Songbird

ช่วงนี้ผมกำลังย้ายบ้าน ไม่มีเวลาตอบคอมเมนต์มากนัก เดี๋ยวสถานการณ์ลงตัวแล้วจะมาตอบให้ ตอนนี้เอาประเด็นทางเทคนิคที่น่าสนใจจาก feed ที่อ่านไปก่อน (จริงๆ คือจดให้ตัวเองตามมาอ่านเมื่อมีเวลา)

Software Engineering

  • Songbird path to Agility Part II พูดถึงการนำวิธี Agile มาใช้ในโครงการ Songbird มีกราฟประกอบด้วย (แปลว่า Agile วัดได้นะครับ) มีภาคแรกด้วยแต่ไม่น่าสนใจเท่าภาคสอง

Chrome

  • เท่าที่ดูจาก Planet Mozilla คนของ Mozilla กลัว Chrome กันมาก ออกมาสยบความเคลื่อนไหวกันใหญ่ ในบล็อก 10 Reasons Firefox won’t be worried about Chrome ข้อที่ผมว่าน่าสนใจคือข้อ 10 เพราะจากที่ติดตามทั้ง Firefox และ OpenOffice มา การสร้างแอพพลิเคชันใหญ่ระดับนี้ให้ออกมาดีบน 3 แพลตฟอร์มพร้อมกัน เป็นเรื่องไม่ง่ายเลย ขนาดทั้ง Google Earth หรือ Google Talk เอง กูเกิลยังไม่ประสบความสำเร็จนักที่จะออกให้ครบทั้ง 3 แพลตฟอร์ม ขนาด Firefox เวอร์ชันก่อนๆ บนแมคกับลินุกซ์ก็ตามหลังวินโดวส์มานาน (ตอนนี้ยังตามหลังอยู่แต่ดีขึ้นมาก) คงต้องใช้เวลาและทรัพยากรพอสมควร

Firefox

  • Feedly น่าสนใจดี
  • หลังจาก Chrome ออก ประเด็นที่พูดกันเยอะทั้งบน Blognone และฝรั่งทั่วไป คือเรื่องฟีเจอร์ว่าใครทำอะไรได้บ้าง/ไม่ได้บ้าง ผมพบว่าเสียงของฝ่าย “Opera มีมานานแล้วเฟ้ย” มีเยอะกว่าที่คิดมาก (หรือว่าชาว Opera เสียงดังกว่าก็ไม่ทราบ)​ และมีคนที่นิยม approach แบบ “ฟีเจอร์ครบครัน” มากพอสมควร หลังจากอ่าน Firefox can become Google Chrome เลยรู้สึกว่า อีกไม่นานจะมีคนทำดิสโทรสำหรับ Firefox ที่รวมเอา extension ต่างๆ มาพร้อมสรรพเพื่อแข่งกับ Opera และ Chrome อาจใช้ชื่อ Firefox Extreme Edition อะไรแบบนี้
  • เรื่องดิสโทร Firefox เคยมีบ้างแล้ว เช่น Firefox Campus Edition เมื่อปี 2007 (ตอนนี้เหมือนลิงก์จะหายไปแล้ว) หรือจะนับ Flock ด้วยก็ได้
  • ด้วยจำนวนคนทำคนใช้ extension ในปัจจุบัน (ตัวอย่างดูจำนวนสคริปต์ของ GreaseMonkey ซึ่งเป็นแค่ extension เพียงตัวเดียว) ทำให้เบราว์เซอร์กลายเป็น ecosystem เหมือนกับดิสโทรไปแล้ว

Ubiquity

  • Ubiquity กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในโลกของ Mozilla นักพัฒนาหลักคือ Jono (ตัวจริงโคตรฮา ตอนพูดใส่ชุด Firefox ขึ้นไปบนเวที) เขียนบล็อกประเด็นด้าน usability ของ Ubiquity อย่างละเอียดหลายตอน สำหรับคนที่สนใจอนาคตของ Ubiquity แนะนำให้อ่าน Language-Based Interfaces, Part 2: Where do we stand now? กับ Language-Based Interfaces, part 3: Report Card for Ubiquity 0.1.1

