ช่วงนี้มีเวลา (เพราะไม่มีเน็ต) เลยอ่านหนังสือ เลยโดน @bact แซวว่าเป็นผู้ชายอบอุ่น อ่านหนังสือ ทำกับข้าว :P แต่คาดว่าคงไม่จริงนักเพราะอ่าน ฟ้าเดียวกัน ฉบับเก่าๆ ที่ดองเอาไว้ ภาพลักษณ์คงดูฮาร์ดคอร์ หมิ่นๆ อะไรทำนองนี้แทน
อ่านบทความ ก้าวต่อไปของสังคมไทย: พิจารณาในด้านนิติธรรม นิติรัฐ และรัฐธรรมนูญ ของ อ. วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ในฟ้าเดียวกันฉบับไฟเหลือง (ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 เมษายน-มิถุนายน 2550) เลยมาช็อตโน้ตเก็บไว้
บทความนี้แบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ส่วนแรกพูดถึงผลกระทบของรัฐประหาร 19 กันยาต่อระบบกฎหมายของไทย ส่วนหลังคาดเดาเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ 50 ซึ่งตอนนั้นยังไม่ออก มาถึงวันนี้ส่วนหลังล้าสมัยไปแล้ว ขอเขียนถึงเฉพาะส่วนแรก
เจอมาจากกระทู้ในฟ้าเดียวกัน ได้ใจความดี ขออนุญาตคัดมาลง
ตอบแบบพันธมิตร: เนื่องจาก "ประชาชน" ในระอบ "ประชาธิปไตย" ของพันธมิตรไม่นับรวมพวกคนรากหญ้า เพราะคนเหล่านี้ดีแต่รับเงินแล้วไปเลือกตั้ง เป็นพวกขี้เกียจรอรับเงินอย่างเดียว แย่งความมั่งคั่งจากคนเมืองและชนชั้นกลางผ่านภาษีที่ชนชั้นกลางต้องจ่ายเอา ไปลงชนบท
ดังนั้นชนชั้นกลาง ชนชั้นนำ ทหาร นักวิชาการ "คนดีมีศีลธรรม" และพวกรอยัลลิสต์เท่านั้นที่เป็น "ประชาชน" เพราะพิทักษ์ "ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์" สมกับที่เป็นประชาชนในระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ(แน่นอนว่าอันมีพระมหา กษัตริย์ทรงเป็นประมุข)
จึงต้องทำให้การเมืองเป็น "ประชาธิปไตย" หรือ "การปกครองโดย "ประชาชน" อย่างแท้จริง
ด้วย การให้กลุ่มคนที่เป็นชนชั้นกลาง ชนชั้นนำ นักวิชาการ ทหาร "คนดีมีศีลธรรม" และพวกรอยัลลิสต์ ได้สิทธิในการปกครองประเทศโดยตรง และลดพื้นที่ๆ ชาวรากหญ้าจะได้สิทธิลงด้วยการทำให้พื้นที 50% ในพื้นที่ทางการเมืองของรัฐ เป็นของชนชั้นนำเหล่านี้ และอีก 50% รากหญ้าเลือกแบบเดิม
ด้วยระบบเช่นนี้แล้ว "ประชาชน" จะได้เป็นเจ้าของประเทศอย่างแท้จริง เพราะเมื่อก่อนที่ผ่านมา "ประชาชน" ไม่เคยชนะนักการเมืองโดยตรงได้เลย เลยต้องเล่นวิธีการ shortcut แบบง่ายๆ สะดวกดี
