Self-Sufficient Economy

มิตรรักแฟนบล็อกทุกท่านคงทราบดีว่าผมไม่เห็นด้วยกับเศรษฐกิจพอเพียงมาตลอด ดังนั้นคงไม่ต้องออธิบายอะไรกันยาว เริ่มเลย

ฟ้าเดียวกันสัมภาษณ์ Andrew Walker จาก Research School of Pacific and Asian Studies, Australia National University ซึ่งลงไปทำวิจัยเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่

บทสัมภาษณ์ลงตีพิมพ์ใน ประชาไท นอกจากเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงแล้วยังมีเรื่อง รัฐธรรมนูญหมู่บ้าน (rural constitution) ที่น่าสนใจ

ผมไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่าเกษตรกรรมมีศักยภาพที่จะเป็นฐานรองรับความพอ เพียงของท้องถิ่นได้ พูดง่ายๆ คือว่าทรัพยากรทางการเกษตรมีไม่เพียงพอสำหรับรองรับวิถีชีวิตที่คนในชนบท ต้องการ อาจจะมีเพียงพอสำหรับการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานแบบพอยังชีพเท่านั้น แต่นั่นไม่ใช่วิถีชีวิตที่คนชนบทสนใจ พวกเขาต้องการให้ลูกได้รับการศึกษา ต้องการพัฒนาที่อยู่อาศัย อยากดูโทรทัศน์ อยากมีอินเทอร์เน็ตที่บ้าน ฯลฯ

ผมคิดว่าชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ จำเป็นที่จะต้องมีสำนึกประเภทที่ว่าเรามีวัฒนธรรมไทยที่มีศีลธรรมชนิดที่ เป็นของแท้ดั้งเดิมอยู่จริงๆ พวกเขาต้องการไปห้างสรรพสินค้า สยามพารากอน นั่งรถไฟฟ้าขณะเดียวกันพวกเขาก็ต้องการปลอบใจตัวเองว่าวัฒนธรรมไทยที่มีศีล ธรรมขนานแท้นั้นมีอยู่ที่ไหนสักแห่ง พวกเขาจึงโยนไปที่ชนบท ในแง่หนึ่งพวกเขาต้องการโยนภาระทางศีลธรรมไปไว้กับชนบทไทย เพื่อพวกเขาจะดำเนินชีวิตบริโภคนิยมต่อไปได้ มีการวิจารณ์มากมายเกี่ยวกับกองทุนหมู่บ้านของรัฐบาลทักษิณว่าสนับสนุนให้ ชาวบ้านเป็นหนี้ แต่แทบไม่มีการวิพากษ์วิจารณ์หนี้บัตรเครดิตในกรุงเทพฯ เลยคนกรุงเทพฯ จับจ่ายใช้สอยจนเต็มวงเงินบัตรเครดิต แต่กลับพูดกันแต่เรื่องชาวนาซื้อโทรศัพท์มือถือ พวกเขาโยนแรงกดดันด้านศีลธรรมนี้ไปให้ชาวบ้าน

เศรษฐกิจพอเพียงเป็นสินค้าสำหรับชนชั้นกลางเพื่อให้รู้สึกอุ่นใจว่าน่าจะยังมีวัฒนธรรมไทยที่มีศีลธรรมของแท้อยู่ที่ไหนสักแห่ง

ยกตัวอย่าง อันแรกซึ่งเป็นเรื่องขำขัน ผมกำลังทานมื้อค่ำกับชาวนาคนหนึ่งโดยดูโทรทัศน์ไปด้วย สัญญาณภาพแย่มากเพราะอยู่บนภูเขา เขาบอกว่า ขอโทษด้วยอาจารย์ นี่เป็นโทรทัศน์ของในหลวง ผมถามว่าหมายความว่ายังไง เขาบอก “ทีวีพอเพียง”