Usability

รู้จัก Get Satisfaction ตอนไปงาน FOWA มันคือ web 2.0 สำหรับตอบคำถามหรือไอเดียจากลูกค้า

เคยลองทำ product page ของ Blognone ไว้เล่นๆ แต่ก็ไม่ได้ใช้ (เหมือนกับ page และ group บน Facebook คือทำไว้เท่ๆ) สรุปว่าไม่ได้ลองใช้อะไร

เผอิญเมื่อวานเจอบั๊กใน Songbird เลยเข้าเว็บของ Songbird หาดูว่ามีคนไปบ่นใน forum ของ Songbird บ้างหรือเปล่า (เพราะเคยคุยกับนักพัฒนาใน forum) ปรากฎว่าลิงก์ Feedback & Ideas, Ask a Question, Report a Problem กลับชี้ไปที่ Get Satisfaction แทนทั้งหมด

ส่วน Developer Forum ย้ายไปใช้ Google Groups แทน และ Bugzilla ยังอยู่เหมือนเดิม (แต่ลึกลับหน่อย)

ผมไม่มีปัญหากับการใช้ Bugzilla เลยจัดการส่งบั๊กไป แต่เกิดเอะใจขึ้นมา เลยลองส่งเรื่องเข้าไปที่ Get Satisfaction ด้วย (เรื่อง) ซึ่งพบว่ากระบวนการส่งเรื่องนั้น ใช้ง่ายและ intuitive มาก มากกว่าระบบแจ้งบั๊กหรือ issue queue หลายเท่า

Songbird เป็นหน่วยงานที่ใส่ใจกับความคิดลูกค้ามากพอสมควร (จากที่เคยคุยกับพนักงาน ทั้งในเว็บและตัวต่อตัว) ซึ่งกรณีของ Get Satisfaction (และ forum ของเดิม) จะมีทีมงานตอบปัญหาคอยดูเรื่องที่ถูกส่งเข้ามาอยู่ตลอด และตอบคำถามอย่างรวดเร็ว (เร็วจริงๆ เพราะวันที่ลองส่งเป็นวันเสาร์ด้วย มันยังตอบกัน) โดยคำตอบไม่จำเป็นต้องละเอียดนัก อาจมาในทำนองว่า “จะส่งเรื่องไปให้ developer อีกต่อ” แต่ในมุมมองของลูกค้าอย่างผมแล้วรู้สึกดี อย่างน้อยปัญหาของเราก็มีคนมาสนใจ (เมื่อเทียบกับ Bugzilla ของ Mozilla หรือโครงการโอเพนซอร์สอื่นๆ ที่มีโอกาสร้างสูง)

ทีมงานตอบปัญหาของ Songbird จึงเหมือนเป็นตัวกลางที่คอยประสานระหว่างลูกค้า กับ developer (ที่ไม่ค่อยถนัดในการคุยกับลูกค้าโดยตรง) เช่นว่า คอยรับปัญหาจากลูกค้า แล้วเป็นคนเขียนบั๊กส่งไปให้ developer อีกต่อหนึ่ง

  • ลูกค้ารู้สึกดี เพราะมีคนตอบรับปัญหารวดเร็ว
  • นักพัฒนารู้สึกดี บั๊กอ่านรู้เรื่อง ไม่ต้องไปถามข้อมูลเพิ่มเองให้เสียเวลา อ่านบั๊กแล้วแก้โค้ดได้เลย
  • โครงการได้ประโยชน์ รับทราบปัญหาและแก้ไขได้รวดเร็วขึ้น

ปัญหาเรื่องผู้ใช้บ่นอย่างเดียว ไม่แจ้งบั๊ก เป็นปัญหาเรื้อรังอันหนึ่งของวงการโอเพนซอร์สเมืองไทย (คือด่าแล้วเลิกใช้ นักพัฒนาไม่รู้อะไรด้วย) เท่าที่ผมสังเกตจากใน Blognone และ Ubuntuclub ก็เป็นไปในทางเดียวกัน สาเหตุส่วนหนึ่งคงเป็นเรื่องกำแพงภาษา และความซับซ้อนของระบบแจ้งบั๊กเองด้วย (ซึ่งถ้าใช้ระบบคล้ายๆ Get Satisfaction อาจจะช่วยได้บ้าง) แต่แน่นอนว่าอีกส่วนหนึ่ง ก็เกิดมาจากค่านิยม “ติไม่ก่อ” นั่นเอง

