SuSE

ในโลกของ Desktop Environment แนวทางของ KDE นั้นไม่ถูกจริตผมนัก

สมัย KDE 3.x ยังพอใช้ได้แม้ว่าไม่ค่อยชอบ แต่ตอน KDE 4.0 ออก เคยเอามาลอง แล้วพบว่า "เข้าขั้นแย่" (KDE 4.0 and Back Again)

ล่าสุดซื้อโน้ตบุ๊กใหม่ เลยถือโอกาสเอา KDE มาลองอีกสักรอบ คราวนี้เป็น KDE 4.3 แล้ว น่าจะสมบูรณ์มากขึ้น

ดิสโทรที่เอามาลองคือ OpenSUSE 11.2 กับ Mandriva 2010.0 ครับ ถ้าใครมีดิสโทร KDE ที่ดีกว่านี้โปรดแนะนำ (ผมกะลอง PCLinuxOS ด้วย ปรากฎว่ารุ่นล่าสุดมันเก่าไปนิด เลยไม่เอาดีกว่า ส่วน MEPIS โหลดแล้วไฟล์ขาดกลาง เลยไม่ได้ลอง)

The Novell Design

ไม่ได้เข้าเว็บเครือ SUSE นาน เข้าไปเช็คข้อมูลของ openSUSE ก็พบกับดีไซน์ใหม่ (อาจจะนานแล้วก็ได้แต่ผมไม่เห็นเอง)

OpenSUSE Site

สวยมากกกก~~~

ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เป็นช่วงที่ลินิกซ์ดิสทริบิวชันต่างๆ ได้ออกรุ่นใหม่ๆ กันเยอะมากๆ อาจเป็นเพราะว่าซอพท์แวร์ตัวหลักๆ อย่าง Xfree86, Gnome และ KDE เพิ่งจะออกรุ่นใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงเยอะในช่วงหลังนี้ เราจะมาดูกันว่ามีอะไรใหม่ๆ บ้าง

Slackware Linux 9.0

เริ่มจากลินิกซ์รุ่นบุกเบิก และขวัญใจผู้ใช้ที่ชอบความเรียบง่าย Slackware 9.1 ได้ทำการอัพเดตแพกเกจต่างๆ ให้ทันสมัย โดยใช้ Kernel 2.4.20, Xfree86 4.3.0, Gnome 2.2 และ KDE 3.1 รุ่นที่เป็นซีดีรอมวางจำหน่ายในราคา 39.95 เหรียญ ซีดีรอม 4 แผ่น ถ้าต้องการดาวน์โหลดก็สามารถหาได้จาก ftp://ftp.slackware.com/pub/slackware/slackware-9.0/

Mandrake Linux 9.1 (Bamboo)

ลินิกซ์สัญชาติฝรั่งเศส ขวัญใจผู้ใช้งานด้านเดสก์ทอป รุ่น 9.1 นี้ออกมาแก้ไขข้อบกพร่องของ 9.0 โดยการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดคือ Mandrake ได้หันมาใช้ธีมหน้าตาแบบเดียวกันทั้ง Gnome และ KDE เหมือนกับที่ Red Hat ทำ โดยธีมหลักของ Mandrake ใช้ชื่อว่า MandrakeGalaxy ครับ สีฟ้าๆ เงินๆ สวยใช้ได้เลย แพกเกจต่างๆ ก็ทันสมัยเหมือนกับ Slackware (แทบจะเป็นรุ่นเดียวกันหมด) อีกส่วนที่น่าประทับใจคือ Mandrake Control Center ซึ่งเป็นการรวมเอาส่วนปรับแต่งของลินิกซ์ทั้งหมดมาไว้ที่เดียวกัน เหมือนกับวินโดว์มี Control Panel เลย ราคาขาย 39.90 เหรียญ ใช้ซีดีรอม 2 แผ่น รายละเอียดอยู่ที่ http://www.mandrakelinux.com/en/9.1/features/

