Search Engine

In the Plex

เป็นหนังสือ high profile ที่เพิ่งออกมาไม่นาน (Amazon, Google Books) ช่วงวันหยุด 4 วันเลยได้โอกาสซื้อมาอ่านบน Kindle

เนื้อหาก็ตามชื่อหนังสือ In the (Google)plex

ผู้เขียน Steven Levy เป็นนักข่าวของ Newsweek มาก่อน (ปัจจุบันอยู่กับ Wired) มีผลงานหนังสือมาแล้วหลายเล่ม (หลายเล่มเกี่ยวกับแอปเปิล)

สมัยอยู่กับ Newsweek เขาเคยสัมภาษณ์ Google ในสมัยที่ยังไม่มีอะไร ทำให้มีสายสัมพันธ์อันดีกับผู้ก่อตั้งทั้งสอง ดังนั้นเมื่อเขาอยากเขียนหนังสือเกี่ยวกับกูเกิล จึงได้รับอนุมัติจาก "LSE" (Larry-Sergey-Eric) ให้เข้าถึงข้อมูลภายในบริษัท ชนิดว่าไปนั่งประชุมกับพนักงานกูเกิลได้เลย Levy ไปเก็บข้อมูลอยู่สองปี ได้ออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้

ตัวหนังสือก็พูดถึงกูเกิลในหลายประเด็น (ดูสารบัญกันเอง) ผมอ่านไปได้สองบท บอกได้เลยว่า "โคตรมันส์" เพราะมันจัดหนักในหัวข้อดังนี้

Chrome's Best Feature

Chrome Autofix URL

เพิ่งรู้ว่ามันทำแบบนี้ได้ด้วย คารวะหมดใจ เข้าใจแล้วว่าทำไมเบราว์เซอร์ถึงต้องอยู่ค่ายเดียวกับ search engine

PageRank is an Opinion

เป็นเรื่องที่ผมเดาว่าจะเกิด และมันก็มีสัญญาณออกมาบ้างแล้ว

เรื่องเริ่มจาก NYT หนังสือพิมพ์เบอร์หนึ่งของโลก ตั้งคำถามถึง "ความโปร่งใส" ของ PageRank ใน The Google Algorithm ส่วนกูเกิลก็เขียนบทความตอบใน FT ชื่อ Our op-ed: Regulating what is “best” in search?

แต่ที่เจ๋งที่สุดคือ Danny Sulliwan จาก Search Engine Land เขียนวิจารณ์ "ความโปร่งใส" ของการข่าวใน NYT เปรียบเทียบกับ PageRank ใน The New York Times Algorithm & Why It Needs Government Regulation โดยเสนอมุมมองว่า ไม่ว่าการพาดหัวของ NYT หรือจัดอันดับใน PR ต่างก็มีอิทธิพลอย่างสูงต่อโลกเหมือนกัน

ประเด็นเรื่องความโปร่งใสและการกำกับดูแล PageRank ขอพักไว้ก่อน (ผมเชื่อว่ากูเกิลจะโดนกำกับดูแลอย่างแน่นอน ด้วยวิธีการอะไรสักอย่าง) ประเด็นที่น่าสนใจกว่าคือ Sullivan ยก "คำสั่งศาล" ของคดีในปี 2003 มาอธิบายว่าอันดับของ PageRank นั้นเป็น "ความเห็น"

Bing: Economy of Scale and Long Tail

สัมภาษณ์ Yusuf Mehdi (senior vice president of the Online Audience Group for Microsoft Bing) จากสองสำนัก น่าสนใจทั้งคู่

ประเด็นที่น่าสนใจคือแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ที่อยู่ข้างใต้ search engine

BusinessInsider

สถาปัตยกรรมทางเทคนิคของ Bing (รวมไปถึงระดับ data center) ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้ 40-50% ของอเมริกาทั้งประเทศ คือต้องมีคนใช้ระดับนี้ และมีรายได้จากผู้ใช้จำนวนเท่านี้ ถึงจะคุ้มทุนค่า fix cost ที่ลงไป (เพราะ economy of scale) แต่ปัจจุบัน Bing มีส่วนแบ่งแค่ประมาณ 12% ดังนั้นข้อตกลงกับยาฮูจึงเป็นสิ่งจำเป็น (รวมกันแล้วมีส่วนแบ่งประมาณ 29%)

BusinessInsider มองว่า Bing ต้องแย่งส่วนแบ่งตลาดจากกูเกิลมาให้ได้อีก 10 จุด แต่ "Google is not run by idiots"และเรียก Yusuf Mehdi ว่า "the man with the hardest job in the world"

Subscribe to RSS - Search Engine