ขออนุญาตข้ามเรื่อง Ubuntu Linux ไปก่อนนะครับ เพราะว่าสัปดาห์ที่ผ่านมามีเรื่องที่น่าตื่นเต้นในวงการระบบปฏิบัติการ นั่นคือการประกาศอย่างเป็นทางการของระบบปฏิบัติการโซลาริส เวอร์ชัน 10 จากบริษัทซันไมโครซิสเต็ม
หนึ่งในโครงการที่ผมจะเขียนถึงผ่านคอลัมน์ Open Source คือประวัติและความเป็นมาของระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ ซึ่งเป็นอีกระบบปฏิบัติการหนึ่งของโลกที่สำคัญตั้งแต่ยุค 60 ถึงขนาดกว่าวว่า 'ถ้าไม่มียูนิกซ์ ก็ไม่มีอินเทอร์เน็ต' ได้เลยล่ะครับ และโซลาริสก็เป็นยูนิกซ์อีกสายพันธุ์หนึ่งนี่เอง
ประวัติคร่าวๆ คือยูนิกซ์กำเนิดมาในวงการศึกษาและวิจัย เป็นการพัฒนาร่วมกันของ MIT และห้องปฎิบัติการวิจัยเบลล์ (Bell Lab อันลือลั่นของบริษัท AT&T) หลังจากนั้นก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ และแตกออกเป็นสองสาย สายแรกคือยูนิกซ์ดั้งเดิมที่เปลี่ยนมาเป็นของขาย เรียกว่าตระกูล System V ส่วนอีกสายหนึ่งข้ามฝั่งทวีปอเมริกาไปเกิดที่มหาวิทยาลัยเบิร์กเลย์ และเรียกว่า BSD (Berkley Software Distribution)
หนึ่งในผู้สร้าง BSD ชื่อว่าบิล จอย อีกคนที่ได้รับการเรียกว่าเป็นอัจฉริยะแห่งโลกคอมพิวเตอร์ ได้ออกมาก่อตั้งบริษัทซัน ไมโครซิสเต็ม กับสก็อต แมคนีลลีย์ ประธานซันคนปัจจุบัน (แมคนีลลีย์จบสแตนฟอร์ดครับ คำว่า SUN มาจาก Stanford University Network) แรกเริ่มเดิมทีระบบปฏิบัติการนี้เรียกว่า SunOS แน่นอนมีรากฐานมาจาก BSD ภายหลังได้รวมเข้ากับบางส่วนจากตระกูล System V และเปลี่ยนชื่อเป็น Solaris ในที่สุด
ส่วนลินิกซ์เรียกได้ว่าเป็นยูนิกซ์ตระกูลที่ไม่เกี่ยวข้องกับทั้งสองสายข้างต้นเลย อย่างที่หลายๆ คนทราบ คือลินัส ทอร์วัลด์พัฒนามันขึ้นมาเอง และใช้กลไกของโอเพ่นซอร์สต่อยอดมาจนถึงปัจจุบัน
ตอนนี้แทบจะเรียกได้ว่ายูนิกซ์ตระกูล System V แทบจะไม่มีบทบาทอะไรอีกแล้ว ยูนิกซ์ที่ยังมีอิทธิพลอยู่ก็คือตระกูล BSD คือ โซลาริส (รวมถึง BSD ที่พัฒนาแบบโอเพ่นซอร์สอีกหลายตัว เช่น FreeBSD, NetBSD) และลินิกซ์เท่านั้น
แน่นอนครับว่าช่วงหลังกระแสลินิกซ์ที่รุนแรงได้กลบโซลาริสเสียจนแทบไม่ได้ยินชื่อ ที่แย่ไปกว่านั้นคือลูกค้าทั้งหลายหันไปใช้ลินิกซ์ที่ฟรี (หรือขายในราคาถูก) กันหมด ทำให้ยอดขายของโซลาริสตกฮวบ
การแก้เกมในช่วงแรกของซันคือวางเป้าหมายตลาดของโซลาริสไว้ในตลาดเซิร์ฟเวอร์ขนาดกลาง ส่วนระดับล่างปล่อยให้ลินิกซ์กินไป เพราะว่าถ้าวัดกันที่ประสิทธิภาพและความอึดแล้ว โซลาริสยังนำลินิกซ์อยู่หลายช่วงตัว ซึ่งลินิกซ์พึ่งจะเริ่มมาไล่ทันในเคอร์เนลยุคหลังๆ นี่เอง
สุดท้ายซันก็ต้องปรับหมากใหม่ครับ โซลาริส 10 จะแจกฟรี ซันจะหารายได้จากค่าสนับสนุน และที่สำคัญคือบางส่วนของโซลาริสจะโอเพ่นซอร์ส!
