SourceForge

ถ้าเคยเปิดเว็บไซท์ของโปรแกรมโอเพ่นซอร์สดูซักหน่อย จะเห็นว่า เว็บไซท์ของโปรแกรมหลายๆ ตัว อย่างที่เคยแนะนำไปแล้ว ก็คือ gaim, kmess และ sim นั้น URL ของมันจะอยู่ในรูปแบบ http://gaim.sourceforge.net หรือ http://kmess.sourceforge.net หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่า SourceForge คืออะไร เราจะมาแนะนำ SourceForge กันในวันนี้ครับ



SourceForge เป็นเว็บไซท์ภายใต้เครือข่าย OSDN (Open Source Development Network) ซึ่งเป็นกลุ่มเว็บไซท์ที่มุ่งเน้น การพัฒนาซอพท์แวร์โอเพ่นซอร์ส OSDN นั้นเป็นของบริษัท VA Software ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับลินิกซ์เช่นกัน (เดิมชื่อ VA Linux) เว็บไซท์ในเครือข่าย OSDN นี้มีเว็บดังๆ หลายเว็บทีเดียว อย่างเว็บข่าว/ชุมชนคนโอเพ่นซอร์สอย่าง SlashDot เว็บดาวน์โหลดไฟล์ FreshMeat ที่เคยแนะนำไปในตอนรวมแหล่งดาวน์โหลด หรือแม้แต่เว็บลินิกซ์ Linux.com ก็เป็นสมาชิกของ OSDN เช่นกัน จำนวนเพจวิวของเว็บไซท์ใน OSDN รวมกันนั้น VA Software อ้างว่ามีสูงถึง 185 ล้านเพจวิวต่อเดือนทีเดียว



ในวันนี้เราว่ากันเฉพาะ SourceForge ก่อนนะครับ SourceForge ถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นแหล่งรวมการพัฒนาซอพท์แวร์โอเพ่นซอร์ส โดยนักพัฒนาที่กำลังพัฒนา โครงการโอเพ่นซอร์สอยู่นั้น สามารถนำโครงการมาฝากไว้ที่ SourceForge ได้ โดยนักพัฒนานั้น สามารถใช้เครื่องมืออำนวย ความสะดวกในการพัฒนาที่ SourceForge เตรียมไว้ให้ ตัวอย่างเครื่องมือพวกนี้ ก็คือ เว็บไซท์ของซอพท์แวร์ตัวนั้นๆ ในชื่อ http://project.sourceforge.net (อาจเขียนย่อได้เป็น project.sf.net ก็ได้) ที่มาของชื่อ SourceForge ก็ตรงตามคำแปลเลยครับ คำว่า Forge หมายถึงโรงตีเหล็ก SourceForge เลยหมายถึง แหล่งที่หล่อหลอม Source หรือตัวซอพท์แวร์ขึ้นมานั่นเอง



มีโครงการด้านโอเพ่นซอร์สดังๆ หลายตัวที่ฝากโครงการไว้กับ SourceForge ไม่ว่าจะเป็น Gaim ซึ่งเป็นโปรแกรม Instant Messenger ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกโอเพ่นซอร์ส Compiere โปรแกรมด้าน ERP, BitTorrent โปรแกรมแชร์การดาวน์โหลดยอดนิยม, เว็บบอร์ดสำเร็จรูป phpBB ก็อยู่ใน SourceForge เช่นกัน



สิ่งอำนวยความสะดวกที่ SourceForge มีให้นั้นมีเกือบครบทุกอย่างที่การพัฒนาโปรแกรมผ่านอินเทอร์เน็ต จำเป็นต้องใช้งาน รูปแบบการพัฒนาซอพท์แวร์แบบโอเพ่นซอร์ส เปิดกว้างให้กับนักพัฒนาทั่วโลกเข้าถึงโค้ดได้อย่างเสรี และโอเพ่นซอร์สจะไม่เกิดประโยชน์เลยถ้าเราพัฒนาโปรแกรมอยู่คนเดียว ดังนั้นการติดต่อสื่อสารระหว่างนักพัฒนาซอพท์แวร์ตัวนั้นๆ จึงจำเป็นมาก



