ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เป็นช่วงที่ลินิกซ์ดิสทริบิวชันต่างๆ ได้ออกรุ่นใหม่ๆ กันเยอะมากๆ อาจเป็นเพราะว่าซอพท์แวร์ตัวหลักๆ อย่าง Xfree86, Gnome และ KDE เพิ่งจะออกรุ่นใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงเยอะในช่วงหลังนี้ เราจะมาดูกันว่ามีอะไรใหม่ๆ บ้าง
Slackware Linux 9.0
เริ่มจากลินิกซ์รุ่นบุกเบิก และขวัญใจผู้ใช้ที่ชอบความเรียบง่าย Slackware 9.1 ได้ทำการอัพเดตแพกเกจต่างๆ ให้ทันสมัย โดยใช้ Kernel 2.4.20, Xfree86 4.3.0, Gnome 2.2 และ KDE 3.1 รุ่นที่เป็นซีดีรอมวางจำหน่ายในราคา 39.95 เหรียญ ซีดีรอม 4 แผ่น ถ้าต้องการดาวน์โหลดก็สามารถหาได้จาก ftp://ftp.slackware.com/pub/slackware/slackware-9.0/

Mandrake Linux 9.1 (Bamboo)
ลินิกซ์สัญชาติฝรั่งเศส ขวัญใจผู้ใช้งานด้านเดสก์ทอป รุ่น 9.1 นี้ออกมาแก้ไขข้อบกพร่องของ 9.0 โดยการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดคือ Mandrake ได้หันมาใช้ธีมหน้าตาแบบเดียวกันทั้ง Gnome และ KDE เหมือนกับที่ Red Hat ทำ โดยธีมหลักของ Mandrake ใช้ชื่อว่า MandrakeGalaxy ครับ สีฟ้าๆ เงินๆ สวยใช้ได้เลย แพกเกจต่างๆ ก็ทันสมัยเหมือนกับ Slackware (แทบจะเป็นรุ่นเดียวกันหมด) อีกส่วนที่น่าประทับใจคือ Mandrake Control Center ซึ่งเป็นการรวมเอาส่วนปรับแต่งของลินิกซ์ทั้งหมดมาไว้ที่เดียวกัน เหมือนกับวินโดว์มี Control Panel เลย ราคาขาย 39.90 เหรียญ ใช้ซีดีรอม 2 แผ่น รายละเอียดอยู่ที่ http://www.mandrakelinux.com/en/9.1/features/

SuSE 8.2
ลินิกซ์สัญชาติเยอรมัน ที่ครองตลาดยุโรปอยู่ในขณะนี้ (ว่ากันว่า เป็นลินิกซ์ยี่ห้อที่ไลนัส ทอร์วัลด์ ผู้สร้างลินิกซ์ใช้อยู่ในปัจจุบัน) ชื่อเสียงของ SuSE อยู่ที่การใช้งานที่ง่ายเอามากๆ จุดขายอยู่ที่โปรแกรม YaST (Yet Another Setup Tool) ซึ่งเป็นทั้งตัวติดตั้งและตัวปรับแต่งระบบของ SuSE (แบบเดียวกับ Mandrake Control Center) ส่วนหน้าตาติดต่อผู้ใช้นั้นใช้ธีม Crystal ใสๆ อมเขียว ซึ่งเป็นสีประจำยี่ห้อของ SuSE อยู่แล้ว แพกเกจต่างๆ ก็ครบครันทั้ง Kernel 2.4.20, Xfree86 4.3.0, KDE 3.1 และ Gnome 2.2 แต่SuSE จะเน้นใช้ KDE เป็นหลักมากกว่า Gnome ราคาขาย 39.95 เหรียญ ใช้ซีดีรอม 3 แผ่น อ่านรายละเอียดเพิ่มได้ที่ http://www.suse.com/us/private/products/suse_linux/i386/index.html

Red Hat Linux 9 (Shrike)
ที่ขาดไม่ได้คงเป็นพี่เบิ้มของวงการลินิกซ์ Red Hat Linux 9 ได้ออกมาฉลองครบรอบสิบปีของ Red Hat พอดี ถึงมันจะไม่เปลี่ยนแปลงเยอะเหมือนตอนเปลี่ยนจาก 7 มาเป็น 8 แต่การอัพเดตแพกเกจใหม่ๆ ก็ครบครันเท่ากับยี่ห้ออื่นๆ รุ่นนี้เหมือนเป็นการปรับปรุงรุ่น 8 ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ส่วนติดต่อผู้ใช้ยังใช้ธีม Bluecurve เหมือนเดิม ฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่แนะนำ ก็คือ NPTL เป็นเทคโนโลยีด้านเธร็ดแบบใหม่ ที่ใช้กับ Glibc ราคาขาย 39.95 เหรียญ เวอร์ชันซีดีและดาวน์โหลดจะมาวันที่ 7 เมษายนนี้ http://www.redhat.com/software/linux/

จะเห็นว่าลินิกซ์ทั้ง 4 ตัวมีแพกเกจหลักเกือบจะเหมือนกันหมด และราคารุ่นปกติก็ใกล้เคียงกัน ดังนั้นนี่เป็นการวัดว่าใครจะปรับแต่งลินิกซ์ให้ใช้งานได้ง่ายและถูกใจผู้ใช้มากกว่ากัน ซึ่งก็คงต้องรอดูกันซักพัก กว่าผู้ใช้และเว็บไซท์ต่างๆ จะรีวิวกันได้ครบ
ตัวสุดท้ายก็ไม่ใช่ตัวอื่นไกล ลินิกซ์ทะเล 5.0 ก็ออกอย่างเป็นทางการแล้วครับ
Linux TLE 5.0 (Andaman)