SuSE 8.2

ลินิกซ์สัญชาติเยอรมัน ที่ครองตลาดยุโรปอยู่ในขณะนี้ (ว่ากันว่า เป็นลินิกซ์ยี่ห้อที่ไลนัส ทอร์วัลด์ ผู้สร้างลินิกซ์ใช้อยู่ในปัจจุบัน) ชื่อเสียงของ SuSE อยู่ที่การใช้งานที่ง่ายเอามากๆ จุดขายอยู่ที่โปรแกรม YaST (Yet Another Setup Tool) ซึ่งเป็นทั้งตัวติดตั้งและตัวปรับแต่งระบบของ SuSE (แบบเดียวกับ Mandrake Control Center) ส่วนหน้าตาติดต่อผู้ใช้นั้นใช้ธีม Crystal ใสๆ อมเขียว ซึ่งเป็นสีประจำยี่ห้อของ SuSE อยู่แล้ว แพกเกจต่างๆ ก็ครบครันทั้ง Kernel 2.4.20, Xfree86 4.3.0, KDE 3.1 และ Gnome 2.2 แต่SuSE จะเน้นใช้ KDE เป็นหลักมากกว่า Gnome ราคาขาย 39.95 เหรียญ ใช้ซีดีรอม 3 แผ่น อ่านรายละเอียดเพิ่มได้ที่ http://www.suse.com/us/private/products/suse_linux/i386/index.html

Red Hat Linux 9 (Shrike)

ที่ขาดไม่ได้คงเป็นพี่เบิ้มของวงการลินิกซ์ Red Hat Linux 9 ได้ออกมาฉลองครบรอบสิบปีของ Red Hat พอดี ถึงมันจะไม่เปลี่ยนแปลงเยอะเหมือนตอนเปลี่ยนจาก 7 มาเป็น 8 แต่การอัพเดตแพกเกจใหม่ๆ ก็ครบครันเท่ากับยี่ห้ออื่นๆ รุ่นนี้เหมือนเป็นการปรับปรุงรุ่น 8 ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ส่วนติดต่อผู้ใช้ยังใช้ธีม Bluecurve เหมือนเดิม ฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่แนะนำ ก็คือ NPTL เป็นเทคโนโลยีด้านเธร็ดแบบใหม่ ที่ใช้กับ Glibc ราคาขาย 39.95 เหรียญ เวอร์ชันซีดีและดาวน์โหลดจะมาวันที่ 7 เมษายนนี้ http://www.redhat.com/software/linux/

จะเห็นว่าลินิกซ์ทั้ง 4 ตัวมีแพกเกจหลักเกือบจะเหมือนกันหมด และราคารุ่นปกติก็ใกล้เคียงกัน ดังนั้นนี่เป็นการวัดว่าใครจะปรับแต่งลินิกซ์ให้ใช้งานได้ง่ายและถูกใจผู้ใช้มากกว่ากัน ซึ่งก็คงต้องรอดูกันซักพัก กว่าผู้ใช้และเว็บไซท์ต่างๆ จะรีวิวกันได้ครบ

ตัวสุดท้ายก็ไม่ใช่ตัวอื่นไกล ลินิกซ์ทะเล 5.0 ก็ออกอย่างเป็นทางการแล้วครับ

Linux TLE 5.0 (Andaman)

ลินิกซ์ทะเล ลินิกซ์ที่ทำโดยคนไทย ได้ออกรุ่น 5.0 ถัดมาจากรุ่น 4.1r2 ที่ออกมาเมื่อปีที่แล้ว เจ้า 5.0 นี่ปรับปรุงมาจาก Red Hat Linux 8.0 อีกทีหนึ่ง ซึ่งได้เพิ่มอะไรใหม่ๆ เข้ามามากพอสมควร เช่น แพกเกจใหม่ๆ, รู้จักฮาร์ดแวร์มากขึ้น โดยเฉพาะฮาร์ดแวร์ที่มีปัญหาเยอะๆ อย่าง การ์ดเสียง พรินเตอร์ โมเด็ม และการ์ดจอ, ระบบภาษาไทยที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพาแปลเมนูและข้อความของ Gnome ให้เป็นภาษาไทย และเพิ่มฟอนต์แบบ JS มาให้อีกเพียบ ถ้าไม่มีอะไรขัดข้อง คิดว่าสัปดาห์หน้าจะเอา Linux TLE 5.0 มารีวิวกันครับ ใช้ซีดีรอม 3 แผ่น ดาวน์โหลดได้ที่ www.opentle.org

