หนึ่งวันยาวนาน แต่สิบปีแสนสั้น

One Day
_Photo credit: [Pelham Greenville](https://www.flickr.com/photos/pelhamgrenville/6659983003/)_ เพิ่ง[เขียนบล็อกถึง Sam Altman](http://isriya.com/node/4168/sam-altmans-time-management) ไปตอนหนึ่ง เว็บต้นทางก็แนะนำให้อ่านโพสต์ยอดฮิตของเขาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา [The days are long but the decades are short](http://blog.samaltman.com/the-days-are-long-but-the-decades-are-short) Sam Altman ประธานของ Y Combinator เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ เขาเคยทำแอพชื่อ Loopt (คู่แข่งของ Foursquare) และเคยเป็นศิษย์เก่าของ YC มาก่อน หลังขายบริษัทได้ในปี 2012 เขาก็ย้ายมาทำงานกับ YC เต็มตัว ทำให้อายุน้อยมากคือเพิ่ง 30 เ

Sam Altman's Time Management

Photo by  epSos .de
_Photo credit: [epSos .de](https://www.flickr.com/photos/epsos/6194974318/)_ พอมีหน้าที่การงาน ความรับผิดชอบมากในระดับหนึ่ง สิ่งที่หายากขึ้นเรื่อยๆ คือ "เวลา" ดังนั้นเทคนิคการบริหารจัดการเวลา จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจเสมอ และเว็บไซต์หลายแห่งของเมืองนอกก็มักเอาเรื่องนี้มาเป็นจุดขาย เรียกลูกค้า (อย่างเราๆ) ได้ตลอด เคสล่าสุดคือ [Sam Altman](http://blog.samaltman.com/) ประธานของ Y Combinator อธิบายวิถีชีวิตประจำวันของเขาไว้สั้นๆ แต่น่าสนใจ ดังนี้ > I get up late, have an espresso, and immediately start work.

Entrepreneurship: Pirate Spirit vs Navy Execution

Pirates vs Navy
ความเป็นขบฎ กล้าแหกกรอบ กล้าท้าทายระเบียบกฎเกณฑ์นั้นเป็นเรื่องเท่เสมอในทุกวงการ ความเป็นขบฎในโลกของไอทีน่าจะเริ่มต้นมาจากสตีฟ จ็อบส์ ที่สร้างวัฒนธรรม anti-corporate ท้าทายความจำเจ ตั้งแต่การสร้างสัญลักษณ์ "โจรสลัด" ปักธงไว้ที่ยอดตึก, โฆษณา Big Brother ท้าทายอำนาจของ IBM, โฆษณา Think Different อันโด่งดัง รวมถึงวัฒนธรรมองค์กรอีกหลายอย่างที่ได้รับความชื่นชอบจากจิตวิญญาณ "ขบฎ" ที่หลบซ่อนอยู่ในใจของใครหลายคน เรื่องนี้ถูกถ่ายทอดมายังวงการ startup ที่มีวัฒนธรรม anti-corporate ยิ่งกว่า บรรดาผู้ก่อตั้งใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ ไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ และสร้างบริษัทพลิกโลกอย่าง Google, Facebook, Twitter, In

Game of Thrones: The Coming of Age in Westeros

House Stark
ปรับปรุงจาก[โพสต์ใน Facebook](https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10155724199555461&set=a.163458155460.243986.810425460&type=1) เนื่องจากดู Game of Thrones ช้ากว่าชาวบ้านเขาไปหลายปี หลังจากดูจบซีซัน 5 ไล่ทันชาวบ้านแล้ว ก็อยากเขียนลงบล็อกในบางประเด็นที่คิดว่าน่าสนใจสักหน่อย เริ่มจากวิจารณ์ "ธีมหลัก" ของเรื่องก่อน (หมายเหตุ: ข้อมูลทั้งหมดจากการดูซีรีส์อย่างเดียว ไม่ได้อ่านหนังสือ A Song of Ice and Fire) ผมคิดว่าธีมหลักของ Game of Thrones คือมันเป็นหนังแนว [coming of age](https://en.wikipedia.org/wiki/Coming-of-age_story) ฟังแล้วอาจดูแปลกๆ เพราะในเรื่องนี้มันฆ่ากันชิปหายวายป่วงมาก จ