ลินิกซ์ทะเล ลินิกซ์ที่ทำโดยคนไทย ได้ออกรุ่น 5.0 ถัดมาจากรุ่น 4.1r2 ที่ออกมาเมื่อปีที่แล้ว เจ้า 5.0 นี่ปรับปรุงมาจาก Red Hat Linux 8.0 อีกทีหนึ่ง ซึ่งได้เพิ่มอะไรใหม่ๆ เข้ามามากพอสมควร เช่น แพกเกจใหม่ๆ, รู้จักฮาร์ดแวร์มากขึ้น โดยเฉพาะฮาร์ดแวร์ที่มีปัญหาเยอะๆ อย่าง การ์ดเสียง พรินเตอร์ โมเด็ม และการ์ดจอ, ระบบภาษาไทยที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพาแปลเมนูและข้อความของ Gnome ให้เป็นภาษาไทย และเพิ่มฟอนต์แบบ JS มาให้อีกเพียบ ถ้าไม่มีอะไรขัดข้อง คิดว่าสัปดาห์หน้าจะเอา Linux TLE 5.0 มารีวิวกันครับ ใช้ซีดีรอม 3 แผ่น ดาวน์โหลดได้ที่ www.opentle.org
หลังจากออกลินิกซ์ทะเล 4.1 ไปเมื่อปีที่แล้ว และจุดกระแสโอเพ่นซอร์สในเมืองไทยได้พอสมควร แต่ผู้ใช้หลายๆ คนที่ลองใช้ ยังรู้สึกว่าลินิกซ์ยังใช้งานยากอยู่ และหันกลับไปใช้วินโดว์อย่างเดิม มาตอนนี้ ลินิกซ์ทะเล 5.0 กลับมาพร้อมกับความง่ายในการใช้งานที่มากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยครับ โดยสามารถดาวน์โหลดลินิกซ์ทะเล 5.0 ได้จากเว็บไซท์ opentle.org หรือถ้าขี้เกียจดาวน์โหลดก็สามารถสั่งจากเว็บไซท์ที่ขายซีดีลินิกซ์ทั่วไปได้ครับ ใช้ซีดีรอม 3 แผ่น คู่มือนั้นไม่มีให้ การสนับสนุนนั้น เนื่องจากลินิกซ์ทะเลนั้นไม่ใช่ดิสทริบิวชันที่ทำการค้า จึงไม่มีบริการหลังการขายมาด้วย ถ้ามีปัญหาอะไร ต้องอาศัยถามทางเว็บบอร์ดต่างๆ
การติดตั้ง
ลินิกซ์ทะเล 5.0 นั้นพัฒนาต่อมาจาก RedHat 8.0 ซึ่งใช้ตัวติดตั้งตัวเดียวกัน คือ Anaconda ที่กลายเป็นมาตรฐานของการติดตั้งลินิกซ์ในทุกวันนี้แล้ว ลินิกซ์ทะเล 5.0 ตรวจสอบพบฮาร์ดแวร์ของผมได้เกือบครบ ที่ทดลองลง 2 เครื่อง ก็สามารถตรวจสอบการ์ดจอ คือ TNT2 และ GeForce4MX รวมทั้งจอภาพ LG775FT ได้ถูกต้องทั้งหมด เมื่อถึงขั้นตอนการลงแพกเกจ ผมลงเยอะหน่อย ประมาณ 2.5 กิกะไบต์ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วบูตเครื่อง 1 รอบ ก็จะพบกับ First Boot ซึ่งเป็นของใหม่ไม่มีใน RedHat 8.0 มันก็คล้ายๆ กับวินโดว์ครับ ที่หลังจากติดตั้งจะมี First Boot ไว้คอยปรับแต่งค่าต่างๆ ในทะเล 5.0 ผมพบว่า First Boot นั้นทำงานได้น่าประทับใจมาก สามารถตรวจสอบการ์ดเสียงได้ถูกต้อง เพราะว่าใช้การ์ดแบบออนบอร์ด VIA VT8233 ที่ทั้ง RedHat 8.0 และ GrandLinux นั้นตรวจเจอแต่ไม่สามารถใช้งานได้ นอกจากนี้ First Boot ยังมีการค้นหาฟอนต์ของวินโดว์ จากพาร์ทิชันของวินโดว์ และติดตั้งให้เสร็จเลย เราจึงสามารถใช้ฟอนต์ยอดนิยม อย่างพวก Angsana ได้ทันทีเลย อีกอันที่ผู้ใช้ลินิกซ์มักจะรำคาญ คือ ปุ่ม Num Lock มักจะไม่เปิดให้เองตอนบูตขึ้นมา ก็สามารถตั้งได้ใน First Boot ครับ พอตั้งค่าใน First Boot เสร็จ ก็จะพบกับลินิกซ์ทะเล 5.0 แล้ว
การทำงานบนเดสก์ทอป
เมื่อเข้ามาสู่หน้าจอล็อกอิน ก็พบกับภาพฉากหลังที่สวยงาม ถามทีมงานแล้ว บอกว่าในรุ่นนี้ ภาพประกอบจะเป็นแนว ทะเลผสมกับสถานที่ต่างๆ ของเมืองไทย จะเห็นเป็นภาพวัดต่างๆ เช่น วัดพระแก้ว หรือ สะพานพระราม 8 มารวมกับท้องทะเลครับ ทะเล 5.0 ใช้ Gnome 2.2 เป็นเดสก์ทอปหลักเหมือนกับ RedHat ถ้าใครชอบ KDE ก็มี KDE 3.1 มาให้ เราสามารถเลือกภาษาของเมนู และข้อความได้ในหน้าจอล็อกอิน ซึ่งปกติจะเป็นภาษาไทย แต่ถ้าไม่ชอบก็เลือกเป็นภาษาอังกฤษได้ตรงนี้ เมื่อล็อกอินเข้ามา โปรแกรมต่างๆ การวางเมนูจะแบ่งเป็นหมวดหมู่เหมือนกับ RedHat เลย โปรแกรมที่เพิ่มเข้ามา ที่น่าสนใจที่สุด คือ kdicthai (กระดิกไทย) เป็นโปรแกรมพจนานุกรมไทย-อังกฤษตัวแรกบนลินิกซ์ ใช้ฐานข้อมูลเดียวกับโปรแกรม Dicthope บนวินโดว์ ต่อไปก็ไม่ต้องกังวลว่าลินิกซ์จะไม่มีพจนานุกรมให้เราใช้แล้ว โปรแกรมดูภาพใช้ gThumb ใช้งานสะดวกเหมือนกับ ACDSee ยังมี Sodipodi เป็นโปรแกรมวาดแผนผังเหมือนกับ Visio
