ป้าเจ้าของบ้านอยากดูทีวีไทยผ่านเน็ต เลยทำหน้าที่ เครื่องโน้ตบุ๊คของลุงเป็น Dell มาพร้อมกับ Vista
ระหว่างสอนก็เจอคำถามที่น่าสนใจจากป้ามากมาย มาคิดทบทวนดูแล้วก็แบบ เออจริงแฮะ น่าสนใจมาก
สรุปว่าข้อ 1-4 พอผ่านได้ แต่มาเจอข้อ 5 นี่ไม่รอด มาคิดๆ ดูเมื่อเทียบกับการเปิด-ปิดทีวี ที่เอามือไปกดปุ่มทีเดียวก็ดับ ทีวีเจ๋งกว่าเยอะเลย
หมายเหตุ: ป้าอายุ 70 แล้ว
พานอรามารูปนี้อาจดูธรรมดา ไม่อลังการเหมือนเซ็ตก่อน แต่ว่าพื้นที่ตรงนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ต่อวงการคอมพิวเตอร์อย่างมาก
จากขวา (กดที่รูปเพื่อเข้าไปดู note ใน Flickr ประกอบได้)
พ่อหนุ่มเสื้อฟ้าที่มุมซ้าย ใส่เสื้อ Mozilla Summit 2008 (ด้านหลัง)
ลำดับเหตุการณ์
เผอิญคุณ kohsija เขียนคอมเมนต์มาในบล็อกอัน Edgy เรื่อง Ubuntu ต้องคอนฟิกเยอะ
ในฐานะที่ผมเพิ่งลงเครื่องใหม่ 2 เครื่องในระยะเวลาใกล้เคียงกัน เลยเกิดคำถามกับตัวเองว่า Windows ต้องคอนฟิกน้อยกว่าจริงเหรอ?
WindowsXP Starter Edition คิดผิด?
ข่าวใหญ่รอบสัปดาห์นี้ เป็นเรื่องของวินโดว์เอ็กซ์พีรุ่นเล็ก
ที่จะออกมาทำตลาดในประเทศกำลังพัฒนา 5 ประเทศ ซึ่งบ้านเราเป็นหนึ่งในนั้น
ข่าวนี้แพลมออกมาตั้งนานแล้ว
ตั้งแต่กระทรวงไอซีทีหนุนให้ใช้ลินุกซ์ทะเลในคอมพิวเตอร์ไอซีทีจนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก
ไมโครซอพท์ถึงกลับยอมกลืนน้ำลายตัวเอง
ส่งผู้บริหารระดับท็อปมาเมืองไทยเพื่อเจรจาตัดราคาวินโดว์ให้กับผู้ซื้อคอมไอซีที
ซึ่งเป็นการลดราคาเฉพาะประเทศเป็นครั้งแรกด้วย
หลังจากนั้นไมโครซอพท์ก็เห็นความสำคัญของตลาดผู้ใช้ในภูมิภาคบ้านเรา
ว่ามีจำนวนมากพอสมควร ปล่อยให้วินโดว์เถื่อน หรือลินิกซ์ยึดไปคงแย่
แผนการพัฒนาวินโดว์เอ็กซ์พีเวอร์ชันเล็ก หรือที่สื่อต่างประเทศเรียกกันว่า XP
Lite ก็เริ่มต้นขึ้น
ตอนนี้เอ็กซ์พีรุ่นเล็กเริ่มใกล้ความเป็นจริงแล้ว ชื่ออย่างเป็นทางการคือ
Windows XP Starter Edition ซึ่งจะทำตลาดใน 5 ประเทศ ประกาศมาแล้ว 3 ประเทศ คือ
ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ส่วนอีกสองประเทศมีข่าวลือมาว่า ไม่เป็นบราซิล
ก็รัสเซียหรือจอร์แดน โดยวินโดว์ตัวนี้จะไม่วางขายทั่วไป
แต่จะติดตั้งมาพร้อมกับเครื่องพีซีที่เพิ่งจำหน่ายเท่านั้น
โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอยู่ที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์เป็นครั้งแรก
ราคาก็เป็นข่าวลือเช่นกัน ว่าประมาณ 36-39 เหรียญสหรัฐ ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ
1600 บาท กำหนดการออกเดือนตุลาคมนี้
ในเมื่อเป็นเอ็กซ์พีรุ่นเล็ก ก็ถูกจำกัดความสามารถไว้เยอะทีเดียวครับ
อย่างแรกสุดเลยคือความละเอียดของหน้าจอจะถูกจำกัดไว้ที่ 800x600 เท่านั้น
อย่างที่สอง
