UK Life

Nomadic Life

ย้ายบ้านเสร็จ มีอินเทอร์เน็ตใช้แล้วครับ ย้ายบ้านรอบนี้ได้แง่คิดอะไรเยอะ ขอเล่าชีวิตย้ายบ้านสักหน่อย

เรื่องมีอยู่ว่า ห้องเช่าที่อยู่มาเกือบ 1 ปี (ดูภาพตอนย้ายเข้า) มีอันต้องหมดสัญญาไป ผมอยากอยู่ต่ออีกไม่นานนัก แต่ว่าบ้านเมืองนี้ หาสัญญาเช่าระยะสั้นยากมากถึงมากที่สุด (อย่างต่ำ 6 เดือน) ทางออกสำหรับชาวรากหญ้า โดนซื้อเสียงแบบเราจึงมีทางเดียวคือ เร่ร่อนเข้ากรุง

Ubuntu Cola

ตอนบ่ายเดินไปทำธุระเอกสารที่ Student Union หิวน้ำเลยเดินไปเจอกับเจ้านี่เข้า หน้าคุณมะระลอยเด่นมาในสมองก่อนเลย ไว้ใกล้กลับแล้วถ้าเจอจะซื้อไปฝาก

Ubuntu Cola

คงมีคนสงสัยเรื่องรสชาติ มันจะหวานและซ่าน้อยกว่าโค้กปกติ แถมแพงกว่าด้วย ขายอยู่ 85p โค้กปกติขายประมาณ 60p ถือเป็นค่าสฤษฎกสำหรับ Fair Trade ก็พอไหวนะ

Coal Powered

Ratcliffe-on-Soar Power Station

Ratcliffe-on-Soar Power Station ถ่ายจากบนรถไฟขากลับจากไปเที่ยว Leicester (ขอบคุณ @phutta เจ้าบ้านมา ณ ที่นี้) เห็นตั้งแต่ขาไปแล้วแต่ถ่ายไม่ทัน ตอนแรกดูจากรูปร่างแล้วฟันธงว่าเป็นโรงนิวเคลียร์แน่นอน (ด้วยความซื่อ) ปรากฎว่าดูในเว็บแล้วเป็นถ่านหิน หน้าแตกโคตรๆ

ภาพมุมสูงจาก Google Maps จะเห็นว่าอยู่ติดทางรถไฟเลย แถมอยู่กลางนาด้วย ข้างๆ มีวัวเดินกินหญ้าสบายใจ

บน Blognone มีประเด็นเรื่องพลังงานในอนาคตบ่อยครั้ง และผมเซ็งทุกครั้งเมื่อเจอพวกหนุนพลังงานแสงแดดหรือลมแบบสุดตัว โดยไม่สนใจว่ามัน practical แค่ไหน (แถมพวกนี้เป็นพวกเดียวกับต่อต้านนิวเคลียร์หรือถ่านหิน แบบไม่ดูสภาพความเป็นจริงเช่นกัน ประมาณว่าสมัยเรียนวิทยาศาสตร์ ม. ต้น จำได้แค่ว่าถ่านหินเป็นพลังงานสกปรก ลมเป็นพลังงานสะอาด อะไรแนวๆ นี้)

__อัพเดต__ โรงไฟฟ้านี้เป็นของ e-On ถ้าไม่รู้จัก มันเคยเป็นสปอนเซอร์บนเสื้อของ Borussia Dortmund

เป็นภาพชุดที่ดองไว้นานแล้ว เนื่องจากว่าตอนจบเทอมสอง ได้ไปฉลองกับเพื่อนจีนที่ร้านจีน และถ่ายภาพอาหารด้วยกล้องจีน (ตอนถ่ายอ่านไม่ออก) แล้วเพื่อนจีนดันส่งไฟล์มาให้เป็น .exe แบบรันแล้วหน้าต่างแตกไฟล์เป็นภาษาจีนอีกต่างหาก (ประเทศจีนไม่มี zip รึไงวะ) เลยหาวิธีเปิดอยู่นานมาก ติดอุปสรรคโน่นนี่มากมายกว่าจะสำเร็จ

ร้านจีนที่ไปกินเป็นร้านเจ้าประจำ Noodle Inn ซึ่งไปกินมาหลายครั้งแล้ว

Pepsi Raw

Pepsi Raw

เจอโฆษณาแปะอยู่ในผับ ชอบของแปลกอยู่แล้วเลยลองหน่อย เห็นมันโฆษณาว่าขายใน UK เป็นประเทศแรกของโลกด้วย

Pepsi Raw จับกระแสเพื่อสุขภาพ โดยเปลี่ยนมาใช้สารสกัดจากธรรมชาติ ผสมกันให้ได้รสชาติเหมือนเป๊บซี่ต้นฉบับ เท่าที่จำได้มีน้ำแอปเปิลสกัด กับน้ำตาลอ้อย ส่วนน้ำที่ใช้จะเป็น sparkling water แทนการอัดคาร์บอเนต ดูสไตล์ขวดแล้วก็ไม่แปลกใจว่าออกมา minimalist มาก

ในป้ายโฆษณามันบอกว่าจะกินเปล่าๆ หรือผสมเหล้าก็ได้ เข้าใจว่าคงเล็งกลุ่มผสมเหล้ามากกว่าซอฟต์ดริงค์

ลองชิมแล้วรู้สึกว่ารสมันอ่อนกว่าเป๊บซี่ธรรมดาเล็กน้อย แต่ความซ่าน้อยกว่าเยอะ เหมือนกินเป๊บซี่ที่เปิดทิ้งไว้นานแล้ว และมีน้ำแข็งละลายเจือปน กินได้ไม่เสียหลาย ไม่แย่ขนาดพวกเป๊บซี่เลมอน หรือโค้กวานิลลา