ส่วนด้านภาษาไทย ปุ่มสลับภาษาจะใช้ปุ่ม Alt+Shift นะครับ (แบบเดียวกับวินโดว์ NT) อาจจะรู้สึกไม่คุ้นเคยบ้าง และไม่มีไอคอนบอกภาษาให้ดูใน Gnome (แต่ใน KDE มีนะ) นอกจากนี้ทางลินิกซ์ทะเลได้ให้ฟอนต์ภาษาไทยตระกูล JS มาด้วยอีกหลายตัว โปรแกรมด้านออฟฟิศที่ให้มา คือ ออฟฟิศทะเล 1.0.2 ใช้ภาษาไทยได้ดี และเปิดไฟล์จาก Microsoft Office ได้ค่อนข้างดี (บทความนี้ก็ใช้ออฟฟิศทะเลเขียน)
ข้อเสียใหญ่ของลินิกซ์ทะเล 5.0 นี้คือ ตัวอักษรจะเบลอครับ พบว่าจะเกิดจากการทำ Anti-Alias ให้ตัวอักษรเนียนขึ้น สอบถามจากทีมงานพบว่า จะเป็นกับการ์ดจอบางรุ่น (ผมใช้การ์ดจอของ nVidia ก็เจอปัญหานี้ทั้งคู่) และจะเป็นมากเมื่ออ่านตัวหนังสือสีขาว บนพื้นหลังสีเข้ม อย่างเช่น อ่าน pantip.com วิธีแก้คือให้เปลี่ยนฟอนต์จาก Norasi เป็นตัวอื่นๆ หรือไม่ก็ขยายขนาดอักษรให้ใหญ่ขึ้น ก็จะช่วยได้บ้าง
การใช้งานอินเทอร์เน็ต
โปรแกรมที่ลินิกซ์ทะเลให้มีถือว่าครบถ้วน เว็บบราวเซอร์ใช้ Mozilla 1.2.1 ที่ตั้งค่าภาษาไทยมาให้แล้ว ใช้งานภาษาไทยได้เยี่ยม สามารถตัดคำได้ถูกต้อง ปลั้กอินต่างๆ ติดตั้งมาให้ครบ ไม่ว่าจะเป็น Flash, Quicktime, Java หรือแม้แต่ pdf โปรแกรม ICQ ใช้ SIM ซึ่งสามารถส่ง SMS ได้ด้วย ถ้าใครชอบเล่น MSN มากกว่า ก็มี Kmess มาให้เหมือนกัน หรือแม้แต่เล่น AOL หรือ Yahoo Messenger ก็ยังสามารถใช้โปรแกรม Gaim ได้ ส่วนโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดแบบเดียวกับ FlashGet หรือ GetRight ก็มีมาให้เช่นกัน ถ้าเครื่องที่ใช้อยู่เชื่อมต่อกับวงแลน ทะเล 5.0 ได้ให้โปรแกรมในการใช้งานแลน เหมือนกับ Network Neighborhood
การต่อโทรศัพท์เพื่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ตนั้น ถ้าเป็นโมเด็มแบบ External ให้เลือกชนิดโมเด็มเป็น /dev/ttyS0 แต่ถ้าเป็นโมเด็มแบบ internal เลือกเป็น /dev/modem และต้องออกแรงติดตั้งไดรเวอร์เพิ่มนิดหน่อย โดยไดรเวอร์ของโมเด็ม internal จะอยู่ในแผ่นที่ 3 หมวด extra driver ตัวไดรเวอร์จะมาเป็นไฟล์แบบ RPM ติดตั้งได้สะดวก ให้เลือกยี่ห้อของโมเด็มและชนิดของซีพียูให้ถูกต้องด้วย ก็จะสามารถใช้งานอินเทอร์เนตได้แล้ว
การใช้งานด้านบันเทิง
โปรแกรมฟังเพลงในทะเล คือ xmms นั้นสามารถฟังเพลงแบบ mp3 ได้ทันที (ใน RedHat นั้นจะไม่ได้ทำให้เล่น mp3 ได้ เพราะว่ากลัวปัญหาด้านลิขสิทธิ์) การดูหนังใช้โปรแกรม xine ถ้าต้องการดู DVD จะต้องสั่งเพิ่มนิดหน่อย โดยสั่ง ln -s /dev/cdrom /dev/dvd เสียก่อน ก็สามารถดู DVD ได้ การเขียนซีดีมีโปรแกรม Xroast มาให้ แต่โปรแกรมเด็ดของลินิกซ์ทะเล 5.0 คือ Mplayer ซึ่งเป็นโปรแกรมเล่นไฟล์มัลติมีเดียครอบจักรวาล สามารถเล่นไฟล์ได้เกือบทุกชนิด เช่น MPEG, ASF, QuickTime, Windows Media Video (.wmv), DivX, Real ฯลฯ เหมือนกับเรามี Windows Media ที่เพิ่มความสามารถของโปรแกรมอื่นอย่าง QuickTime มาให้เสร็จในโปรแกรมเดียวเลย
การเล่นเกม ถ้าต้องการเล่นเกมสามมิติ เช่น Tux Racer หรือว่า Chromium จะต้องทำการติดตั้งไดรเวอร์การ์ดจอก่อน ในกรณีที่เป็นการ์ดของ nVidia จะมีไดรเวอร์มาให้ในแผ่นที่ 3 เช่นกัน ชื่อว่า NVIDIA_GLX แล้วไปแก้ไฟล์ /etc/X11/XF86Config เปลี่ยนจาก driver “nv” เป็น “nvidia” จะใช้งานด้านสามมิติได้ครับ เกมที่ให้มาที่เด่นๆ มีเกม Frozen Bubble เล่นสนุกดี
สรุป
ลินิกซ์ทะเล 5.0 นั้นทำให้งานใช้งานลินิกซ์ง่ายขึ้นอีกมาก การใช้งานภาษาไทยทำได้ดีเยี่ยม มีการให้ฟอนต์ตระกูล JS มาให้ด้วย การใช้งานต่างๆ ก็ง่ายขึ้นมาก เช่น ต้องการใช้งานพาร์ทิชันของวินโดว์ ลินิกซ์ทะเลจะเมาท์ให้เราอัตโนมัติ หรือการใช้งานแลนก็ทำได้สะดวก โปรแกรมต่างๆ มีมาให้ครบครัน ถึงแม้ว่าจะมีบั้กอยู่บ้าง เช่น ตัวอักษรเบลอ การติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมอื่นอย่างโมเด็ม อาจทำได้ลำบากนิดหน่อย และรู้สึกช้าอย่างเห็นได้ชัด เมื่อทำงานกับเครื่องความเร็วต่ำๆ แต่เมื่อหักลบกันแล้ว ลินิกซ์ทะเล 5.0 ถือว่าเป็นลินิกซ์ของไทยที่ดีที่สุดในตอนนี้ ถ้าใครรอว่า เมื่อไรลินิกซ์จะใช้งานได้ง่าย และสะดวกซักที ลินิกซ์ทะเล 5.0 เป็นคำตอบของคุณครับ
