RSS

RSS is Dead, Part 3

ภาคต่อของ RSS is Dead และ The Death of the Feed

ประเด็นมาจากบทความใน Ars Technica ชื่อ Why keeping up with RSS is poisonous to productivity, sanity โดย Jacqui Cheng ซึ่งเป็นนักเขียนหญิงคนสำคัญคนหนึ่งของ Ars

ผู้เขียนเขียนในมุมของคนข่าวไอที ที่เคยติดตามข้อมูลผ่าน RSS แต่มีเหตุให้ต้องหยุดใช้ และพบว่า "ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่" แถมรู้สึกดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะไม่ต้องมีตัวเลขข่าวค้างอ่านมารบกวนใจ

ในทางกลับกัน เธอก็ไม่ตกข่าวใดๆ เพราะวิธีการสื่อสารรูปแบบอื่นๆ เช่น อีเมล การคุยกับแหล่งข่าว หรือการอ่าน Twitter เป็นบางครั้ง (scanning) ช่วยให้ติดตามข่าวได้เหมือนกัน

Keyword: 

The Death of the Feed

เคยเขียนเรื่อง RSS is Dead ไป ก็มีคนมาแสดงความไม่เห็นด้วยจำนวนหนึ่ง (ซึ่งไม่แปลกอะไรเพราะตอนแรกๆ ที่อ่านบทความลักษณะนี้ ผมก็ไม่เห็นด้วยเหมือนกัน)

เผอิญ Techmeme วันนี้มีเรื่องใกล้เคียงกัน The Death of the Feed เลยเอามาแปะไว้ เหตุผลก็คล้ายๆ กัน (และคอมเมนต์ก็คล้ายๆ กันคือ "ฉันยังใช้อยู่")

สมัยที่เขียนบทความลงกรุงเทพธุรกิจ บทความที่ฮิตมากอันหนึ่งของผม (ดูจากการนำไปโพสต์ในเว็บบอร์ดและ fwd mail) คือ อวสานฟลอปปี้ดิสก์ (16 Sep 2004)

Keyword: 

RSS is Dead

จริงๆ จะเขียนเรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว เพิ่งได้ฤกษ์

ที่ฝรั่งเถียงกันจะเป็นจะตายว่า RSS ตายหรือยัง ส่วนตัวผมตอบได้เลยแบบไม่ต้องคิดว่า "ตายแล้ว"

มาย้อนดูก่อนว่า เราใช้ RSS ทำอะไรกัน

  1. ตามความเคลื่อนไหวจากบล็อกของเพื่อนฝูงในโลกไซเบอร์
  2. ตามข่าวสารบ้านเมือง โดยมากมักเป็นข่าวไอที
  3. ค้นพบ (discovery) เนื้อหาใหม่ๆ ที่เพื่อนของเราแชร์มาใน Google Reader

Keyword: 

Feed Stat

ถ้าใครสังเกตหน่อย ผมเอาแบนเนอร์ของ Lighttpd มาแปะไว้ด้านข้างเพื่อแสดงว่าเว็บนี้รันด้วย Lighttpd มาหลายเดือนแล้ว

ถึงการทำงานทั่วไปจะราบรื่นดี แต่ผมเจอปัญหาว่า rewrite กับ redirect rule ของ Lighttpd มันตีกัน (ตามที่บันทึกไว้) ซึ่งผมเลือก rewrite เพราะจำเป็นสำหรับ Clean URL ของ Drupal ผลสุดท้ายก็คือผมไม่สามารถ redirect feed ของที่นี่ ไปยัง FeedBurner เพื่อดูข้อมูลได้ว่าคนอ่านเยอะแค่ไหน

ตอนนี้แก้ปัญหาได้แล้วโดยใช้ FeedBurner module ของ Drupal ซึ่งทำการ redirect ที่ตัว Drupal เลย ไม่ต้องผ่านเว็บเซิร์ฟเวอร์

สถิติก็ตามที่เห็น

Notification Console

เคยลองใช้โปรแกรมตระกูล PIM มาเยอะแยะมากมาย แต่สุดท้ายล้มเหลวตลอด และค้นพบว่าวิธีที่ดีที่สุดคือการส่งอีเมลเข้าหาตัวเอง แล้ว flag ไว้ให้เด่นชัด

ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น?

มานั่งคิดหาคำตอบดูก็เป็นเพราะว่าอีเมลกลายเป็น "เรื่องที่ต้องทำ" เมื่อออนไลน์ เราเลยมีพฤติกรรมต้องเช็คเมลเป็นประจำและบ่อยๆ (ยิ่งมี Gmail กับ AJAX ก็เรียกได้ว่าแทบจะเปิดหน้าต่าง Gmail ทิ้งไว้) การแจ้งเตือนด้วยอีเมลจึงประสบความสำเร็จมากกว่าการตามดู task ในโปรแกรม PIM ที่สุดท้ายแล้วก็เลิกใช้ไป

(ตอนนี้ผมเลยตั้งให้ Google Calendar เตือนนัดหมายเข้ามาทาง Gmail ดังนั้นจะเปิด Google Calendar เฉพาะเมื่อต้องการเพิ่มนัดหมายเท่านั้น)

เมื่อการแจ้งเตือนหรือ notification เป็นเรื่องสำคัญ ก็เลยลองมาวิเคราะห์พฤติกรรมตัวเองว่าวันนึงเนี่ยเรามีช่องทางรับ notification อะไรบ้าง

Keyword: 

Pages