ต่อจากตอนเก่า Mugshot and The End of Desktop Paradigm
ไปเจอบทสัมภาษณ์ ColinWalters นักพัฒนาโครงการ Big Board นี้จาก OSNews ที่เข้าท่าคือมี screencast (Ogg) ให้ดูด้วย ซึ่งดูแล้วก็ค่อนข้างประทับใจการประสานระหว่าง desktop กับ web apps พอสมควร (ว่าแต่ถ้าใช้ทั้ง Evolution กับ Google Calendar จะทำยังไงเนี่ย) ไม่แน่ใจว่าจะออกทัน Fedora 8 หรือเปล่า
ใครที่สนใจว่าการเข้ามาของ web apps จะทำให้แนวทางการใช้คอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน (ระบบ desktop) เปลี่ยนไปอย่างไรก็ลองโหลด screencast มาดูกัน
ระหว่างอ่าน Release Notes ของ Fedora 7 ก็ไปเจอกับรายการฟีเจอร์ที่จะใส่มาใน Fedora 8
อันที่น่าสนใจสุดคือ Online Desktop มันคือการผสาน desktop แบบดั้งเดิมเข้ากับ web application ซึ่งในที่นี้ใช้ Mugshot เว็บ social network ที่ Red Hat แอบทำมาซักพักแล้ว เรียกว่า Vista ผสานกับ Windows Live ได้ ทำไม Fedora จะมีบ้างไม่ได้
องค์ประกอบสำคัญอันหนึ่งของ Online Desktop คือเปลี่ยน gnome-panel เดิมมาเป็น panel แบบใหม่ที่ดึงข้อมูลจาก Mugshot ชื่อของมันคือ Big Board
อ่านไปก็ชักสนุก เลยสมัคร Mugshot มาลองเล่นดู สรุปง่ายๆ ว่ามันเป็น meta social network ใช้วิธีดึงข้อมูลจาก social network อื่นๆ เช่น MySpace, del.icio.us, last.fm หรือ Flickr เข้ามา วิธีนี้จะคล้ายๆ กับ Multiply อยู่บางส่วน
นอกจาก Badge บนเว็บแล้ว ยังมี applet ของ GNOME ไว้แสดงข้อมูลจาก Mugshot ได้เช่นกัน (ลงบน Ubuntu ได้) ที่เจ๋งคือมันรับข้อมูลเพลงจาก Rhythmbox ไปใส่อัตโนมัติเลย
จะเห็นว่าผมสามารถเข้าถึง Mugshot ได้ถึง 3 ทาง
ที่น่าสนใจคือเราเริ่มแยกไม่ค่อยออกว่าอะไรเป็น desktop อะไรเป็น web (ภาษาเท่ๆ ก็ seamless integration) แนวโน้มนี้เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ อีกไม่นานอาจหมดยุคของ desktop paradigm
ป.ล. อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ ไม่มี social network ยอดนิยมของคนไทยอย่าง Hi5 หรือ Multiply ให้เลือก
ป.ล.2 ปัญหาที่ตามมาแน่ๆ คือ online privacy
งาน Red Hat Summit เมื่อต้นเดือนเปิดให้ดาวน์โหลดวิดีโอ (เฉพาะ keynote) และ presentation (ทั้งหมด) เผื่อใครสนใจหาความรู้+ดูเทรนด์
เมื่อเช้าดูวิดีโอของ Cory Doctorow พูดเรื่อง DRM ก็น่าสนใจดี เดี๋ยวต้องหาเวลาฟังละเอียดๆ อีกรอบ หมอนี่พูดชัดแจ๋ว ฟังง่าย มีประโยคเด็ด "iPod is disposable in 18 monthes" ส่วนวิดีโอของ Eben Moglen นี่ฟังไม่ค่อยออก