สิ่งที่เป็นทั้งจุดเด่นและจุดด้อยของลินิกซ์ในคราวเดียวกัน คือ การที่มีลินิกซ์หลายยี่ห้อออกมาวางขายแข่งกัน ข้อดีของมันคือ ทำให้ผู้ใช้มีสิทธิ์เลือกลินิกซ์ที่ตรงกับความต้องการของตัวเองมากที่สุด เช่น อยากนำไปทำเป็นเซิร์ฟเวอร์ หรือ ใช้งานด้านเดสก์ทอปทั่วๆ ไป (ขนาดวินโดว์ยังต้องแบ่งเป็น XP กับ 2003 เลย กับเวอร์ชันย่อยอีกมากมาย) แต่ข้อเสียนั้นก็คือ มันมีหลายยี่ห้อมากเกินไป จนเราไม่รู้จะเลือกใช้งานอะไรดี แค่อยากได้ลินิกซ์มาทำงานพิมพ์เอกสารธรรมดา ก็มีให้เลือกตั้งหลายตัวแล้ว นี่จึงเป็นปัญหาสำคัญสำหรับผู้ใช้หน้าใหม่จำนวนมาก วันนี้ เลยจะมาแนะนำลินิกซ์ที่เราๆ เคยได้ยินกัน ว่า กลุ่มเป้าหมายของแต่ละตัว คือ คนกลุ่มไหนกัน
ลินิกซ์ไทย-เทศ
ถ้าคุณเป็นผู้ใช้หน้าใหม่ เพิ่งเคยสัมผัสลินิกซ์เป็นครั้งแรก ก็แนะนำให้ใช้ลินิกซ์ของคนไทยครับ เพราะว่าได้ตั้งค่าในการใช้งานภาษาไทยเบื้องต้นมาให้เสร็จเรียบร้อย ไม่ต้องทำเอง ใช้งานภาษาไทยได้ทันที ลินิกซ์ภาษาไทยที่ทำงานเดสก์ทอป และยังคงพัฒนาอยู่ในปัจจุบันมี 3 ตัว คือ ลินิกซ์ทะเล 5.0 จากเนคเทค, แกรนด์ลินิกซ์ 5.0 จากบริษัทแกรนด์ลินิกซ์ โซลูชัน และ ลิเบอร์ต้าลินิกซ์ จากบริษัทลิเบอร์ต้า ทั้งสามตัวพัฒนาต่อยอดมาจาก Red Hat 8.0 ดังนั้นส่วนหลักๆ ก็คล้ายกันมาก ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของเรา ลินิกซ์ทะเลนั้นออกแบบมากลางๆ จับตลาดผู้ใช้ทั่วไป แต่เนื่องจากว่าผู้จัดทำเป็นหน่วยงานราชการ จึงไม่มีบริการช่วยเหลือทางโทรศัพท์เมื่อเรามีปัญหา สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี จาก www.opentle.org หรือถ้าขี้เกียจดาวน์โหลด ก็สั่งซื้อเป็นซีดีจากเว็บไซท์ที่ขายซีดีลินิกซ์ทั่วไปได้เช่นกัน (หารายชื่อได้จากเว็บ www.opentle.org เช่นกัน) ส่วน แกรนด์ลินิกซ์ นี้เน้นผู้ใช้ในองค์กร เพราะมีบริการตอบปัญหาทางโทรศัพท์ให้ด้วย แกรนด์ลินิกซ์นีต้องซื้อครับ ผมเห็นวางขายเป็นกล่องตามร้านซีเอ็ด หรือจะซื้อผ่านเว็บไซท์ ก็ที่เว็บไซท์ของแกรนด์ลินิกซ์ www.grandlinux.com รายสุดท้ายคือ ลิเบอร์ต้า ลินิกซ์ เป็นลินิกซ์ของบริษัทลิเบอร์ต้า ที่ขายเครื่องคอมพิวเตอร์ และตัดสินใจพัฒนาลินิกซ์ขึ้นมาเอง เพื่อเป็นระบบปฏิบัติการของตนเองแถมไปกับเครื่อง แทนที่จะเป็นวินโดว์ ใครอยากไปลองใช้ก่อน ก็สามารถไปยืนเล่นได้ตามบูตพาวเวอร์บาย ในห้างสรรพสินค้า จะมีเครื่องของลิเบอร์ต้าไปวางขายอยู่ หารายละเอียดได้จากเว็บของลิเบอร์ต้าได้ที่ www.liberta.co.th
นอกจากนี้ ลินิกซ์ของไทยยังมีอีกหลายตัว ที่ไม่ได้เน้นการใช้งานด้านเดสก์ทอป คือ ลินิกซ์ SIS ของโครงการ SchoolNet ที่เป้าหมายคือเป็นอินเทอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ราคาถูกให้กับโรงเรียน, บูรพาลินิกซ์ ของมหาวิทยาลัยบูรพา และ พยูนลินิกซ์ ที่เน้นด้านความปลอดภัยเป็นหลัก
ลินิกซ์ของนอก
ถ้าคุณมีความรู้ด้านลินิกซ์อยู่บ้าง การใช้ลินิกซ์ของต่างประเทศย่อมจะดีกว่า เพราะว่าได้โปรแกรมรุ่นใหม่กว่า เพียงแต่ต้องมาเซตค่าภาษาไทยเอง ลินิกซ์ของต่างประเทศก็มีหลายตัวมากๆ สามารถหารายชื่อฉบับสมบูรณ์ได้จาก www.distrowatch.com แต่ที่นี้จะเน้นแต่ตัวสำคัญๆ ที่สามารถหาได้ในบ้านเราเท่านั้น สำหรับลินิกซ์ที่ทำงานด้านเดสก์ทอป ที่ดังๆ ก็มี 3 ตัวครับ
เรดแฮท (RedHat) 9