การโอเพ่นซอร์สบางส่วนของโซลาริสไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นมากนัก เพราะว่าคุณสมบัติเด็ดๆ ทั้งหลายซันยังเก็บไว้กับตัวอยู่ดีไม่ปล่อยให้ใคร เรื่องทำนองนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับระบบปฏิบัติการ MacOSX ของแอปเปิล เมื่อแอปเปิลเปิดเผยโค้ดในระดับล่างๆ ใต้ชื่อโครงการ Darwin ส่วนหน้าจอสวยๆ นั้นยังเก็บไว้อย่างดี เรื่องพวกนี้พูดกันยากครับ เพราะเป็นเหมือนกับจุดขายของบริษัทเหมือนกัน
ถ้าเราลืมเรื่องโอเพ่นซอร์สหรือไม่ไปซักแป๊บ มาสนใจเฉพาะฟีเจอร์ ก็จะพบว่า โซลาริส 10 มีนวัตถกรรมใหม่ๆ หลายอย่างให้กับโลกคอมพิวเตอร์พอสมควรเลยล่ะ
อย่างแรกไม่น่าตื่นเต้นเท่าไรนัก ซันได้เขียนส่วนของ TCP/IP ขึ้นมาใหม่หมด นั่นทำให้ความเร็วในการสื่อสารผ่านเครือข่าย (ตามที่ซันอ้าง) เร็วกว่าเดิมถึง 20% อย่างถัดมาสิครับน่าสนใจมาก มันคือไฟล์ซิสเต็มแบบใหม่ (ไฟล์ซิสเต็มคือวิธีการจัดเรียงไฟล์ในฮาร์ดดิสก์ ปัจจุบันวินโดว์เอ็กซ์พีใช้ไฟล์ซิสเต็มที่ชื่อว่า NTFS ส่วนลินิกซ์มีหลายอย่าง ตระกูล Fedora ใช้แบบ ext3) ไฟล์ซิสเต็มใหม่นี้ชื่อว่า ZFS ย่อมาจาก Zetabyte File System ซึ่งจากชื่อก็บอกแล้วว่ามันรองรับข้อมูลได้ถึงระดับ Zetabyte (10 ยกกำลัง 21 ไบต์) ใช้การเก็บข้อมูลแบบ 128 บิตและมีความน่าเชื่อถือระดับสูงมาก วิศวกรของซันบอกเอาไว้ว่า ZFS เป็นคำตอบสุดท้ายของไฟล์ซิสเต็ม เพราะตามทฤษฎีแล้ว ขนาด 128 บิตพอเพียงสำหับข้อมูลทุกอย่างในโลกลงไปได้เลย
คุณสมบัติที่สามคือ Predictive Self-Healing หรือการที่ระบบปฏิบัติการสามารถรักษาตัวเองได้จากความล้มเหลวทางฮาร์ดแวร์และซอพต์แวร์ อย่างที่สี่คือ Solaris Container เป็นการจำลองให้เสมือนว่ามีโซลาริสหลายตัวทำงานอยู่บนเครื่องเดียวกัน อย่างสุดท้ายยังไม่ออกพร้อมกับโซลาริส 10 แต่น่าสนใจมาก Linux Application Environment ทำให้ย้ายโปรแกรมบนลินิกซ์มาใช้บนโซลาริสได้ทันที จงใจแข่งกันเห็นๆ ใช่มั้ยล่ะครับ
โซลาริส 10 ทำงานได้บนสถาปัตยกรรมสามแบบ ได้แก่ ซีพียูตระกูล SPARC ของซันเองที่ใช้ในเซิร์ฟเวอร์ของซัน ตระกูล x86 ซึ่งก็คือเพนเทียมและเอเอ็มดีที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ และตระกูล x86-64 ซีพียู 64 บิต ซึ่งมี Opteron และ Itanium รุ่นใหม่ๆ (Itanium 2 ไม่ใช่ x86-64 นะครับ)
ชาวบ้านร้านตลาดที่ใช้งานเดสก์ท็อปอย่างเราคงไม่ค่อยมีเรื่องใช้โซลาริสกับเค้าเท่าไร แต่ถ้าคุณเป็นบริษัทมีเซิร์ฟเวอร์ต้องดูแล ถ้าสนใจก็ลองติดต่อซันประเทศไทยดูครับ สุดท้ายโซลาริส 10 เปลี่ยนโลโก้ใหม่ ผมเอามาให้ดูด้วย ก็เรียบๆ แต่ดูดีครับผม