แนะนำให้อ่านความเห็นในประชาไทประกอบ ก็จะเห็นวาทกรรมผลิตซ้ำแบบเดิมๆ ที่เห็นจนชินตา (แต่ก็ยังเห็นอยู่) เช่น

  • เราเป็นคนไทย อยู่เมืองไทย ไหงให้ฝรั่งมาวิจารณ์
  • ความคิดของฝรั่ง คิดแบบฝรั่ง ตื้นเขิน และซับซ้อนยุ่งยาก

ขอลองบ้าง

  • เราเป็นคนไทย อยู่เมืองไทย ไหงใช้โนเกีย
  • iPhone ตื้นเขิน และซับซ้อนยุ่งยาก

เศรษฐกิจพอเพียงอีกแล้ว ผมเองก็เบื่อไม่ค่อยอยากเขียนถึง แต่วันนี้มิตรสหายส่งลิงก์ดีๆ มาให้ก็ขอโพสต์เผยแพร่หน่อย

ผู้เขียนคือ Kevin Hewison แห่ง University of North Carolina at Chapel Hill เขียนวิจารณ์เชิงวิชาการต่อ 2007 Human Development Report for Thailand ของ UNDP (ซึ่งสนับสนุนเศรษฐกิจพอเพียง หรือในนี้เค้าเรียก Sufficient Economy - SE)

Royalist propaganda and policy nonsense

เนื่องจากเกรงว่าจะมีแฟนๆ ของ SE หาว่าผมลำเอียง สร้าง propanganda ดังนั้นขอไม่วิจารณ์ตัวบทความนะครับ รบกวนไปอ่านกันเอง ถึงจะเป็นภาษาอังกฤษแต่เราอยู่ใน context ของบทความกันมานาน ก็น่าจะไม่ยากเท่าไร

อย่าลืมอ่านในคอมเมนต์ด้วย เพราะ Hewison เข้ามาตอบความเห็นผู้อ่านละเอียดเหมือนกัน ถ้าใครอ่านคอมเมนต์แล้วเห็นมีพูดถึงว่ารวยเป็นอันดับ 5 แล้วไม่เข้าใจ ลองอ่าน Thailand's Royal Wealth ของ Asia Sentinel ประกอบ (ฟ้าเดียวกันเคยนำมาแปลในชื่อ "โภคทรัพย์แห่งราชวงศ์" แต่ไม่มีให้โหลดบนเว็บ)

เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่นโยบายเศรษฐกิจเพราะไม่มีสาระพอ ตรงนั้นมันเป็นลัทธิทางการเมืองเป็นหลัก บางคนเรียกว่าปรัชญา แต่เป็นลัทธิของชนชั้นปกครองอนุรักษ์นิยมเพื่อใช้ประกอบกับ “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” และเพื่อคัดค้านสวัสดิการจากรัฐในรูปแบบประชานิยมและรัฐสวัสดิการด้วย

ใจ อึ้งภากรณ์
ให้สัมภาษณ์ลงประชาไท

เคยเขียนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ไว้สองตอน (เศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร, เรากำลังกลัวโลกาภิวัฒน์)

วันนี้ได้อ่าน กระทู้เด็ดพันทิพ เจอมุมมองเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงที่น่าสนใจ กลัวว่าเดี๋ยวกระทู้จะหาย เลยขอยกมาบันทึกไว้โดยไม่ขออนุญาตเจ้าของละกัน

เคยเขียนเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง ไว้ คนมาตอบล้นหลาม แต่ตัวเองก็ยังงงๆ ว่าจะเอายังไงดี คือมันมีความคิดเห็นอยู่ในหัวบ้าง แต่ยังถ่ายทอดออกมาไม่ถูก