สิ่งที่เป็นทั้งจุดเด่นและจุดด้อยของลินิกซ์ในคราวเดียวกัน คือ การที่มีลินิกซ์หลายยี่ห้อออกมาวางขายแข่งกัน ข้อดีของมันคือ ทำให้ผู้ใช้มีสิทธิ์เลือกลินิกซ์ที่ตรงกับความต้องการของตัวเองมากที่สุด เช่น อยากนำไปทำเป็นเซิร์ฟเวอร์ หรือ ใช้งานด้านเดสก์ทอปทั่วๆ ไป (ขนาดวินโดว์ยังต้องแบ่งเป็น XP กับ 2003 เลย กับเวอร์ชันย่อยอีกมากมาย) แต่ข้อเสียนั้นก็คือ มันมีหลายยี่ห้อมากเกินไป จนเราไม่รู้จะเลือกใช้งานอะไรดี แค่อยากได้ลินิกซ์มาทำงานพิมพ์เอกสารธรรมดา ก็มีให้เลือกตั้งหลายตัวแล้ว นี่จึงเป็นปัญหาสำคัญสำหรับผู้ใช้หน้าใหม่จำนวนมาก วันนี้ เลยจะมาแนะนำลินิกซ์ที่เราๆ เคยได้ยินกัน ว่า กลุ่มเป้าหมายของแต่ละตัว คือ คนกลุ่มไหนกัน

ลินิกซ์ไทย-เทศ

ถ้าคุณเป็นผู้ใช้หน้าใหม่ เพิ่งเคยสัมผัสลินิกซ์เป็นครั้งแรก ก็แนะนำให้ใช้ลินิกซ์ของคนไทยครับ เพราะว่าได้ตั้งค่าในการใช้งานภาษาไทยเบื้องต้นมาให้เสร็จเรียบร้อย ไม่ต้องทำเอง ใช้งานภาษาไทยได้ทันที ลินิกซ์ภาษาไทยที่ทำงานเดสก์ทอป และยังคงพัฒนาอยู่ในปัจจุบันมี 3 ตัว คือ ลินิกซ์ทะเล 5.0 จากเนคเทค, แกรนด์ลินิกซ์ 5.0 จากบริษัทแกรนด์ลินิกซ์ โซลูชัน และ ลิเบอร์ต้าลินิกซ์ จากบริษัทลิเบอร์ต้า ทั้งสามตัวพัฒนาต่อยอดมาจาก Red Hat 8.0 ดังนั้นส่วนหลักๆ ก็คล้ายกันมาก ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของเรา ลินิกซ์ทะเลนั้นออกแบบมากลางๆ จับตลาดผู้ใช้ทั่วไป แต่เนื่องจากว่าผู้จัดทำเป็นหน่วยงานราชการ จึงไม่มีบริการช่วยเหลือทางโทรศัพท์เมื่อเรามีปัญหา สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี จาก www.opentle.org หรือถ้าขี้เกียจดาวน์โหลด ก็สั่งซื้อเป็นซีดีจากเว็บไซท์ที่ขายซีดีลินิกซ์ทั่วไปได้เช่นกัน (หารายชื่อได้จากเว็บ www.opentle.org เช่นกัน) ส่วน แกรนด์ลินิกซ์ นี้เน้นผู้ใช้ในองค์กร เพราะมีบริการตอบปัญหาทางโทรศัพท์ให้ด้วย แกรนด์ลินิกซ์นีต้องซื้อครับ ผมเห็นวางขายเป็นกล่องตามร้านซีเอ็ด หรือจะซื้อผ่านเว็บไซท์ ก็ที่เว็บไซท์ของแกรนด์ลินิกซ์ www.grandlinux.com รายสุดท้ายคือ ลิเบอร์ต้า ลินิกซ์ เป็นลินิกซ์ของบริษัทลิเบอร์ต้า ที่ขายเครื่องคอมพิวเตอร์ และตัดสินใจพัฒนาลินิกซ์ขึ้นมาเอง เพื่อเป็นระบบปฏิบัติการของตนเองแถมไปกับเครื่อง แทนที่จะเป็นวินโดว์ ใครอยากไปลองใช้ก่อน ก็สามารถไปยืนเล่นได้ตามบูตพาวเวอร์บาย ในห้างสรรพสินค้า จะมีเครื่องของลิเบอร์ต้าไปวางขายอยู่ หารายละเอียดได้จากเว็บของลิเบอร์ต้าได้ที่ www.liberta.co.th

