Thought

มุมมอง

ฟังวิสัยทัศน์ "3 screens and a cloud" ของไมโครซอฟท์มานาน (เข้าใจว่าเริ่มพูดช่วงต้นๆ ปี 2009) ก็ยังไม่เข้าใจถ่องแท้สักเท่าไร แต่วันนี้พอมีเวลา นั่งดูวิดีโอของ MIX 10 เพิ่งถึงบางอ้อ

ภาพจากสไลด์ของ CL13 - Overview of the Windows Phone 7 Series Application Platform (คำเตือน .pptx)

แนวคิดของ "3 screens and a cloud" จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่าลึกซึ้ง มันก็ลึกซึ้งอีกนั่นล่ะ

ด้านง่ายคือ ข้อมูลอยู่บน cloud แล้ว "นำเสนอ" ในรูปแบบที่ต่างกันตามขนาดหน้าจอ ถ้าใครดูเดโมเกมบน Windows/Windows Phone/Xbox น่าจะเห็นภาพได้ชัดเจนที่สุด

ความลึกซึ้งอยู่ที่ ไมโครซอฟท์เป็นบริษัทรายเดียวที่มีทั้ง "3 screens" ครับ เอ่อ มี "cloud" ด้วยนะ ทั้งตระกูล Live (hosted) และ Azure (toolkit) วัดกันแล้ว แอปเปิลกับกูเกิลทาบไม่ติด

ผมนั่งดูวิดีโออันนี้จบ เกิดคำถามขึ้นว่า ทำไมเราต้องพิมพ์รหัสผ่านเวลาล็อกอินบนมือถือด้วย? มันไม่ใช่วิธีที่ efficient เลย (รหัสผ่านบางชุดของผม พอไปอยู่บนมือถือแล้วต้องสลับ layout ทุกตัวอักษร กดยากมาก)

ทำไมสำหรับ "mobile screen" เราไม่มีวิธีตรวจสอบตัวตนที่มันเหมาะสมกว่านั้น เช่น สแกนลายนิ้วมือ สแกนม่านตา ตรวจสอบเสียง เช็คจากซิมการ์ด หรือใส่รหัสที่เป็นตัวเลข (ใช้แค่ numpad) หรือใช้สองวิธีใดวิธีหนึ่งที่ว่ามาผสมกัน

ถ้า Project Natal เสร็จ เราอาจต้องล็อกอินด้วยการทำท่าทางให้ถูกต้อง (ลองนึกถึงท่าของหน่วยรบกีนิว) ก็เป็นได้

ถึงเวลาคิดนอกกรอบของ "PC screen" แล้วครับ

3G is Dated, Let Skip to 4G

ประโยคที่น่ารำคาญมากๆ อันหนึ่ง ซึ่งผมพบบ่อยมากในช่วงหลัง ไม่ว่าจะเป็นเวทีไหนๆ ก็คือ

"ไม่มี 3G เสียที ข้ามไปทำ 4G กันเลยดีกว่า"

นอกจากน่ารำคาญแล้ว มันยังเป็นประโยคที่น่าเศร้า

น่าเศร้าเพราะมันแสดงให้เห็นความตื้นเขินของผู้พูด

ถ้าใครสักคนพูดประโยคนี้ขึ้นมา แปลว่าเขาไม่เข้าใจอะไรเลย

มันไม่ใช่ว่า เราทำ 3G ไม่ทันประเทศเพื่อนบ้าน แล้วไปเริ่มตั้งต้นใหม่ที่ 4G ก่อนชาวบ้าน มันจะสำเร็จ

การที่เมืองไทยยังไม่มี 3G มันไม่ใช่ปัจจัยเรื่องเทคโนโลยีแม้แต่น้อย

แต่การที่เมืองไทยยังไม่มี 3G เสียที มันเกิดจากโครงสร้างอันยุ่งเหยิงและซับซ้อนของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเมืองไทย ที่มีผู้เล่นอย่าง TOT, CAT, ก. ไอซีที, ก. คลัง, กทช, กสทช มีเงื่อนไขมากมาย ตั้งแต่สัมปทาน, ใบอนุญาต, ภาษีสรรพสามิต, คุณสมบัติ กทช, กสช, รัฐธรรมนูญ 40, รัฐธรรมนูญ 50 ไปจนถึง "ทักษิณ" "ผลประโยชน์ทับซ้อน" "รัฐประหาร"

ฯลฯ

ถ้าแก้ปัญหาข้างต้นไม่ได้ จะเป็น 4G, 5G, WiMAX, LTE มันก็ไม่เกิดอยู่ดีล่ะครับ ไม่ใช่แค่ 3G เพียงอย่างเดียว

