เกมคอนโซล vs เกมพีซี

Keyword

ผมเชื่อว่าผู้อ่านเซคชั่น SciTech ส่วนมากเป็นผู้ชาย ด้วยสาเหตุง่ายๆ ที่ว่าผู้ชายมักจะสนใจเทคโนโลยีมากกว่า นอกจากนี้ ผมยังเชื่ออีกว่า ผู้อ่าน SciTech ส่วนมากอายุยังไม่มากนัก เป็นกลุ่มที่เติบโตมาพร้อมกับการก้าวเข้ามาของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในเมืองไทย

ผมเป็นหนึ่งในคนกลุ่มนี้เหมือนกัน และคิดว่าเรามีบางอย่างร่วมกัน อีกทั้งเป็นเรื่องของบทความวันนี้ และเรื่องนั้นคือ "เกม" นั่นเอง

เด็กผู้ชายแทบทุกคนมีประสบการณ์เกี่ยวกับเกมด้วยกันทั้งนั้น ถึงแม้จะต่างยุคต่างสมัยกันก็ตาม บางคนอาจโตมากับยุคเกมตู้ หลังจากนั้น เป็นเกมกด Game & Watch แล้วพัฒนามาเป็นเครื่องเล่นเกม หรือศัพท์เทคนิคเรียกกันว่า เกมคอนโซล (Console) เกมคอนโซลตัวแรก คือเครื่องอาตาริ แต่เกมคอนโซลที่พลิกประวัติศาสตร์วงการเกม คือ เครื่องฟามิคอม (Famicom) หรือที่บ้านเราเรียกกันว่า เครื่องธรรมดา

ฟามิคอม มาจากคำว่า Family Computer (เป็นธรรมเนียมของคนญี่ปุ่นที่ชอบเรียกอะไรย่อๆ) วางจำหน่ายครั้งแรกในปี 1983 ก็ยี่สิบกว่าปีมาแล้วนะครับ เครื่องฟามิคอมผลิตโดยบริษัทนินเทนโด (Nintendo) และทำให้นินเทนโดกลายเป็นมหาอำนาจของวงการเกมต่อมาเกือบยี่สิบปี เครื่องฟามิคอมใช้ตลับเกม ซึ่งมีวงจรรอมเก็บข้อมูลเกมอยู่ภายใน ดังนั้น ผู้เล่นเกมสามารถซื้อตลับเกม (หรือศัพท์จริงๆว่า คาทริดจ์ Catridge) เมื่อเกมใหม่วางจำหน่าย โดยไม่ต้องซื้อใหม่ทั้งเครื่องเหมือนกับเกมกด แนวคิดนี้จึงเป็นมาตรฐานของวงการเกมจนมาถึงทุกวันนี้

หลังจากฟามิคอมก็มีเครื่องเล่นเกมอีกหลายยี่ห้อผลัดกันมาทำตลาด ที่ดังๆ ได้แก่ เครื่องเมก้าไดรว์ของเซก้า และเครื่องซูเปอร์ฟามิคอมของนินเทนโด พอเข้าสู่ยุคซีดีรอมช่วงปี 1994-1995 วงการเกมก็ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เมื่อผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าโซนี่ และพานาโซนิคเข้ามาในตลาด โซนี่ใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่เหนือกว่าเอาชนะนินเทนโด ด้วยเครื่องเพลย์สเตชั่น (PlayStation) กลายเป็นผู้นำคนใหม่ ส่วนพานาโซนิคไม่ประสบความสำเร็จกับเครื่อง 3DO และต้องม้วนเสื่อกลับไป

ปี 2000 เป็นต้นมา เป็นยุคของดีวีดี โซนี่ยังครองตลาดด้วยเครื่องเพลย์สเตชั่น 2 ผู้เล่นรายใหม่ในตลาดกลับมาจากฝั่งพีซี นั่นคือ ไมโครซอฟท์ กับเครื่อง X-Box และนินเทนโดที่หวังจะทวงแชมป์คืน ปี 2006 ที่จะถึงนี้ วัฏจักรของเครื่องเล่นเกมรุ่นหนึ่งๆ ที่อายุประมาณ 4-6 ปี กำลังจะวนกลับมาอีกครั้ง สิ่งที่โลกรอดูคือการเผชิญหน้าของเครื่องเล่นเกมรุ่นใหม่จากทั้งสามค่าย เพลย์สเตชั่น 3, X-Box 2 และ Revolution จากนินเทนโด