ตามที่ยกตัวอย่างมา ทีมตอบปัญหาแบบ Songbird อาจช่วยแก้ปัญหานี้ได้ แต่เนื่องจากว่า Songbird จ่ายเงินเดือนจ้าง มันเลยเกิดได้ คิดไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าเป็นระบบอาสาสมัครแบบโอเพนซอร์ส มันจะเป็นไปได้แค่ไหน คนอาสามาทำ จะยืนยงทำได้นานขนาดไหนถ้าไม่มีผลตอบแทนให้?

คิดในอีกแง่หนึ่ง การมีอาสาสมัครช่วยแจ้งบั๊กให้ มันจะยิ่งทำให้ค่านิยม “อยากได้ต้องทำเอง” เกิดได้ยากขึ้นหรือเปล่า? เราควรจะใจร้าย แล้วด่า RTFM กันดีกว่าไหม?

I’m long time Songbird fan (also got one Songbird T-Shirt). I reviewed Songbird 0.1 and Songbird 0.4 a while ago. This time, Songbird 0.7, the “beta” release, is just out and this is my quick thought.

Good

  • The new interface is crisp. It’s still follow iTunes footstep but now has own personality.
  • Songbird can read your iTunes Music Library. No cost or harm to try Songbird.
  • It seems that the Songbird team stabilize the infrastructure (Web API, Extension API) and now focus on the usability and features.
  • Smart playlist, period.
  • It can discover album arts!
  • It can do CoverFlow! (via Media Flow extension)
  • It can do metadata! (via Scrubz extension)
  • With the Mozilla engine inside, the extension installation is now seamless. You can install a new extension within Songbird window. No need to open Firefox and download extension again.
  • The concept of ‘Media Pages’ (or ‘Views’ of your music library) is intuitive.
  • It seems to play DRM musics via QuickTime. I have no DRM songs to try.

Bad

  • It’s still a bit slow. Got some lags when clicking on some buttons.
  • No Dock only mode (I’m using Mac). Closing the application window via red button means quitting the program.
  • Need to restart every time after installing a new extension. That’s mean your music will be interrupted.
  • It only import the iTunes music, not the playlists.
  • No “Party Shuffle” feature. Anyway, you can do manual shuffling.
  • Isn’t uncompressed 164MB size too big for a media player?

This release is not perfect yet but it’s a huge leap from older versions. Songbird is very promising. Not everyone want to be locked in the proprietary iTunes.

Songbird 0.4 Review

I used to be a Songbird contributor before it came out. I heard the project management somewhere and some folks there called for localization. I then provided Thai translation for an unreleased software and hoped my effort will help it to become an ‘iTunes killer’.

But when proof-of-concept Songbird 0.1 was released, it was just only a proof-of-concept. Yes, it can play your music files but the user experience was still crude and not ready for real life. At that time, I think it’s Ok and fitted with ‘Release early, release often’ dilemma.

Songbird 0.1

อ่านข่าว Songbird 0.1 ออก แต่ยังไม่ได้ลองซะที เนื่องจากตอนนี้ชีวิตแทบไม่ต้องแตะเครื่องวินโดวส์เลย (แพลทฟอร์มอื่นมันยังไม่ออก) แถมในข่าวหลายคนบอกว่ายังแย่อยู่ เลยคิดว่าเอาไว้ก่อน

แต่ดันลืมไปว่าแปล GUI ของ Songbird ไว้ โดยที่ตอนนั้นยังไม่ได้สัมผัสตัวโปรแกรม มันต้องออกมาแย่แน่ๆ เลยรีบเอามาทดลอง ถ้าใครใช้อยู่มันจะอยู่ในเมนู Help นะครับ ผลปรากฎมาก็แย่จริงแหละ อย่าเพิ่งใช้นะครับ

ไว้รอมันก้าวหน้าไปเยอะๆ หน่อย แล้วค่อยมาทำใหม่ดีๆ ทีเดียว

คิดว่า Songbird น่าจะคุยง่ายกว่า เราอาจมีโอกาสรวมตัวตัดคำเข้าไปกับ browser ของ Songbird ได้