เราจะสามารถเปิดโปรแกรมได้พร้อมกันเพียงสามโปรแกรมเท่านั้นบนเอ็กซ์พีรุ่นเล็กนี้
อย่างที่สาม เราจะสร้างผู้ใช้ได้เพียงคนเดียว
ไม่สามารถตั้งบัญชีผู้ใช้แยกกันหลายคนได้ อย่างที่สี่
ความสามารถทางด้านเครือข่ายจะถูกจำกัด ไม่สามารถแชร์เครื่องพิมพ์ระหว่างเครื่อง
รวมไปถึงตั้งเครือข่ายแลนภายในบ้าน ส่วนฟีเจอร์ด้านความบันเทิงทั่วไปก็อยู่ครบ
เช่น Windows Media Player หรือ MSN Messenger ถึงใช้แลนไม่ได้
แต่ยังต่ออินเทอร์เน็ตผ่านโมเด็มได้ อย่างอื่นที่เพิ่มเข้ามาคือ
วอลล์เปเปอร์ลายประจำชาตินั้นๆ และแปลข้อความในวินโดว์ให้เป็นภาษาถิ่น
รวมถึงตั้งค่าบางอย่างมาให้เรียบร้อยแต่แรก
อ่านรายการความสามารถที่ถูกจำกัดไว้แล้ว คงสงสัยตะหงิดๆ ใช่มั้ยครับ
ไมโครซอพท์ให้เหตุผลว่า เพื่อลดความสับสนของผู้ใช้มือใหม่ให้มากที่สุด
เลยตั้งค่ามาให้อัตโนมัติหลายอย่าง
และจำกัดจำนวนโปรแกรมที่สามารถรันได้พร้อมกัน
ผมคิดว่าความพยายามครั้งนี้ของไมโครซอพท์จะล้มเหลว ด้วยเหตุผลหลักคือ
กลุ่มผู้ใช้ที่ไมโครซอพท์ตั้งเป้าไว้
เป็นคนที่ซื้อและใช้คอมพิวเตอร์เป็นครั้งแรก ซึ่งไมโครซอพท์อาจลืมไปว่า
คนกลุ่มนี้มีโอกาสใช้คอมพิวเตอร์ในที่ทำงาน หรือตามร้านอินเทอร์เน็ต
ที่เป็นวินโดว์รุ่นเต็ม เมื่อมาใช้วินโดว์รุ่นจำกัดความสามารถ ย่อมรู้สึกอึดอัด
และหาหนทางเปลี่ยนไปเป็นวินโดว์รุ่นเต็มในที่สุด ซึ่งก็ไม่พ้นแผ่นผีอยู่ดี
ความสามารถที่ถูกจำกัดไว้บางอย่างก็ฟังดูไม่น่าประทับใจนัก
อย่างความละเอียดหน้าจอที่ 800x600
นั้นถือว่าเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับมาตรฐานจอคอมพิวเตอร์ปัจจุบัน
ซึ่งคอมพิวเตอร์ซื้อใหม่กว่าค่อนเป็นจอ 17 นิ้วกันหมดแล้ว
และการจำกัดโปรแกรมไว้ที่สามโปรแกรม ก็บีบให้ผู้ใช้ที่เคยใช้มาบ้างรู้สึกอึดอัด
เมื่อไม่สามารถต่อแลนได้ ลูกค้าบริษัทและองค์กรย่อมไม่ซื้อแน่
เหตุผลด้านราคาก็สำคัญเช่นกันครับ
ถึงจะไม่ต้องจ่ายเงินค่าวินโดว์เพิ่มเพราะรวมอยู่ในค่าเครื่องแล้ว
แต่หลายคนคงคิดเหมือนผมว่า 1600 บาท ยังแพงเกินไปกับความสามารถในระดับแค่นี้
ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ย่อมเสนอคอมพิวเตอร์รุ่นเดียวกัน
แต่ลงวินโดว์เอ็กซ์พีตัวเต็มให้ลูกค้าเป็นทางเลือกแน่นอน
ถ้าราคาของเอ็กซ์พีตัวเต็มยังแพงเกินไป เวอร์ชันที่ลงลินิกซ์มาให้ย่อมเกิดขึ้น
(เอชพีประกาศขายโน้ตบุ้คที่ลงลินิกซ์มาให้แล้ว)
แต่สุดท้ายทุกคนก็ทำนายได้ว่าจะไปจบที่วินโดว์เวอร์ชันพันธุ์ทิพย์เช่นกัน
การ์ตเนอร์กรุป บริษัทวิเคราะห์แนวโน้มตลาดชื่อดัง
แนะนำให้ลูกค้าองค์กรมองข้ามวินโดว์ตัวนี้ไปเลย ส่วนลูกค้าตามบ้านให้ 'รอดู'
ไปก่อนว่าจะมีออปชันอะไรเพิ่มเติมให้ในการอัพเกรดเป็นตัวเต็มหรือไม่
และยังมองผลิตภัณฑ์ตัวนี้ว่าเป็น 'ความตั้งใจที่ดี แต่ปฎิบัติจริงได้แย่'
ตอนนี้ก็มาใช้ลินิกซ์กันเถอะครับ