เป็นลินิกซ์สัญชาติอเมริกัน ที่ครองส่วนแบ่งตลาดลินิกซ์อยู่ในปัจจุบัน ตอนนี้ออกมาถึงเวอร์ชัน 9 แต่เดิมนั้น เรดแฮทเน้นผู้ใช้ในองค์กรเป็นหลัก คือ เน้นความเสถียร และความปลอดภัยในการนำมาทำเป็นเซิร์ฟเวอร์ แต่ช่วงหลังๆ นี้ ตลาดฝั่งเดสก์ทอปหรือผู้ใช้ตามบ้าน ถูกคู่แข่งอย่าง แมนเดรก ตีไปเยอะ ในเรดแฮทตัวใหม่ๆ คือ ตั้งแต่ 8.0 จนมาถึง 9 นั้น เรดแฮทเลยพัฒนาด้านเดสก์ทอป เอาใจผู้ใช้ตามบ้านมากขึ้น เช่น ทำการปรับปรุงให้ Gnome และ KDE มีหน้าตาเหมือนกัน (ใช้ธีม Red Hat Bluecurve) เพื่อที่ผู้ใช้หน้าใหม่จะได้ไม่สับสน แต่เรดแฮทยังสนับสนุน Gnome เป็นหลัก เท่าที่ลองใช้ดู KDE บน 9 นั้นยังไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไรนัก ถ้าใครใช้งาน Gnome แล้วชอบมากกว่า ก็แนะนำให้ใช้สายเรดแฮทครับ รุ่นปกติใช้ซีดีรอม 3 แผ่น ความทันสมัยของโปรแกรมเทียบเท่ากับทะเล 5.0 www.redhat.com
แมนเดรก (Mandrake) 9.1
ลินิกซ์จากฝรั่งเศส เมื่อก่อนพัฒนาต่อมาจากเรดแฮทอีกที เพราะเรดแฮทไม่เน้นตลาดตามบ้าน แมนเดรกรุ่นแรกๆ จึงนำเรดแฮทมาพัฒนาต่อเพื่อจับตลาดนี้แทน ทำไปทำมาขายดี ส่งผลให้แมนเดรกแยกสายการพัฒนาออกมาเป็นของตัวเอง และทำการแข่งขันกับเรดแฮทอย่างดุเดือด ในรุ่นที่แล้ว แมนเดรก 9 สู้เรดแฮท 8 ไม่ได้ พอมารุ่น 9.1 จึงต้องมีการพัฒนาเพิ่มเติมหลายประการ เช่น ทำหน้าตาของ Gnome กับ KDE ให้เหมือนกันเช่นเดียวกับเรดแฮท โดยใช้ธีม Mandrake Galaxy มาแข่ง แมนเดรกมีชื่อเรื่องความง่ายในการใช้งาน และโปรแกรมที่แถมมาให้เยอะ และถูกใจผู้ใช้มากกว่าเรดแฮท หาข้อมูลเพิ่มเติมจาก www.linuxmandrake.com
ซูซี่ (SuSE) 8.2
เป็นลินิกซ์จากเยอรมนี ว่ากันว่า ลินุส ทอร์วัลด์ ผู้สร้างลินิกซ์ก็ใช้ SuSE ที่มีชื่อเรื่องความง่ายในการใช้งานมากๆ SuSE มีจุดขายสำคัญคือ มีเครื่องมือในการปรับแต่งส่วนต่างๆ เป็นของตัวเอง ในชื่อ YaST (Yet Another Setup Tool) ที่ได้ชื่อว่า ใช้งานง่ายมากๆ แต่เจ้า YaST นี่ไม่เป็นโอเพ่นซอร์สนะครับ เราจึงไม่สามารถก็อปปี้ SuSE มาขายได้ (เพราะติดลิขสิทธิ์ของ YaST) นอกจากนี้ SuSE ยังเป็นยี่ห้อที่แถมเกมมาให้เยอะด้วย เป็นเกมสามมิติเต็มรูปแบบที่ SuSE พัฒนาขึ้นมาเองเพื่อเป็นจุดขาย ไม่ใช่เกมง่ายๆ ที่แถมบนลินิกซ์ตัวอื่นๆ อยากหามาลองก็ต้องลงทุนซื้อครับ www.suse.com
สำหรับตอนหน้า เรามาดูลินิกซ์ตัวอื่นๆ ที่เหลือกัน
แน่นอนว่า การที่คอมพิวเตอร์สินสมุทร ของ ICT ที่มีกำหนดจะส่งถึงมือผู้จองในเร็วๆ นี้ ได้เลือกที่จะใช้ลินิกซ์ทะเล 5.0 เป็นระบบปฏิบัติการที่ติดตั้งไปพร้อมกับตัวเครื่องเลย ทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างต่อผู้ใช้ ว่าจะสามารถใช้งานได้ดีหรือไม่ ผมแอบไปรู้มาว่า ลินิกซ์ทะเล 5.0 รุ่นที่แถมไปพร้อมกับเครื่อง ICT นั้น เป็นรุ่นที่ถูกพัฒนาขึ้นมาพิเศษต่อจากตัวที่เราๆ ใช้กันตามปกติ เลยสงสัยว่า มีอะไรเพิ่มขึ้นมาเป็นพิเศษในรุ่นนี้รึเปล่า เลยไปเสาะหาข้อมูลเพิ่มเติม และได้คุณกำธร ไกรรักษ์ ผู้ช่วยนักวิจัยจากฝ่ายวิจัยและพัฒนาสาขาสารสนเทศของเนคเทค ซึ่งเป็นผู้พัฒนาลินิกซ์ทะเลมาแล้วหลายรุ่น ให้คำตอบดังต่อไปนี้ครับ
ทำไมถึงต้องมีลินิกซ์ทะเล รุ่นพิเศษสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ ICT ด้วยครับ
สาเหตุที่ทะเลรุ่นนี้ ต้องพัฒนาขึ้นเพิ่มเติมจากรุ่นปกติเล็กน้อย ก็เพราะว่าเป็นลินิกซ์ที่ลงไปให้กับตัวเครื่องจากโรงงานเลย ผู้ซื้อรับเครื่องไป เปิดเครื่องมาใช้งานได้ทันที ดังนั้นเลยมีการปรับแต่งระบบให้เหมาะกับฮาร์ดแวร์ของเครื่อง ICT ทำให้เจ้าของเครื่องสะดวกมากขึ้น ไม่ต้องมานั่งติดตั้งฮาร์ดแวร์เอาเอง
มีอะไรเพิ่มเข้ามาบ้าง