วิดีโอถ่ายสวยชัดเจน ดีกว่าของ BTD เยอะเลย โฮะๆ
presentation มีเยอะมากอ่านกันตาแฉะ ที่เน้นๆ ปีนี้คือเรื่อง Virtualization/Xen มาแรงมาก อย่างอื่นที่น่าสนใจคือแนวคิด Popular Computing (The Future of Desktop) กับ System Recipes (Emerging Technologies)
บอร์ดต้นแบบของแล็ปท็อป 100 เหรียญส่งถึงมือ Red Hat แล้ว (ดูในบล็อกของ Christopher Blizzard)
ฝั่ง Red Hat กำลังขมักเขม้นออกแบบ framework ของซอฟต์แวร์กันอยู่ มีคนดังมาร่วมเพียบ เช่น Alan Kay (เจ้าพ่อ OO) หรือ Alan Cox (Linux Kernel)
ผมเคยอ่าน mailinglist อยู่พักนึงสุดท้ายก็เลิกเพราะอ่านไม่ทัน เค้าเขียนกันยาวๆ ทุกคนเลย -_-''
สำหรับเมืองไทย เจ้าของโปรเจคต์นี้ (และเงินค่าเครื่อง) คือกระทรวงศึกษาครับ
ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เป็นช่วงที่ลินิกซ์ดิสทริบิวชันต่างๆ ได้ออกรุ่นใหม่ๆ กันเยอะมากๆ อาจเป็นเพราะว่าซอพท์แวร์ตัวหลักๆ อย่าง Xfree86, Gnome และ KDE เพิ่งจะออกรุ่นใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงเยอะในช่วงหลังนี้ เราจะมาดูกันว่ามีอะไรใหม่ๆ บ้าง
Slackware Linux 9.0
เริ่มจากลินิกซ์รุ่นบุกเบิก และขวัญใจผู้ใช้ที่ชอบความเรียบง่าย Slackware 9.1 ได้ทำการอัพเดตแพกเกจต่างๆ ให้ทันสมัย โดยใช้ Kernel 2.4.20, Xfree86 4.3.0, Gnome 2.2 และ KDE 3.1 รุ่นที่เป็นซีดีรอมวางจำหน่ายในราคา 39.95 เหรียญ ซีดีรอม 4 แผ่น ถ้าต้องการดาวน์โหลดก็สามารถหาได้จาก ftp://ftp.slackware.com/pub/slackware/slackware-9.0/

Mandrake Linux 9.1 (Bamboo)
ลินิกซ์สัญชาติฝรั่งเศส ขวัญใจผู้ใช้งานด้านเดสก์ทอป รุ่น 9.1 นี้ออกมาแก้ไขข้อบกพร่องของ 9.0 โดยการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดคือ Mandrake ได้หันมาใช้ธีมหน้าตาแบบเดียวกันทั้ง Gnome และ KDE เหมือนกับที่ Red Hat ทำ โดยธีมหลักของ Mandrake ใช้ชื่อว่า MandrakeGalaxy ครับ สีฟ้าๆ เงินๆ สวยใช้ได้เลย แพกเกจต่างๆ ก็ทันสมัยเหมือนกับ Slackware (แทบจะเป็นรุ่นเดียวกันหมด) อีกส่วนที่น่าประทับใจคือ Mandrake Control Center ซึ่งเป็นการรวมเอาส่วนปรับแต่งของลินิกซ์ทั้งหมดมาไว้ที่เดียวกัน เหมือนกับวินโดว์มี Control Panel เลย ราคาขาย 39.90 เหรียญ ใช้ซีดีรอม 2 แผ่น รายละเอียดอยู่ที่ http://www.mandrakelinux.com/en/9.1/features/

SuSE 8.2
