Linux, Ubuntu

เปลี่ยนมาใช้ Ubuntu 10.04 Lucid

ทีนี้อยากลง Android SDK ซึ่งจำเป็นต้องมี Java SDK ก่อน จากประสบการณ์ของผมพบว่า OpenJDK จะมีปัญหายิบย่อยมากมาย ใช้ Sun JDK สบายกว่ากันมาก ขั้นตอนนี้ทำมาหลายรอบแล้ว ลองหา sun-java6-bin ตามธรรมเนียม

ปรากฎว่า ไม่มี เฮือก

ถึงกับเครียด ค้นข้อมูลไปมาแล้วเจอใน Ubuntu 10.04 LTS Release Notes

For Ubuntu 10.04 LTS, the sun-java6 packages have been dropped from the Multiverse section of the Ubuntu archive. It is recommended that you use openjdk-6 instead.

If you can not switch from the proprietary Sun JDK/JRE to OpenJDK, you can install sun-java6 packages from the Canonical Partner Repository.

เปิด Partner Repository ใน Software Sources แค่นี้ก็เรียบร้อย

เรื่องนี้ Ubuntuclub ลงไปหลายวันแล้ว แต่ช่วงอาทิตย์ก่อนผมเดินทางแทบตลอด เพิ่งเคลียร์งานเสร็จและมีเวลาอ่านจริงจังก็วันนี้

เรื่องโลโก้และธีม อ่านได้จาก Refreshing the Ubuntu Brand กับ Bye Bye Brown แต่ในบล็อกนี้ จะพูดถึง "แบรนด์" โดยอ้างจากบล็อกของ Mark Shuttleworth

สิ่งที่น่าสนใจคือ Shuttleworth บอกว่า เขามีความตั้งใจจะ "หลอมรวม" แนวคิดสองขั้วหลายๆ คู่ในโลกของ Ubuntu (ซึ่งมีเยอะและสับสน) เข้าด้วยกัน แนวคิดเหล่านี้ได้แก่

  • Community - Commercial
  • Consumer - Enterprise
  • End-user - Engineer

หลังจากพยายามหาลินุกซ์ดิสโทรในดวงใจ สุดท้ายไม่ประสบความสำเร็จ และกลับมาตายรังที่ Ubuntu 9.10 (แม้ว่าจะไม่ค่อยพอใจในระดับคุณภาพของมันนัก แต่ก็ถือว่าดีที่สุดในตลาดดิสโทรแล้ว) ก็ได้เวลาลงเครื่องใหม่ และเซ็ตสภาพแวดล้อมในการทำงาน

@lewcpe เคยบอกผมไว้ว่า "แฮกเกอร์มักใช้ ThinkPad ทำให้เวลาลงลินุกซ์แล้ว มันมักจะไม่ค่อยมีปัญหา" ซึ่งพิสูจน์ด้วยตัวเองแล้ว คอนเฟิร์ม!

ปัญหาอย่างเดียวที่พบคือ TrackPoint scrolling ด้วยปุ่มกลาง (ซึ่งบนวินโดวส์ถ้าไม่ลงไดรเวอร์เพิ่ม มันก็ไม่เวิร์คเช่นกัน) ลองหาข้อมูลเล็กน้อยพบว่าไม่ยากเย็นนัก มีโปรแกรมสำเร็จรูปอยู่ใน repository ให้แล้ว นั่นคือ GPointing Device Settings

วิธีการลงก็ไม่ยากเย็นอะไร

sudo apt-get install gpointing-device-settings

ปัญหาเล็กน้อยที่เกิดขึ้นคือ ลงเสร็จแล้วมันไม่โผล่ในเมนู! ต้องเรียกผ่านคอมมานด์ไลน์ด้วยชื่อโปรแกรมแทน อันนี้เป็นจุดเล็กๆ น้อยๆ ที่ลินุกซ์ยังมีปัญหาไม่เสื่อมคลาย

โปรแกรมหน้าตาดังภาพ ติ๊กตรง Use wheel emulation และเลือก button เป็น 2 (ค่านี้ต้องตรัสรู้เองครับ) ก็ใช้งานได้ทันที ไม่ต้องรีสตาร์ทใหม่แต่อย่างใด

ในโลกของ Desktop Environment แนวทางของ KDE นั้นไม่ถูกจริตผมนัก

สมัย KDE 3.x ยังพอใช้ได้แม้ว่าไม่ค่อยชอบ แต่ตอน KDE 4.0 ออก เคยเอามาลอง แล้วพบว่า "เข้าขั้นแย่" (KDE 4.0 and Back Again)

ล่าสุดซื้อโน้ตบุ๊กใหม่ เลยถือโอกาสเอา KDE มาลองอีกสักรอบ คราวนี้เป็น KDE 4.3 แล้ว น่าจะสมบูรณ์มากขึ้น

ดิสโทรที่เอามาลองคือ OpenSUSE 11.2 กับ Mandriva 2010.0 ครับ ถ้าใครมีดิสโทร KDE ที่ดีกว่านี้โปรดแนะนำ (ผมกะลอง PCLinuxOS ด้วย ปรากฎว่ารุ่นล่าสุดมันเก่าไปนิด เลยไม่เอาดีกว่า ส่วน MEPIS โหลดแล้วไฟล์ขาดกลาง เลยไม่ได้ลอง)

ความทุกข์ของคนใช้ Linux ครับ

เรื่องมีอยู่ว่า Ubuntu 9.10 Karmic Koala ใกล้ออกเต็มทน ผมก็โหลดตัวเบต้าสุดท้ายมาลองเล่นตามธรรมเนียม ทีนี้ขั้นตอนที่สำคัญของการเพิ่ม productivity คือต่อจอนอกทำงานไปด้วย ในเครื่องเดียวกันนี้ถ้าเป็น Windows 7 มีแค่

  • เอาสาย VGA จิ้ม
  • กด Ctrl+P
  • เลือก Extend Display

จบ ทุกอย่างลงตัวสวยงาม just work หน้าจอถูกขยายเพิ่มไปให้ ภาพพื้นหลังถูกปรับขนาดให้พอเหมาะกับทั้งสองจอ