วันนี้มาเจอบทสัมภาษณ์ที่เอ่ยถึงเรื่องนี้ได้ตรงกับใจ

ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง หรือแม้แต่กระแสชุมชนนิยม มันมีรากฐานอย่างหนึ่งคือ ข้างในมันดี และข้างนอกมันเลว อะไรก็ตามที่มันเลวมันมาจากข้างนอกหมด เราอยู่ข้างในเราก็ดีกันอยู่แล้ว โดยที่เราลืมไปอย่างหนึ่งว่า มันเป็นเพียงมายาคติที่ถูกสร้างขึ้นมา เวลาเราพูดถึงเศรษฐกิจพอเพียง พูดถึงชุมชนนิยม หรือแม้แต่ในประเทศไทย เราบอกว่าเราไม่เปิดเสรีเพราะเรารู้สึกว่าอะไรก็ตามที่มาจากข้างนอกมันสร้าง กิเลส มันสร้างความโลภ มันเอาอะไรต่างๆ ที่ไม่ดีในเชิงจริยธรรมในเชิงศีลธรรมเข้ามา แล้วเราก็พยายามปลูกฝังความคิดแบบชาตินิยมขึ้นมา แท้จริงแล้วการชูเรื่องชาตินิยมก็เพียงเพราะคุณต้องการปกป้องทุนชาติ เพราะคุณรู้สึกว่าถ้าปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาคุณเสียประโยชน์ เพราะคุณแข่งขันสู้บริษัทยักษ์ใหญ่พวกนี้ไม่ได้

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ให้สัมภาษณ์นิตยสารสารคดี

(ธนาธรเป็นเจ้าของตึกที่ทำงาน เป็นรองประธานกลุ่มไทยซัมมิต ถ้าเห็นนามสกุลแล้วเอะใจว่าเกี่ยวอะไรกับสุริยะ อ่านต่อในบทสัมภาษณ์กันเอง เพราะมัน off-topic)

หลังจากอ่านเรื่องข้างต้นแล้ว ก็ได้มาเจอกับบล็อก อย่าหลงกลเปิดอ้าซ่า ของหมอวิจารณ์ พานิช ผู้อำนวยการ สคส. (เจ้าของ GotoKnow) ยิ่งเห็นภาพว่ามีคนจำนวนมากในสังคม ที่ชูกระแสชาตินิยมขึ้นมา เพียงเพราะว่าตัวเองไม่สามารถต้านทานโลกาภิวัฒน์ได้

ผมมักเจอแต่แนวคิดประมาณว่า "ต่างชาติออกไป สิงคโปร์ออกไป ห้างข้ามชาติออกไป งานและทรัพยากรเป็นของคนไทย อย่ามายุ่ง" (สู้ยังไงก็แพ้ ขอแพ้น้อยๆ มีส่วนแบ่งเหลือนิดหน่อย) แต่กลับไม่ค่อยเจอแนวคิด "เราคนไทยจะยึดครองโลก ไปช่วงชิงทรัพยากรของชาติอื่นๆ คืนมา" (พยายามจะกลับข้างมาเป็นฝ่ายกระทำบ้าง) สักเท่าไร

ตรรกะแบบอันแรกนี่ มันแสดงให้เห็นถึงทิศทางที่ประเทศจะมุ่งไปได้หรือเปล่า (เฉาๆ รอวันเน่าตาย?) ที่น่าเศร้าคือคนส่วนมากคิดแบบนั้น

ป.ล. ออกตัวนิดว่าเป็นแฟนบล็อกหมอวิจารณ์มานาน ไม่ได้มีจุดประสงค์จะโจมตีท่านแต่อย่างใด แต่ก็ไม่ได้แปลว่าผมจะเห็นด้วยกับหมอวิจารณ์เสียทุกเรื่อง หนึ่งในนโยบายของ Wikipedia ที่ผมชอบคือ Be BOLD!
ป.ล.2 ผมเชื่อว่าคงมีคนอ่านแล้วคิดในใจทำนอง "ไอ้นี่มันหัวนอก เดินตามก้นฝรั่ง บ้าตลาดเสรี ไม่รู้จักปรับให้เหมาะกับเมืองไทย" ไม่ต้องแปลกใจตัวเองไปนะ