ลินิกซ์สัญชาติเยอรมัน ที่ครองตลาดยุโรปอยู่ในขณะนี้ (ว่ากันว่า เป็นลินิกซ์ยี่ห้อที่ไลนัส ทอร์วัลด์ ผู้สร้างลินิกซ์ใช้อยู่ในปัจจุบัน) ชื่อเสียงของ SuSE อยู่ที่การใช้งานที่ง่ายเอามากๆ จุดขายอยู่ที่โปรแกรม YaST (Yet Another Setup Tool) ซึ่งเป็นทั้งตัวติดตั้งและตัวปรับแต่งระบบของ SuSE (แบบเดียวกับ Mandrake Control Center) ส่วนหน้าตาติดต่อผู้ใช้นั้นใช้ธีม Crystal ใสๆ อมเขียว ซึ่งเป็นสีประจำยี่ห้อของ SuSE อยู่แล้ว แพกเกจต่างๆ ก็ครบครันทั้ง Kernel 2.4.20, Xfree86 4.3.0, KDE 3.1 และ Gnome 2.2 แต่SuSE จะเน้นใช้ KDE เป็นหลักมากกว่า Gnome ราคาขาย 39.95 เหรียญ ใช้ซีดีรอม 3 แผ่น อ่านรายละเอียดเพิ่มได้ที่ http://www.suse.com/us/private/products/suse_linux/i386/index.html

Red Hat Linux 9 (Shrike)
ที่ขาดไม่ได้คงเป็นพี่เบิ้มของวงการลินิกซ์ Red Hat Linux 9 ได้ออกมาฉลองครบรอบสิบปีของ Red Hat พอดี ถึงมันจะไม่เปลี่ยนแปลงเยอะเหมือนตอนเปลี่ยนจาก 7 มาเป็น 8 แต่การอัพเดตแพกเกจใหม่ๆ ก็ครบครันเท่ากับยี่ห้ออื่นๆ รุ่นนี้เหมือนเป็นการปรับปรุงรุ่น 8 ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ส่วนติดต่อผู้ใช้ยังใช้ธีม Bluecurve เหมือนเดิม ฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่แนะนำ ก็คือ NPTL เป็นเทคโนโลยีด้านเธร็ดแบบใหม่ ที่ใช้กับ Glibc ราคาขาย 39.95 เหรียญ เวอร์ชันซีดีและดาวน์โหลดจะมาวันที่ 7 เมษายนนี้ http://www.redhat.com/software/linux/

จะเห็นว่าลินิกซ์ทั้ง 4 ตัวมีแพกเกจหลักเกือบจะเหมือนกันหมด และราคารุ่นปกติก็ใกล้เคียงกัน ดังนั้นนี่เป็นการวัดว่าใครจะปรับแต่งลินิกซ์ให้ใช้งานได้ง่ายและถูกใจผู้ใช้มากกว่ากัน ซึ่งก็คงต้องรอดูกันซักพัก กว่าผู้ใช้และเว็บไซท์ต่างๆ จะรีวิวกันได้ครบ
ตัวสุดท้ายก็ไม่ใช่ตัวอื่นไกล ลินิกซ์ทะเล 5.0 ก็ออกอย่างเป็นทางการแล้วครับ
Linux TLE 5.0 (Andaman)
ลินิกซ์ทะเล ลินิกซ์ที่ทำโดยคนไทย ได้ออกรุ่น 5.0 ถัดมาจากรุ่น 4.1r2 ที่ออกมาเมื่อปีที่แล้ว เจ้า 5.0 นี่ปรับปรุงมาจาก Red Hat Linux 8.0 อีกทีหนึ่ง ซึ่งได้เพิ่มอะไรใหม่ๆ เข้ามามากพอสมควร เช่น แพกเกจใหม่ๆ, รู้จักฮาร์ดแวร์มากขึ้น โดยเฉพาะฮาร์ดแวร์ที่มีปัญหาเยอะๆ อย่าง การ์ดเสียง พรินเตอร์ โมเด็ม และการ์ดจอ, ระบบภาษาไทยที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพาแปลเมนูและข้อความของ Gnome ให้เป็นภาษาไทย และเพิ่มฟอนต์แบบ JS มาให้อีกเพียบ ถ้าไม่มีอะไรขัดข้อง คิดว่าสัปดาห์หน้าจะเอา Linux TLE 5.0 มารีวิวกันครับ ใช้ซีดีรอม 3 แผ่น ดาวน์โหลดได้ที่ www.opentle.org