SourceForge ได้ให้เครื่องมือในการสื่อสารหลายชนิด ตั้งแต่อีเมล์ @sourceforge.net สำหรับสมาชิก มี Mailing List สำหรับนักพัฒนาในได้พูดคุยกัน เมื่อเขียนซอพท์แวร์ไปได้บางส่วน สามารถฝากไฟล์ไว้บน SourceForge ได้ และเมื่อซอพท์แวร์เสร็จ ออกรุ่นต่างๆ ออกมา เราสามารถนำไฟล์ของเราไปไว้บน FTP ของ SourceForge เพื่อให้คนทั่วไปได้เข้ามาดาวน์โหลดได้อีกด้วย



ถ้าเกิดว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราไม่แรงพอในการคอมไพล์โปรแกรม หรือว่า เราจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ชนิดอื่นที่เราไม่มีใช้ (ในกรณีที่อยากให้โปรแกรมของเราทำงานได้หลายแพลทฟอร์ม เช่น เขียนโปรแกรมให้รันบนเครื่องแมคได้ แต่เราไม่มีเครื่องแมคให้ทดสอบ) SourceForge นั้นมีบริการ Compile Farm ไว้ให้เรานำโค้ดไปคอมไพล์บนเครื่องของ SourceForge ได้ โดยมีคอมพิวเตอร์แปลกๆ หลายตระกูล ตั้งแต่ Alpha ของ DEC จนถึงใหม่ล่าสุดอย่าง Opteon ของ AMD สำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสำคัญๆ นั้น SourceForge มีระบบ Foundries (โรงหล่อ) รวมโครงการที่ทำในเรื่องใกล้เคียงกันอย่างเช่น ด้าน 3D, การทำคลัสเตอร์, จาวา, ลินิกซ์, Gnome, Perl, PHP, Python ไว้อย่างเป็นระบบ



อาจจะสงสัยใช่มั้ยครับว่า SourceForge นั้นใหญ่ขนาดไหน บน SourceForge นั้นมีซอพท์แวร์มาฝากเนื้อที่ไว้เกือบ 8 หมื่นโครงการ (แน่นอนว่าในจำนวน 8 หมื่นนี้ มีโครงการที่มีการพัฒนากันจริงจังไม่ถึงครึ่ง แต่โดยรวมแล้ว ก็ยังเยอะอยู่ดี) ดังนั้นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่รองรับโครงการจำนวนมากขนาดนี้จึงต้องใช้เป็นคลัสเตอร์ โดยมีเนื้อที่ฮาร์ดดิสก์รวมไว้ให้ฝากไฟล์ถึง 7.8 TB (7800 GB เชียว!!)



หลายๆ คนอาจจะยังสงสัยอีกว่า SourceForge และบริษัท VA Software นั้น หารายได้มาจากไหนเพื่อมาจ่ายค่าดูแลรักษา ระบบคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ขนาดนี้



นอกจากค่าโฆษณาซึ่งมีบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับโอเพ่นซอร์สมาจ่ายให้แล้ว VA Software นั้นยังนำเอาซอพท์แวร์ที่ใช้ในการรันเว็บไซท์ SourceForge มาขายให้กับองค์กรที่ต้องพัฒนาซอพท์แวร์ขนาดใหญ่ ลูกค้าของ VA Software นั้นก็มีแต่บริษัทรายใหญ่ๆ อย่าง IBM, Lockheed Martin, Fujitsu รวมไปถึงหน่วยงานรัฐและภาคการศึกษา อย่าง กองทัพสหรัฐ, ศูนย์วิจัยแห่งชาติ Los Alamos ที่ทำวิจัยเรื่องนิวเคลียร์และมหาวิทยาลัยคอร์เนลด้วย ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องฐานะทางการเงินของ VA Software ที่จะคอยสนับสนุน SourceForge ต่อไป



นอกจากนี้ยังมีเว็บไซท์อื่นๆ ที่เจริญรอยตามความสำเร็จของ SourceForge ทาง GNU ซึ่งเป็นองค์กรที่สนับสนุนการพัฒนาแบบโอเพ่นซอร์ส ได้เปิดเว็บไซท์ savannah.gnu.org ไว้สำหรับฝากโครงการแบบเดียวกับ SourceForge เช่นกัน