นอกจากนี้ ลินิกซ์ของไทยยังมีอีกหลายตัว ที่ไม่ได้เน้นการใช้งานด้านเดสก์ทอป คือ ลินิกซ์ SIS ของโครงการ SchoolNet ที่เป้าหมายคือเป็นอินเทอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ราคาถูกให้กับโรงเรียน, บูรพาลินิกซ์ ของมหาวิทยาลัยบูรพา และ พยูนลินิกซ์ ที่เน้นด้านความปลอดภัยเป็นหลัก

ลินิกซ์ของนอก

ถ้าคุณมีความรู้ด้านลินิกซ์อยู่บ้าง การใช้ลินิกซ์ของต่างประเทศย่อมจะดีกว่า เพราะว่าได้โปรแกรมรุ่นใหม่กว่า เพียงแต่ต้องมาเซตค่าภาษาไทยเอง ลินิกซ์ของต่างประเทศก็มีหลายตัวมากๆ สามารถหารายชื่อฉบับสมบูรณ์ได้จาก www.distrowatch.com แต่ที่นี้จะเน้นแต่ตัวสำคัญๆ ที่สามารถหาได้ในบ้านเราเท่านั้น สำหรับลินิกซ์ที่ทำงานด้านเดสก์ทอป ที่ดังๆ ก็มี 3 ตัวครับ

เรดแฮท (RedHat) 9

เป็นลินิกซ์สัญชาติอเมริกัน ที่ครองส่วนแบ่งตลาดลินิกซ์อยู่ในปัจจุบัน ตอนนี้ออกมาถึงเวอร์ชัน 9 แต่เดิมนั้น เรดแฮทเน้นผู้ใช้ในองค์กรเป็นหลัก คือ เน้นความเสถียร และความปลอดภัยในการนำมาทำเป็นเซิร์ฟเวอร์ แต่ช่วงหลังๆ นี้ ตลาดฝั่งเดสก์ทอปหรือผู้ใช้ตามบ้าน ถูกคู่แข่งอย่าง แมนเดรก ตีไปเยอะ ในเรดแฮทตัวใหม่ๆ คือ ตั้งแต่ 8.0 จนมาถึง 9 นั้น เรดแฮทเลยพัฒนาด้านเดสก์ทอป เอาใจผู้ใช้ตามบ้านมากขึ้น เช่น ทำการปรับปรุงให้ Gnome และ KDE มีหน้าตาเหมือนกัน (ใช้ธีม Red Hat Bluecurve) เพื่อที่ผู้ใช้หน้าใหม่จะได้ไม่สับสน แต่เรดแฮทยังสนับสนุน Gnome เป็นหลัก เท่าที่ลองใช้ดู KDE บน 9 นั้นยังไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไรนัก ถ้าใครใช้งาน Gnome แล้วชอบมากกว่า ก็แนะนำให้ใช้สายเรดแฮทครับ รุ่นปกติใช้ซีดีรอม 3 แผ่น ความทันสมัยของโปรแกรมเทียบเท่ากับทะเล 5.0 www.redhat.com

