เท้าความก่อนนะครับ วันที่ 27-28 สิงหาคม มีงานเปิดตัวคอนโดชื่อ WYNE ของบริษัทแสนสิริ ซึ่งได้รับการยกย่อง (จากไหนไม่รู้) ว่าเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำการตลาดผ่าน social media (ตามสมัยนิยม) ได้เก่งที่สุด
เก่งแค่ไหนอันนี้ผมไม่ทราบจริงๆ คือไม่ใช่ฟิลด์และไม่ใช่ความสนใจส่วนตัว แต่เท่าที่พอรู้ การตลาดสมัยนี้เค้าเน้นเรื่อง "viral" ไม่ทำไม่ได้
สำหรับกรณีของ Wyne ก็คิดเกมง่ายๆ คือให้คนที่ไปงานเปิดตัว Wyne (ผมก็ได้รับเชิญนะแต่ไม่ได้ไป ไม่รู้จะไปทำไมอะ) ทวีตข้อความที่มีแท็ก #wyne แล้วจบงานจะมีผู้โชคดีหนึ่งคนได้ iPad ไปครอบครอง
ผลตอบรับมีทั้งบวกและลบครับ ทีนี้ผมคงมิกล้าวิจารณ์ว่าสุดท้ายแล้วมันดีหรือไม่ดี (กูรูทางการตลาดบางท่านบอกไว้ว่า มีคนพูดถึงเยอะๆ ยิ่งดี ไม่ว่าในทางดีหรือแย่) ดังนั้นขอบรรยายด้วยภาพที่แคปหน้าจอมา ให้คนอ่านเป็นคนตัดสินเองว่าแคมเปญนี้ สร้างผลบวกหรือผลลบกับแบรนด์แสนสิริจะดีกว่านะครับ
หลังจากทะลุหลักร้อยได้หนึ่งครั้ง ครั้งที่สองก็ตามมาอย่างรวดเร็ว ขอบคุณทุกท่านที่ช่วย rt หรือ share
อีกหนึ่ง milestone achievement ของ Blognone สามารถแตะหลัก 100 ของทั้ง RT และ Facebook Share ด้วย (เสียดายยังไม่ได้ทำ Facebook Like เพราะผมขี้เกียจเอง)
เกียรติยศจากความสำเร็จครั้งนี้ขอมอบให้แอปเปิลครับ
ทุกวันนี้คงปฏิเสธไม่ได้แล้วว่า Facebook/Twitter กลายเป็น de facto ของการสื่อสารบนโลกออนไลน์ไปแล้ว โดยเฉพาะการสื่อสารแบบสาธารณะ ที่ข้อมูลเปิดเผยต่อคนทั่วไป (เช่น สนทนาทั่วไป โพสต์ลิงก์ แท็กรูป ทำควิซ)
แต่ถ้ามีเหตุอันต้องสนทนาแบบปิดลับ สิ่งที่ผมทำกลับเป็น dm หรือส่ง private message ไปขออีเมลจากคู่สนทนา แล้วคุยทางเมลง่ายกว่า
ง่ายกว่าทั้งในแง่การ reply, การตาม thread, การแนบไฟล์, การคุยเป็นกลุ่ม ฯลฯ
ผมโคตรเซ็งทุกครั้งเวลามีคน dm มาคุยเรื่องกิจธุระ เพราะมันตอบ dm ยาก (ยากกว่า "reply แบบปกติ" มาก)
ถ้า Facebook/Twitter ฝันจะยึดครองโลก สิ่งแรกที่ต้องทำคือทำลายอีเมลทิ้ง คือให้คนรู้สึกว่า "ไม่จำเป็นต้องใช้อีเมลอีกต่อไป" (ซึ่งเป็นสิ่งที่ Cheryl Sandberg เพิ่งจะพูดไว้) ทำยังไงก็ได้ให้การสนทนาอยู่ในกำแพงของ Facebook/Twitter ไม่ต้องออกมาข้างนอก (จากนั้นค่อย monopolize มัน ฮ่าๆ)
ดังนั้นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่งก็คือ Facebook Mail ว่าจะออกมาหน้าตาอย่างไร (ฝั่ง Twitter ยังไม่มีความเคลื่อนไหว)
MIT Technology Review has an article about Korean researchers who run an experiment on Twitter interconnection.
The original idea behind this experiment is six degrees of separation. The hypothesis is "more than six" degrees since most of relationships between Twitterers are one-way (you follow me, I don't follow you).
But the actual result is surprising. Twitter people are separated by only 4.12 degrees.