ถ้าเป็นส่วนของโปรแกรม ได้ใช้โปรแกรมรุ่นใหม่ล่าสุดเกือบทั้งหมด เช่น เคอร์เนลของระบบใช้ตัวที่ค่อนข้างใหม่ คือ 2.40.20-13 ทำให้ระบบมีประสิทธิภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โปรแกรมต่างๆ ที่อยู่ในลินิกซ์ทะเลตัวต้นฉบับก็ใช้รุ่นใหม่ที่ทันสมัยขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังเพิ่มโปรแกรมดิกชันนารี ไทย-อังกฤษ และอังกฤษ-ไทย ที่เนคเทคเพิ่งจะแจกออกมา คือ Lexitron 2.0pre มาให้ด้วย ซึ่งมีคำศัพท์เยอะมาก น่าจะชอบกัน
ส่วนของการปรับแต่ง ก็ได้มีการปรับแต่งให้ผู้ใช้ทำงานได้สะดวกขึ้นเยอะ เช่น ไม่ต้องล็อกอิน เพราะว่าผู้ใช้ส่วนมากจะใช้ทำงานส่วนตัวที่บ้าน และไม่ได้นำไปต่อกับเครือข่ายที่ไหนอยู่แล้ว จึงกำหนดให้ไม่ต้องล็อกอินเพื่อที่จะเข้าทำงาน แถมยังปรับแต่งให้เหมาะกับงานด้านเดสก์ทอป โดยปิดโปรแกรมทำงานเบื้องหลังหรือเซอร์วิสบางตัวที่งานเดสก์ทอปไม่ได้ใช้ออกไป ทำให้ทำงานได้เร็วขึ้น เพราะเครื่องสินสมุทรให้แรมมาค่อนข้างน้อย คือ 128 เมกะไบต์เท่านั้น
ด้านฮาร์ดแวร์ มีอะไรเป็นพิเศษรึเปล่าครับ
แยกเป็นข้อๆ นะครับ อันแรกคือ โมเด็มของสินสมุทรใช้ชิป HSF (โมเด็มของ Connexant/Rockwell ซึ่งเป็นรุ่นยอดฮิตบ้านเรา) ก็ได้ทำการลงไดรเวอร์ของโมเด็มรุ่นนี้ให้เรียบร้อย และยังได้ข่าวจาก AsiaNet ว่าจะแถมชั่วโมงอินเทอร์เน็ต 5 ชั่วโมง ให้ไปด้วย จึงติดตั้ง ISP Account ของ AsiaNet ไว้ทั้งกรุงเทพ และต่างจังหวัด ดังนั้นผู้ใช้ทั่วไปเพียงแค่กรอก ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน ก็ใช้งานได้ทันที
ด้านกราฟิกการ์ด สินสมุทรใช้กราฟิกการ์ด 2 แบบ คือ Trident และ S3 โดยส่วนของ Trident มีปัญหาเล็กน้อย แต่แก้ไขเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของเครื่องพิมพ์ โครงการคอม ICT มีเครื่องพิมพ์ให้เลือกซื้อในราคาพิเศษ 4 รุ่น คือ Epson Stylus C-43UX, HP Deskjet-3325, Canon BubbleJet s-200sp, Lexmark Z-35 ซึ่ง 3 รุ่นแรกได้รับความร่วมมือเป็นพิเศษจากผู้ผลิต ทำให้ใช้งานได้ทันที โดยผู้ใช้แค่เลือกเครื่องพิมพ์ที่จะใช้เท่านั้น แต่ของ Lexmark นั้นมีระบบการพิมพ์เฉพาะ ทำให้ต้องติดตั้งเอาเองตามคู่มือที่แถมไป
ถ้าต้องการจะลงลินิกซ์ทะเลใหม่ จะทำอย่างไรครับ
จะมีการแถมซีดีสำหรับกู้ระบบมาให้ครับ สามารถกู้ระบบได้หลายระดับ ได้แก่
ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่า ถ้าเกิดระบบมีปัญหา จะไม่สามารถใช้งานได้ครับ
ได้มีการแถมคู่มือมาให้มั้ยครับ มีรายละเอียดอย่างไรบ้างครับ
คู่มือที่แถมไปมีความหนา 40 หน้า แนะนำการใช้งานทั่วๆ ไป ถ้าต้องการคู่มือที่ละเอียดขึ้น จะมีคู่มือฉบับของ ดร. วิรัช ขายในราคาเล่มละ 20 บาท โดยสามารถหาซื้อได้ที่ทำการไปรษณีย์ครับ
การสนับสนุนถ้าผู้ใช้เกิดปัญหา ทางทีมงานลินิกซ์ทะเลมีบทบาทอย่างไรบ้าง
จะมีการอบรมฟรี โดยสมาพันธ์โอเพนซอร์ส ร่วมกับกระทรวงไอซีที และเอกชนที่จะทำเรื่องฝึกอบรม ที่เห็นมีบ้างแล้วก็ของ สยามคอมพิวเตอร์ ที่เพิ่มเติมเข้ามาจะมี Call Center ของ PC Care (หน่วยงานที่ให้บริการแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ของการสื่อสารแห่งประเทศไทย) ซึ่งผมไม่ค่อยรู้รายละเอียดเท่าไร การตอบปัญหาผ่านเว็บ คาดว่าจะมีเว็บบอร์ดเฉพาะให้กับผู้ใช้คอมของ ICT โดยผู้ตอบจะเป็นทีมงานของกสท. ร่วมกับทีมงานของเนคเทคครับ
ก็ต้องขอบคุณคุณกำธรที่ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับลินิกซ์ทะเลสำหรับเครื่องสินสมุทรนะครับ ผู้ใช้หลายๆ คนก็น่าจะวางใจว่าได้มีการปรับแต่งให้ใช้งานง่ายขึ้น และมีการเตรียมพร้อมสำหรับการตอบปัญหา ทั้งด้านทีมสนับสนุน และคู่มือพอสมควรทีเดียว ก็ต้องรอดูวันส่งมอบเครื่องว่า ผู้สั่งจองจะพบปัญหาอะไรมากน้อยขนาดไหนครับ