แมนเดรก (Mandrake) 9.1

ลินิกซ์จากฝรั่งเศส เมื่อก่อนพัฒนาต่อมาจากเรดแฮทอีกที เพราะเรดแฮทไม่เน้นตลาดตามบ้าน แมนเดรกรุ่นแรกๆ จึงนำเรดแฮทมาพัฒนาต่อเพื่อจับตลาดนี้แทน ทำไปทำมาขายดี ส่งผลให้แมนเดรกแยกสายการพัฒนาออกมาเป็นของตัวเอง และทำการแข่งขันกับเรดแฮทอย่างดุเดือด ในรุ่นที่แล้ว แมนเดรก 9 สู้เรดแฮท 8 ไม่ได้ พอมารุ่น 9.1 จึงต้องมีการพัฒนาเพิ่มเติมหลายประการ เช่น ทำหน้าตาของ Gnome กับ KDE ให้เหมือนกันเช่นเดียวกับเรดแฮท โดยใช้ธีม Mandrake Galaxy มาแข่ง แมนเดรกมีชื่อเรื่องความง่ายในการใช้งาน และโปรแกรมที่แถมมาให้เยอะ และถูกใจผู้ใช้มากกว่าเรดแฮท หาข้อมูลเพิ่มเติมจาก www.linuxmandrake.com

ซูซี่ (SuSE) 8.2

เป็นลินิกซ์จากเยอรมนี ว่ากันว่า ลินุส ทอร์วัลด์ ผู้สร้างลินิกซ์ก็ใช้ SuSE ที่มีชื่อเรื่องความง่ายในการใช้งานมากๆ SuSE มีจุดขายสำคัญคือ มีเครื่องมือในการปรับแต่งส่วนต่างๆ เป็นของตัวเอง ในชื่อ YaST (Yet Another Setup Tool) ที่ได้ชื่อว่า ใช้งานง่ายมากๆ แต่เจ้า YaST นี่ไม่เป็นโอเพ่นซอร์สนะครับ เราจึงไม่สามารถก็อปปี้ SuSE มาขายได้ (เพราะติดลิขสิทธิ์ของ YaST) นอกจากนี้ SuSE ยังเป็นยี่ห้อที่แถมเกมมาให้เยอะด้วย เป็นเกมสามมิติเต็มรูปแบบที่ SuSE พัฒนาขึ้นมาเองเพื่อเป็นจุดขาย ไม่ใช่เกมง่ายๆ ที่แถมบนลินิกซ์ตัวอื่นๆ อยากหามาลองก็ต้องลงทุนซื้อครับ www.suse.com

สำหรับตอนหน้า เรามาดูลินิกซ์ตัวอื่นๆ ที่เหลือกัน

มื่อสัปดาห์ที่แล้วได้เกริ่นเรื่อง บริษัทยักษ์ใหญ่ Novell ได้เข้าซื้อบริษัท SuSE ผู้ผลิตลินิกซ์รายใหญ่สัญชาติเยอรมัน คราวนี้มาเจาะรายละเอียดข่าวใหญ่คับวงการลินิกซ์นี้กันครับ



จริงๆ ตัวเนื้อข่าวก็มีนิดเดียว Novell ซื้อ SuSE ในราคา 210 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยการรวมบริษัทจะยังไม่ทำทันทีในช่วงนี้ คงเริ่มประมาณต้นปีหน้า มีรายละเอียดเพิ่มเติมเล็กน้อยตรงที่บริษัท IBM ได้ร่วมควักเงินลงขันซื้อหุ้นใน Novell อีก 50 ล้านเหรียญ ก็เหมือน IBM มีเอี่ยวในแผนด้านลินิกซ์ของ Novell ครั้งนี้กลายๆ ประเด็นสำคัญมีอยู่ดังนี้ครับ ก่อนอื่นเลย Novell เพิ่งเข้าซื้อบริษัทที่ทำซอพท์แวร์ด้านลินิกซ์และโอเพ่นซอร์สที่ชื่อ Ximian มาก่อนหน้านี้ประมาณสองสามเดือน (ผมเคยเขียนเรื่อง Novell ซื้อ Ximian ไปทีนึงแล้ว สนใจอ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ http://linux.thai.net/~markpeak นะครับ) การซื้อบริษัท SuSE ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับตัวระบบปฏิบัติการลินิกซ์โดยตรงจึงแสดงถึงความมุ่งมั่นของ Novell ที่หันทิศทางของตัวเองมาที่ลินิกซ์อย่างชัดเจน