หมายเหตุ: ไม่เข้าใจโครงสร้างอุตสาหกรรมโทรคมนาคม? อ่าน กอร์ปศักดิ์เสนอ ยุติสัมปทาน 2G ก่อนเริ่มประมูล 3G

ช่วงนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นยุค "Write Once, Comment Anywhere"

ผมเขียนบล็อกหนึ่งที ผมจะได้รับคอมเมนต์ (ในที่นี้หมายถึง เสียงตอบรับต่อบล็อกอันนั้น) จาก

  1. ช่องคอมเมนต์ภายในบล็อก (Drupal, WordPress, Blogger, Exteen)
  2. ช่องคอมเมนต์ของ Facebook (รวม Like ของ Facebook)
  3. Tweet ตอบใน Twitter (รวม RT)
  4. คอมเมนต์ใน Google Reader (รวม Like/Share ของ Google Reader)
  5. คอมเมนต์ใน Google Buzz (ผูกกับ Google Reader แต่จำนวนคอมเมนต์เพิ่มขึ้นมาก ตาม social graph)

จริงๆ ก็มีจุดอื่นที่เป็นไปได้อีกมาก เช่น Digg/Delicious แต่หลักๆ คงเป็นแค่ 5 จุดข้างต้น

คำถาม

  • ผมอยากให้คอมเมนต์ปรากฎอยู่ที่ไหน? คำตอบเป็นได้ทั้งจุดใดจุดหนึ่งเพียงที่เดียว หรือ ที่ไหนก็ได้ขอเยอะเป็นพอ
  • เรามีกรรมวิธีอะไรหรือไม่ ที่จะช่วยให้การติดตามคอมเมนต์ในเรื่องๆ เดียว จากทั้ง 5 จุดได้ง่ายขึ้น?

Killer Apps

คิดถึงเรื่อง killer application ตอนเดินมายังที่ทำงาน มาจดเก็บไว้หน่อย

Apple II

  • VisiCalc

IBM PC

(ยุคแรก)

  • Lotus 1-2-3

(ยุควินโดวส์)

  • Microsoft Office

(ยุค 90s)

  • เกม
  • งานด้านมัลติมีเดียและความบันเทิงในบ้าน เช่น มีอยู่ยุคนึงคนซื้อพีซีมาเพื่อฟัง MP3, ร้องคาราโอเกะ, ดู VCD

เมื่อปี 2008 ผมเคยเขียนเรื่อง Thai Input Method on Mobile Phone แบบยาวๆ เอาไว้

หลังจากนั้น ไอเดียเรื่องระบบป้อนข้อมูลภาษาไทยบนมือถือ ก็ถูกต่อยอดใน Ask Blognone: ปัญหาคีย์บอร์ดภาษาไทยบนมือถือ และ รายงานการประชุม คีย์บอร์ดภาษาไทยบนมือถือ (ขอบคุณเจ้าภาพ NECTEC และ @pornprom)

นอกจากนี้ผมยังเคยอัญเชิญ @james_clark ซึ่งเป็นคนที่ "มองทะลุ" ระบบภาษาไทยบนคอมพิวเตอร์มากที่สุดคนหนึ่งที่รู้จัก มานั่งคุยตัวต่อตัวสำหรับเรื่องนี้โดยเฉพาะอีกครั้งหนึ่ง

จากการพูดคุย สนทนา ออกไอเดียทั้งหมด เลยได้ข้อสรุปว่า มันยากมากถึงยากที่สุด ลำพังภาษาไทยก็ยากอยู่แล้ว เรายังมาเจอข้อจำกัดเรื่องนโยบายจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ ที่ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงฮาร์ดแวร์ไปจากเวอร์ชันที่ขายทั่วโลกอีกด้วย

บล็อกข้างต้นนั้นผมเขียนสมัยที่ยังใช้มือถือที่เป็น Numpad/T9 อยู่ กรอบความคิดส่วนใหญ่เลยยังอิงกับมือถือแบบ 12 ปุ่มเป็นหลัก ไอเดียสำหรับมือถือจอสัมผัสถือว่าเป็น assumption ซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องนัก

เวลาผ่านมาอีก 1 ปีกว่า ได้ใช้มือถือจอสัมผัส 2 ตัวคือ BlackBerry Storm กับ HTC Magic รวมถึง iPhone ของคนอื่น ก็สามารถประเมิน implementation ของมือถือในปัจจุบันได้มากขึ้น