Baki: Son of Ogre

Baki Son of Ogre
[สปอยล์] บากิ เป็นการ์ตูนที่เคยติดตามแบบใกล้ชิดสมัยเรียนมหาลัย เหตุเพราะมีพี่ในชมรมซื้อ Viva Friday เป็นประจำ เลยมีโอกาสได้ติดตามแบบตอนต่อตอนทุกสัปดาห์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา (ลองคิดถึงตอนโดปโปะมือขาด แล้ว "อ่านต่อสัปดาห์หน้า" นะครับ) แต่เนื่องจากเป็นการ์ตูนที่ไม่ได้ซื้อสะสม พอเรียนจบแล้วเลยต้องใช้วิธีไปยืมอ่านจากเพื่อนบางคนที่ยังตามซื้ออยู่ พอช่วงหลังตามการ์ตูนน้อยลง เลยพลอยไม่ได้ตามอ่านไปโดยปริยาย การต่อสู้ของบากิกับยูจิโร่จบลงในปี 2012 (แต่ล่าสุดพี่เล่นออกภาค 4 แล้วซะงั้น) ถึงแม้ผมจะอดใจไม่ไหวแอบไปอ่านสปอยล์มาบ้างแล้ว แต่การได้อ่านเรื่องทั้งหมดแบบเต็มๆ ก็ย่อมเป็นประสบการณ์ที่ดีกว่าอยู่ดี

The Hobbit: The Battle of the Five Armies

The Hobbit: The Battle of the Five Armies
ภาคที่สามและภาคจบของไตรภาค The Hobbit ที่ไม่นึกว่าจะลากยาวมาได้ขนาดนี้ ([ภาคแรก](http://www.isriya.com/node/3889/hobbit-unexpected-journey), [ภาคสอง](http://isriya.com/node/4122/hobbit-desolation-smaug)) หลังจากชาวคณะคนแคระสามารถเดินทางไปถึง Lonely Mountain และชิงสมบัติจากมังกร Smaug ได้ในภาคก่อนแล้ว เนื้อหาภาคนี้มีเพียงแค่ 2 ส่วนคือปราบมังกร Smaug (ในช่วงแรกของหนัง) และสงครามชิงสมบัติใน Lonely Mountain จากเผ่าพันธุ์ต่างๆ ทั้งหมด 5 เผ่าตามชื่อของหนังคือ มนุษย์ คนแคระ เอลฟ์ ยักษ์ และอินทรี เนื้อหาส่วนของสงคราม Battle of the Five Armies ในหนังสือจริงๆ มีแค่นิดเดียว (คือบอกว่ารบๆ กัน จบแล้วใครช

The Avengers

The Avenger 2012
ชาวโลกเขาดู Age of Ultron กันไปหมดแล้ว พวกดูหนังดีเลย์แบบเราเพิ่งได้ดู Avengers ภาคแรกครับ หลังจากผมปรับวิถีชีวิตเลิกเข้าโรงหนัง ก็พบว่ามีปัญหาคุยกับชาวบ้านเขาไม่ค่อยรู้เรื่องก็ตรง [Marvel Cinematic Universe](https://en.wikipedia.org/wiki/Marvel_Cinematic_Universe) นี่ล่ะ ในส่วนของ Phase 1 ได้ดูแค่ Iron Man สองภาคแรกเท่านั้น แล้วกระโดดข้ามมา Avengers เลย (คือไม่ได้ดู Hulk, Thor, Captain America เดี๋ยวค่อยหาโอกาสไปดูชดเชยทีหลัง) แต่เนื่องจากมีพื้นความรู้ของจักรวาล Marvel มาพอสมควร เลยไม่ค่อยมีปัญหามากนักกับการดู Avengers ให้รู้เรื่อง อย่างแรกเลยคือหนังยาว 2 ชั่วโมงกว่า เปิดมาประมาณชั่วโมงแ