คุณผู้อ่านบางคนอาจไม่รู้จักบริษัท Novell ลองเปิดเว็บไซท์ของบริษัทดูก็ได้นะครับ ที่ www.novell.com Novell นี้ทำเกี่ยวกับซอพท์แวร์ทางด้านเนตเวิร์คครับ ระบบปฏิบัติการเครือข่าย NetWare เคยสร้างชื่อเอาไว้มากในสมัยที่วินโดว์ยังไม่ครองตลาดเหมือนทุกวันนี้ นอกจากนี้ Novell ยังมีซอพท์แวร์อื่นๆ อีกเยอะ ส่วนมากเกี่ยวกับระบบเครือข่ายภายในองค์กร เช่น ระบบอินทราเนต กรุปแวร์ หรือไดเรคทอรี ตัวอย่างซอพท์แวร์พวกนี้ เช่น GroupWise, ZENWork และ Novell eDirectory อาจจะคุ้นๆ กันบ้างนะครับ



สมัยที่วินโดว์ออกมาใหม่ๆ และยังไม่สนับสนุนการใช้งานเครือข่ายเท่าที่ควร ใครๆ ก็ใช้ NetWare กัน ต่อมาเมื่อไมโครซอพท์ขยายตลาดมากขึ้น ก็เริ่มเข้าตีตลาดของ NetWare ซึ่งเป็นตลาดระบบปฏิบัติการในระดับองค์กรด้วย Windows สายตระกูล NT (ที่เปลี่ยนมาเป็น Windows 2000 และ 2003 ในช่วงหลังนี้) ทำให้ Novell ต้องตกเป็นรองในตลาดนี้เรื่อยมา มาถึงทุกวันนี้สถานการณ์ของ Novell ก็ยังไม่ดีขึ้นนัก หลังจากเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับไมโครซอพท์แล้ว พอลินิกซ์บูม ลูกค้าของ NetWare ที่เหลืออยู่ก็ทยอยเปลี่ยนไปใช้ลินิกซ์ด้วยสาเหตุด้านราคาที่ถูกกว่า ประสิทธิภาพที่ดีกว่า และอีกสาเหตุที่ไม่น่าจะเกี่ยวแต่มีส่วนมากคือ ลินิกซ์กำลังอินเทรนด์



นั่นเป็นสาเหตุให้ Novell ต้องหันมาปรับตัวครับ บริษัทขาดทุนมาหลายไตรมาสตั้งแต่ปี 2001 แล้วแม้ว่า NetWare จะซบเซาลงจนเรียกได้กว่า ใกล้ตาย แต่ซอพท์แวร์ต่างๆ ที่รันอยู่บน NetWare เช่น ระบบแชร์ไฟล์หรือแชร์เครื่องพิมพ์นั้นยังใช้งานได้ดี และผู้ใช้จำนวนมากบอกว่าซอพท์แวร์ด้านนี้ของ Novell นั้นดีกว่าของเจ้าอื่นเยอะ เมื่อปัญหาอยู่ที่ตัวระบบปฏิบัติการ NetWare ก็ต้องแก้ที่ตัวระบบปฏิบัติการ ทำให้เมื่อต้นปี Novell ออกมาแถลงว่า จะมุ่งเน้นมาที่ตลาดลินิกซ์มากขึ้น จนมาเป็นข่าวดังเมื่อเข้าซื้อสองบริษัทใหญ่ด้านลินิกซ์ในครั้งนี้