ถึงแม้ว่าอุตสาหกรรมเกมจะพัฒนาไปมาก และแข่งขันกัน อย่างดุเดือดมาตลอด แต่ปรากฏการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นทั่วโลกในสี่ห้าปีหลัง คือ ความนิยมของเกมพีซีที่เพิ่มขึ้นมาก เครื่องพีซีนั้นไม่ได้ออกแบบมาสำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะเหมือนกับเครื่องคอนโซล ทำให้เกมบนพีซีเทียบกับคอนโซลแล้วด้อยกว่ามาก แต่ช่วงหลังเกมพีซีได้พัฒนาขึ้นจนมาเทียบชั้นเกมคอนโซลได้ และกลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของบริษัทผู้ผลิตเกม ที่ต้องวางจำหน่ายเกมเดียวกันทั้งบนคอนโซลและพีซี

ในบ้านเรา แนวโน้มนี้ชัดเจนมากจนเรียกได้ว่าเกมพีซี ได้รับความนิยม จนแซงคอนโซลไปแล้ว เรื่องนี้มีสาเหตุด้วยกัน 3 ประการครับ อย่างแรกคือ พัฒนาการของเกมพีซีเอง ซึ่งความนิยมของเกมดังๆ และการแข่งขันกันของการ์ดสามมิติ รวมกับความสามารถทางฮาร์ดแวร์ที่พัฒนาไปเร็วกว่าคอนโซล ทำให้เกมพีซีดูสวยงาม น่าเล่นเทียบได้กับเกมคอนโซล

สาเหตุที่สองคือราคาของเกมคอนโซลที่ปัจจุบันเรียกว่าแพงเกินไปสำหรับเด็กๆ สมัยก่อนเครื่องฟามิคอม ที่มีราคาอยู่ในหลักพัน ปัจจุบันเครื่องเพลย์สเตชั่น 2 ขายกันอยู่ประมาณหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งมากเกินกว่าที่เด็กๆ จะสามารถเก็บเงินมาซื้อเองได้ เมื่อพิจารณาราคาของพีซีที่ถูกลงมาในระดับใกล้เคียงกัน (ประมาณหนึ่งหมื่นถึงสองหมื่นบาท) พ่อแม่ผู้ปกครองจึงตัดสินใจได้ง่ายมากว่าจะซื้อพีซีให้ลูกแทน เพราะมีประโยชน์มากกว่า สามารถนำมาพิมพ์งาน เล่นอินเทอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงได้แทนที่จะเป็นเล่นเกมเพียงอย่างเดียว

สาเหตุสุดท้ายก็เป็นการเข้ามาของอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ที่มีอยู่แทบทุกซอย แม้ชื่อจะเป็นอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ แต่เป็นอันรู้กันว่ากว่า 80% ของร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่จริงๆ แล้ว เป็นร้านเกมพีซีต่างหาก ด้วยความที่สามารถเล่นแข่งกันได้หลายๆ เครื่องด้วยการต่อแลน (เทียบกับคอนโซลที่เล่นได้อย่างมากครั้งละ 2-4 คน) และเกมออนไลน์ที่เข้ามาดังในช่วงสองสามปีหลัง ทำให้ไม่น่าแปลกใจอะไรที่เด็กไทยยุคนี้ เล่นเกมพีซีแทนที่จะเป็นเครื่องเล่นเกม เข้าร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่แทนร้านเกม เกมคอนโซลเริ่มกลายเป็นเกมเฉพาะกลุ่มนักเล่นเกมจริงๆ

สำหรับเมืองไทย เกมพีซีชนะขาดครับ