ลินิกซ์ทะเล 5.0 ออกมาสร้างความตื่นตัวให้กับผู้ใช้ลินิกซ์ชาวไทยไปเมื่อปี 2545 แล้วเงียบหายไปซักพัก จนมามีข่าวช่วงปลายปีที่แล้ว ว่าทางทีมงานกำลังพัฒนาลินิกซ์ทะเล 5.5 ที่อิงมาจาก Fedora Core 1 (ทะเล 5.0 พัฒนาจาก Red Hat Linux 8.0) โดยมีรหัสในการพัฒนาว่า aowthai (อ่าวไทย) และเมื่อปลายเดือนมกราคมนี้เอง ลินิกซ์ทะเล 5.5 ตัวจริงก็ออกมาให้ยลโฉมกัน ในชื่อรหัสว่า Samila (สมิหลา) จะว่าไปแล้ว รหัสในการพัฒนาลินิกซ์ทะเลตั้งแต่รุ่นแรกๆ นี่เกี่ยวกับทะเลสมชื่อเลยนะครับ ผมจำได้ว่ามี Similan (สิมิลัน), Tarutao (ตะรุเตา) และลินิกซ์ทะเล 5.0 นั้นใช้รหัสว่า andaman (อันดามัน)
การดาวน์โหลดและติดตั้ง
เราสามารถดาวน์โหลดลินิกซ์ทะเลมาใช้งานได้จากเว็บไซท์ http://www.opentle.org โดยดาวน์โหลดมาเป็นไฟล์อิมเมจ .iso และนำมาเขียนลงแผ่นซีดี ซึ่งใช้ซีดีสามแผ่นเช่นเดียวกับรุ่นก่อนๆ แต่ถ้าใครที่ยังใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโมเด็ม การดาวน์โหลดซีดีสามแผ่นคงไมใช่อะไรที่สนุกนัก ทีมงานผู้พัฒนาจึงเพิ่มวิธีการดาวน์โหลดแบบ BitTorrent ซึ่งเป็นวิธีการดาวน์โหลดแบบ Peer-To-Peer ที่กำลังนิยมกัน โดยเราจะโหลดไฟล์ต่อจากคนอื่นๆ ที่โหลดไฟล์เดียวกันอยู่ ทำให้ลดภาระของเซิร์ฟเวอร์ และถ้ายิ่งมีคนร่วมดาวน์โหลดไฟล์เดียวกันนี้มากเท่าไร ก็จะยิ่งดาวน์โหลดได้เร็วขึ้น วิธีการดาวน์โหลดแบบ BitTorrent นี้ต้องมีโปรแกรมช่วยเล็กน้อย สามารถหาอ่านได้จากหน้าดาวน์โหลดของลินิกซ์ทะเลครับ
ส่วนวิธีการติดตั้งนั้นแทบไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลย ให้เราบูตจากแผ่นซีดีแผ่นที่ 1 ตามปกติ แล้วกด Enter 1 ครั้งเพื่อติดตั้งในโหมดกราฟฟิค ตอบคำถามไปเรื่อยๆ เหมือนเดิม แล้วรอซักครึ่งชั่วโมงถึงชั่วโมงกว่าๆ ขึ้นอยู่กับจำนวนแพกเกจที่เลือก เสร็จแล้วเมื่อระบบทำการรีบูตครั้งแรก จะมีให้ปรับแต่งค่าเบื้องต้น เช่น เปิดปุ่ม Num Lock หรือ ใช้ฟอนต์ของวินโดว์ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป คือ หน้าจอบูตจากเดิมที่เป็นตัวหนังสือสีขาวบนพื้นดำขึ้นมาเต็มไปหมด จะเปลี่ยนมาเป็นแบบกราฟฟิค ที่บอกว่าตอนนี้กำลังเริ่มการทำงานส่วนไหนอยู่ เหมือนกับที่ Fedora Core ใช้ เมื่อบูตเสร็จ เราจะพบกับหน้าจอล็อกอิน ให้ใส่ชื่อและรหัสผ่าน แล้วลินิกซ์ทะเล 5.5 ก็จะพร้อมให้เราใช้งาน
มีอะไรใหม่?
ลินิกซ์ทะเลนั้นเลือกใช้ GNOME เป็นระบบเดสก์ทอปหลัก ถ้าไม่เลือกอะไรเป็นพิเศษ พอล็อกอินเสร็จ เราจะเข้ามายัง GNOME (ส่วนใครที่ชอบ KDE ก็มี KDE ให้เลือก และเวอร์ชันนี้ยังมีระบบเดสก์ทอปแบบที่สาม XFCEที่เล็กและทำงานได้เร็วกว่า ซึ่งต้องเลือกลงเป็นพิเศษในช่วงติดตั้ง) หน้าตาของระบบโดยรวมยังเหมือนเดิมครับ ผมสอบถามจากทีมงานได้ความว่า ไม่ต้องการผู้ใช้ให้สับสนถ้าหากหน้าตาเปลี่ยนไปทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนเวอร์ชัน หน้าจอล็อกอินนั้นมีภาพพื้นหลังเป็นทะเลหมอกสวยงาม ส่วนเดสก์ทอปนั้นเป็นรูปชายหาดคล้ายกับของเดิม ส่วนโปรแกรมและความสามารถใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามา ก็มีดังนี้ครับ
การใช้งาน
การใช้งานโดยรวมก็ค่อนข้างราบรื่นดีครับ ต้นฉบับนี้ก็เขียนด้วยออฟฟิศทะเล 1.1.0 บนลินิกซ์ทะเล 5.5 ยังไม่เจอปัญหาอะไร โปรแกรมด้านกราฟฟิคมี GIMP 2.0 ซึ่งเป็นโปรแกรมตกแต่งภาพเวอร์ชันใหม่ล่าสุดที่เคยแนะนำไปเมื่อไม่กี่ตอนที่ผ่านมา และมี Adobe Acrobat Reader เอาไว้อ่านเอกสาร PDF บนลินิกซ์เช่นกัน ที่น่าสังเกตคือ โปรแกรมดิคชันนารีอย่างกระดิกไทยนั้นหายไป แต่ให้ Lexitron ของเนคเทคเข้ามาแทนที่ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมชอบกระดิกไทยมากกว่า เพราะทำงานได้เร็วกว่า Lexitron ที่เขียนด้วยภาษาจาวา การสลับภาษานั้นใช้ปุ่ม Alt+Shift เหมือนเดิม (ถ้าใครใช้วินโดว์ตระกูล NT หรือ 2000 อาจจะคุ้นเคยกันบ้าง ซึ่งปุ่มนี้เป็นปุ่มสลับภาษามาตรฐานครับ ส่วนปุ่ม ~ นั้นมีประเทศไทยใช้อยู่ประเทศเดียว) ไอคอนแสดงภาษาที่ทาสก์บาร์ก็เพิ่มเข้ามาแล้ว และยังใช้ไฟ Scroll Lock บอกภาษาที่ใช้ด้วยเช่นกัน สำหรับโปรแกรมด้านอินเทอร์เน็ตนั้นยังคล้ายๆ กับรุ่นเดิม เพียงแต่เปลี่ยนเวอร์ชันให้ทันสมัยขึ้นเท่านั้น มีโปรแกรมอีเมล์และนัดหมาย Evolution ซึ่งเหมือนกับ Outlook เปี๊ยบ และใช้งานภาษาไทยได้ เพิ่มเข้ามา