Novell-SuSE



การควบกิจการคราวนี้ นักวิเคราะห์มองว่าได้ประโยชน์กันถ้วนหน้าครับ



บริษัท SuSE นั้นเรียกได้ว่าเป็นผู้ผลิตลินิกซ์อันดับสองของโลก (รองจาก Red Hat) แต่ขนาดบริษัทนั้นคนละเรื่องกันเลย Red Hat มีส่วนแบ่งตลาดถึง 1.8 พันล้านเหรียญ ในขณะที่ SuSE ถูกซื้อไปในราคา 210 ล้านเหรียญเท่านั้นเอง ดังนั้น สิ่งที่ SuSE ซึ่งครองตลาดยุโรปอยู่ต้องการก็คือ เงินทุนจากยักษ์ใหญ่ (กว่า), ฐานลูกค้าเก่าที่ Novell มีอยู่ และลู่ทางในฝั่งอเมริกาที่ SuSE หาเองลำบาก การควบกิจการครั้งนี้ถือว่า SuSE ได้ไปครบตามต้องการเลยครับ



ส่วนฝ่าย Novell เอง SuSE ถือได้ว่าเป็นจิ๊กซอชิ้นสุดท้ายในการบุกตลาดลินิกซ์ เพราะ Novell เองมีซอพท์แวร์ระดับเซิร์ฟเวอร์ในองค์กรอยู่แล้ว สามารถย้ายไปทำงานบนลินิกซ์ได้ไม่ยากนัก (กำลังจะวางตลาด ในชื่อ Novell Nterprise) เมื่อซื้อบริษัท Ximian ก็ได้ Evolution และ Red Carpet ซึ่งเป็นซอพท์แวร์ระดับไคลเอ็นต์ในองค์กรมา รวมถึงได้ความชำนาญด้านลินิกซ์ของ Ximian มา (ผู้ก่อตั้ง Ximian คือนาย Miguel De Icaza เป็นผู้ก่อตั้ง Gnome ตอนนี้กำลังทำโครงการ Mono ซึ่งเหมือนกับ Microsoft .NET บนลินิกซ์) เมื่อซื้อ SuSE อีกบริษัทหนึ่ง ทำให้ Novell มีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับลินิกซ์ครบทุกระดับตั้งแต่ระบบปฏิบัติการ ซอพท์แวร์ทั้งไคลเอ็นต์และเซิร์ฟเวอร์ เลยทีเดียว



นอกจากสองบริษัทนี้ที่ได้รับผลดีจากการควบกิจการทั้งคู้แล้ว บริษัทแรก ที่ได้รับผลกระทบคือ Red Hat ครับ ตอนนี้กลายเป็นบริษัทลินิกซ์อันดับสองไปซะแล้วหลังจาก Novell ซื้อควบ Ximian/SuSE ทำให้ต่อไปเราจะได้เห็นการฟาดฟันกันของสองคู่นี้อย่างชัดเจนขึ้น



อีกบริษัทที่ได้รับผลเหมือนกันก็คือไมโครซอพท์เจ้าเก่า ถึงตลาดเดสก์ทอปทั่วไปของ WindowsXP จะไม่ค่อยกระทบเท่าไรนัก แต่ถ้าดูจากแนวสินค้าของ Novell นั้นท้าชนตลาดเดสก์ทอปในองค์กร (ของ Windows 2003) อย่างจัง เดิมทีลูกค้าอาจสนใจ Windows มากกว่า NetWare เพราะว่าใหม่กว่า ใช้ง่ายกว่า แต่เมื่อ Novell เปลี่ยนมาขายลินิกซ์ที่สดกว่า แข็งแกร่งกว่าและขายถูกกว่า ก็ต้องรอดูกันต่อ หลังการควบกิจการของบริษัทคู่นี้ครับ