The Grand Budapest Hotel

The Grand Budapest Hotel
ชื่นชอบสไตล์หนังของ Wes Anderson มานาน (ถึงแม้จะไม่ได้ดูหนังของเขาเยอะสักเท่าไร) เมื่อมีโอกาสได้ดู The Grand Budapest Hotel ก็ไม่พลาด เนื้อเรื่องเกี่ยวกับชีวิตของ Monsieur Gustave ซึ่งเป็น "ผู้จัดการ" (concierge) ของโรงแรม Grand Budapest Hotel โรงแรมตากอากาศหรูหราไฮโซบนเทือกเขาของยุโรปตะวันออก (ไม่ได้อยู่ในฮังการี แต่เป็นประเทศสมมติชื่อ Republic of Zubrowka) ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สองเล็กน้อย Gustave เป็นผู้จัดการโรงแรมที่ทุ่มสุดตัวเพื่อแขกที่มาพัก ใส่ใจทุกดีเทล และบางครั้งก็เอา "ตัว" เข้าแลกเพื่อเอาใจบรรดาคุณนายไฮโซรุ่นเดอะ ที่เป็นลูกค้ารายใหญ่และมีทรัพย์สินมหาศาล พระเอกของเรื่องอีกคนคือ

Cinderella 2015

Cinderella 2015
ช่วงหลัง ดิสนีย์หันมาทำหนังคนแสดงแบบ live-action จากเทพนิยายภาคแอนิเมชั่นของตัวเองในอดีต ตัวอย่างหนังกลุ่มนี้ได้แก่ Alice และ Maleficent (อาจนับรวมเรื่อง Oz ด้วย) หนังเรื่องล่าสุดในชุดคือ Cinderella Cinderella ฉบับคนแสดงปี 2015 ดัดแปลงมาจากแอนิเมชั่น Cinderella ฉบับปี 1950 แทบจะทุกประการ มีปรับบทบ้างเล็กน้อย เช่น เจ้าชายมีชื่อกับเขาแล้ว (จากเดิมที่เรียกแค่ว่า Prince Charming), เพิ่มบทของซินเดอเรลล่าตอนเด็กๆ กับครอบครัวเข้ามา ให้ดูมีแบ็คกราวน์มากขึ้น, ตัดบทสนทนากับพวกนกหนูสัตว์เลี้ยงออกไป (มันคงทำยากแหละนะ) และเนื่องจากหนังภาคนี้ไม่ใช่หนังเพลง ก็ตัดส่วนของการร้องเพลงออกไปทั้งหมด ที่เหลือแทบจะ

Brave

Brave
หนังแอนิเมชันของ Pixar ปี 2012 ที่เพิ่งจะได้มาดูเอาปีนี้ แถมเรื่องนี้แหวกขนบ เพราะถือเป็น "เทพนิยาย" เรื่องแรกของ Pixar (แถมเจ้าหญิง Merida ก็ติดทำเนียบ [Disney Princess](https://en.wikipedia.org/wiki/Disney_Princess) กับเขาด้วย ถือเป็นเจ้าหญิงคนแรกของ Pixar อีกเหมือนกัน) เนื้อเรื่องแบบย่อๆ คือเจ้าหญิง Merida เป็นเจ้าหญิงนักบู๊ของเผ่าในสก็อตแลนด์ ที่กำลังจะโดนแม่ซึ่งก็คือพระราชินี จับแต่งงานตามขนบธรรมเนียมการแต่งงานเพื่อผูกสัมพันธ์ระหว่างเผ่า แน่นอนว่าเจ้าหญิงไม่ยอม ก็เลยต้องพึ่งพาไสยศาสตร์เข้าช่วยจนวุ่นวาย เนื้อเรื่องค่อนข้างเบาๆ เน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกสาวเป็นหลัก และน่าสนใจว่า