เนื่องจากปัญหาทางด้านสิทธิบัตร ทะเล 5.5 เลยเรียกได้ว่าแทบจะทำงานด้านมัลติมีเดียไม่ได้เลย (เช่นเดียวกับ Red Hat 9 และ Fedora Core 1) โปรแกรมฟังเพลง XMMS ไม่ได้ใส่ตัวถอดรหัส MP3 มา ดังนั้นเราจึงฟังเพลงได้แค่แบบ WAV และ Ogg Vorbis ส่วนโปรแกรมดูหนัง XINE นั้นก็ไม่มีตัวถอดรหัสดีวีดีมาให้เช่นกัน ตัวถอดรหัสพวกนี้ถ้าแถมมากับระบบปฏิบัติการ นั้นเสี่ยงกับการโดนฟ้องครับ (วินโดว์ XP ก็ไม่มีตัวถอดรหัสดีวีดี) แต่ถ้าเราหามาลงเองนั้นไม่เป็นปัญหา และทีมงานทะเลก็ได้เตรียมไว้ให้แล้ว โดยขั้นแรกต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก่อน และสั่ง apt-get install xmms-mp3 เพื่อดาวน์โหลดตัวถอดรหัส MP3 การที่ทะเล 5.5 ขาดความสามารถทางมัลติมีเดียแบบที่เคยทำได้ในทะเล 5.0 ก็ทำให้ชีวิตยุ่งยากพอสมควร เพราะผมเชื่อว่าเพลงส่วนมากที่เก็บไว้ในเครื่องของเราๆ นั้นเป็น MP3 ซะเกือบหมด เท่ากับเป็นการบังคับกลายๆ ให้ต้องอัพเดตตัวถอดรหัส ส่วนไฟล์มีเดียชนิดอื่นก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ โปรแกรม Mplayer นั้นสามารถเล่นไฟล์หนัง QuickTime และ DivX ได้ทันที
ปัญหาที่พบ
ผมมีปัญหาเยอะมาก ในการทำงานกับอุปกรณ์ต่อพ่วง เริ่มแรกลินิกซ์ทะเล 5.5 เจอการ์ดเสียง AC'97 ของผมและเสียงออกเรียบร้อยดีไม่มีปัญหา ส่วนการ์ดแสดงผลถ้าเป็นการ์ดตระกูล ATI หรือ Matrox จะสนับสนุนทันที แต่ถ้าเป็นการ์ดของบริษัท nVidia จะต้องติดตั้งไดรเวอร์เอง (มีอยู่ในแผ่นที่ 3 ครับ ไดเรคทอรี RPMS.drivers) แต่เมื่อผมลงไดรเวอร์ของ nVidia กลับไม่สามารถทำงานได้ ต้องเปลี่ยนกลับมาใช้ไดรเวอร์กลางของ X-Window ซึ่งทำงานทั่วๆ ไปได้ แต่เล่นเกม 3 มิติอย่าง TuxRacer หรือว่า Unreal ไม่ไหว (ซึ่งลินิกซ์ทะเล 5.0 นั้นไม่มีปัญหานี้) อย่างถัดมาคือโมเด็ม คอมพิวเตอร์ในบ้านเราใช้โมเด็มแบบ internal กันเยอะมาก ในทะเล 5.0 นั้นมีผู้พัฒนาไดรเวอร์โมเด็ม HSF บนลินิกซ์ให้เราใช้งาน แต่ตอนนี้บริษัท Linuxant ผู้พัฒนาได้หันมาคิดเงินจากการใช้งานไดรเวอร์ตัวนี้ ดังนั้นไดรเวอร์โมเด็มที่มากับทะเล 5.5 จึงต้องเป็นไดรเวอร์รุ่นทดลองใช้ ซึ่งแจกฟรีแต่จำกัดความเร็วไว้ที่ 14.4kbps ก็คงต้องทำใจกันหน่อยนะครับ แต่ผมแอบกระซิบให้ว่า ใครยังเก็บแผ่นทะเล 5.0 ที่มีไดรเวอร์โมเด็มตัวเดิม (แบบไม่จำกัดความเร็ว) อยู่ ก็สามารถนำมาใช้งานได้ครับ อุปกรณ์อีกอย่างที่ผมมีปัญหาคือ USB Handy Drive ครับ ผมไม่สามารถใช้งานไดรว์ SanDisk Cruzer Mini ซึ่งเป็น USB 2.0 บนทะเล 5.5 ได้ ซึ่งใช้ได้บนทะเล 5.0 เช่นกัน โดยภาพรวมแล้วถือว่าเรื่องฮาร์ดแวร์นั้นมีปัญหาค่อนข้างเยอะ
สรุป
ลินิกซ์ทะเล 5.5 เป็นการอัพเกรดตัวระบบปฏิบัติการจากลินิกซ์ทะเล 5.0 โดยอัพเดตโปรแกรมต่างๆ เป็นเวอร์ชันใหม่ ซึ่งมีความสามารถมากขึ้น แต่กลับมีปัญหาด้านฮาร์ดแวร์ค่อนข้างเยอะ และปัญหาเรื่องสิทธิบัตร ทำให้ดูหนังฟังเพลงลำบากกว่าเดิม ส่วนการใช้งานทั่วๆ ไปนอกเหนือไปจากนี้ นั้นค่อนข้างดี และสามารถใช้ทำงานทั่วๆ ไปแทนวินโดว์ได้แล้วครับ ต้องแนะนำให้ใช้เครื่องแรงๆ สักหน่อย เพราะว่าเครื่อง AthlonXP1800+ กับแรม 256 MB ของผมก็ยังรู้สึกอืดๆ อยู่เล็กน้อย ถ้าขี้เกียจดาวน์โหลดไฟล์ทั้งสามแผ่น ช่วงที่คอลัมน์ตอนนี้ลงพิมพ์ น่าจะสั่งซื้อซีดีจากเว็บไซท์ขายซีดีลินิกซ์ของไทยหลายๆ ที่ได้แล้วครับ