

ใน Cyber Being ผู้คนยังคุยกันด้วยโปรแกรม ICQ ซึ่งตอนนี้ผมคิดว่าเปลี่ยนมาใช้ MSN กันหมดแล้ว แต่โดยหลักการแล้วผมคิดว่าไม่ว่าตัวโปรแกรมจะมีผลมากนัก ในเมื่อวิธีการยังเหมือนเดิม ผมขอปิดท้ายด้วยคำคมของคนรู้จักคู่หนึ่ง ที่มาพบรักกันได้ผ่านช่องทางสุดฮิพและใหม่เซี๊ยวอย่างบล็อก คิดว่าคงให้บทสรุปของเรื่องความสัมพันธ์ออนไลน์ได้เป็นอย่างดีนะครับ

"อินเตอร์เนต เป็นแค่ช่องทางให้คนรู้จักกันเท่านั้นค่ะ
ไม่ว่าคุณจะเดินเจอที่สยาม เป็นรุ่นน้องที่คณะ
หรือว่าเป็นเพื่อนร่วมงาน
มันเป็นแค่จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์น่ะค่ะ
ยังไง การคบกัน ก็ต้องอาศัยเวลาและการทำความรู้จักกันด้วยตัวตนจริงๆอยู่ดี

ถึงตอนนั้น ก็คงไม่ต้องคำนึงแล้วมั้ง ว่าเรารู้จักกันและกันทางไหน
เพราะไม่ว่าจะเจอกันได้ยังไง ก็ดีหรือไม่ดีได้เท่าๆกัน
อยู่ที่ตัวเราเอง ที่จะบอกได้ ว่ามันยั่งยืนหรือไม่นะคะ"