ตอบแบบผมมั่ง: การเมืองของชนชั้นนำดีๆ นั่นล่ะครับ ประเภทว่ามักง่าย อยากให้พวกตนได้มีอำนาจรัฐและอิทธิพลในการกำหนดนโยบายของรัฐบ้าง แต่ไม่เคยชนะนักการเมืองได้เลย แค้นเหลือหลาย คนส่วนมากเขาไม่เอาด้วยก็เจ็บใจ อ้างนู่นอ้างนี่ว่าเขาถูกซื้อเหมือนไม่มีสมองเลยทั้งๆ ที่มนุษย์โลกคิดเป็นเหมือนกันหมด ด่าว่าชนชั้นรากหญ้าเหมือนหมูเหมือนหมา ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วชนชั้นรากหญ้าเสียภาษีมากกว่าใครๆ ในประเทศนี้ แถมความมั่งคั่งที่ผลิตมาจากชนชั้นรากหญ้าทั้งในเมืองและในชนบทนั่นล่ะ ที่พวกชนชั้นกลางและคนเมืองเอาไปสำเริงสำราญกันในรูปแบบผลผลิตส่วนเกิน แทนที่จะสำนึกบุญคุณกลับต่อว่าเสียไม่มีดีและกีดกันพวกนี้ออกจากความเป็น "ประชาชน"
แต่ไอ้ครั้นจะลงพื้นที่ทางการเมือง ตั้งเป็นพรรคการเมือง ลงพื้นที่ ให้การศึกษา ทำการจัดตั้งทางความคิด (ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ที่ทำงานการเมืองและเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยพึง กระทำ) ก็ขี้เกียจตามสันดานชนชั้นนำ สุดท้ายเลยต้องพึ่งอำนาจนอกระบบสร้าง shortcut ขึ้นมาเช่นนี้แล
จากกระทู้ “การเมืองใหม่” ของพันธมิตร นี่มันอะไรอ่ะคับ เห็นพูดกันจัง, เนื้อหาจริงๆ มันคืออะไรกันแน่ โดยคุณ อัคคี ดาราชาด
ผมเสริมนิดเดียวตรงตัวหนาแค่ว่า สันดานชนชั้นนำขี้เกียจ สันดานชนชั้นกลางสฤษฎกครับ
ขอจุดธูปเชิญ "ผู้เห็นด้วยกับแนวทางของพันธมิตรเพียงบางส่วนฯ" มาตอบหน่อยครับ ว่าเห็นด้วยไม่เห็นด้วยอย่างไร พักนี้หายไปหมดจริงๆ ผมเหงา อย่าให้ต้องระบุชื่อเลยเดี๋ยวจะหาว่าเหมารวม
ผมอ้างงานของนิธิมาแล้ว 2 ตอน
ตอนนี้นิธิเขียนครบซีรีย์แล้ว 4 ตอน เลยมาอ้างต่อให้จบครับ เวอร์ชันรวมทั้ง 4 ตอนอยู่ที่ นิธิ เอียวศรีวงศ์ : การปรับระบบการเมือง ส่วนที่ยกมาเป็นของตอนที่ 3 ตัวเน้นของผมเช่นเคย
มาจากกระทู้ พวกหมอและคนชั้นกลางส่วนใหญให้การสนับสนุน มวลชน พธม. ทำไม ในฟ้าเดียวกัน (เห็นว่าหลายคนเข้าไม่ได้ หาวิธีการกันเอาเองละกันนะ)
ในกระทู้มีประเด็นเรื่อง ทำไมหมอถึงต่อต้านโครงการ 30 บาท ด้วย ซึ่งความเห็นหลายอันมาจากหมอจริงๆ (ตามที่เค้าอ้างนะ) และน่าสนใจ แต่อยู่นอกสโคปเรื่องชนชั้นกลาง ผมคงไม่เขียนถึง
ส่วนประเด็นด้านคนชั้นกลาง ขอ quote ประโยคที่เกี่ยวข้องมาเป็นช่วงๆ ข้อความที่ยกมาไม่ได้แก้ไขอะไร ถ้ามีคำหยาบจนเกินทนรับได้ก็ขออภัยล่วงหน้า ข้อความที่ยกมา มาจากหลายคนตอบ ผมไม่ได้ใส่ชื่อไว้ให้ด้วย เวอร์ชันเต็มคงต้องตามไปอ่านกันเอง