We have been told by OpenID supporters that OpenID will unite the way we logging in. From the OpenID website, it says:
OpenID eliminates the need for multiple usernames across different websites, simplifying your online experience.
Ok, I agree with the first part but today I’m not sure about the simplifying your online experience anymore.
The story started when I want to vote SourceForge Comunity Choice Award 2008 (Blognone news).
These are my steps to logging in and vote. Let the pictures explain themselves.
Disclaimer: I’m long time GNOME user and contributor.
I have written about the reason I won’t use (and dislike) KDE several times:
Today is a good chance to write about it again!
I might be considered as most famous Java counter zealot by some. But, honestly, these are what I found randomly from Technorati “javafx” search tonight (plus one tweet).
JavaFX is announced in JavaOne 2007, then in JavaOne 2008 they’ve to reannounce it, because after one year, people still don’t know what’s it.
The Sun promise to put Java runtimes everywhere is meaningless if nobody wants to develop for those runtimes.
something is wrong when very useful but also very complex code frameworks like Spring are considered the “easy” way to do Java development.
“How is JavaOne going for you?”
“Cool to see everyone, but I don’t get JavaFX.”
Anyway, what is JavaFX?
วันนี้ครึ้มใจเป็นพิเศษลองเอา KDE 4.0 มาเล่น (ห้ามเรียกว่า KDE4 เฉยๆ นักพัฒนาโกรธ มันคนละอย่างกัน!) เล่นอยู่ได้ประมาณ 20 นาที เอาออกแทบไม่ทัน คือถึงแม้ได้ยินเสียงวิจารณ์กันมาเยอะ แต่ไม่คิดว่ามันจะแย่ขนาดนี้
(บล็อกนี้แฟน KDE กรุณาข้ามไป ถ้าไม่เชื่อ ผมใส่แท็ก Rant ไว้ด้วย อย่าหาว่าไม่เตือน)
ผมลงบน Ubuntu Hardy หลังเบต้าแต่ตามอัพเดตตลอด โดยใช้วิธี apt-get install kde4 มันดื้อๆ (เป็นแพกเกจของ Kubuntu) เท่าที่ได้ลองใช้ มีข้อสังเกตดังต่อไปนี้
ไปค้นเจอบล็อกเก่าๆ ของ อ. ธวัชชัย เขียนได้โดนใจมาก
การแปลซอฟต์แวร์ งานง่ายๆ ของคนไม่เคยทำ แต่เป็นงานหินสำหรับคนทำจริง
เริ่มมาประโยคแรกก็ได้ใจ
ผมมีปัญหากับคนไม่เคยทำงานจริงแต่ชอบวิจารณ์การทำงานของชาวบ้านครับ
(ผมก็มีปัญหากับ zealot ที่คลั่งไคล้ แต่ไม่เคยทำอะไรมีประโยชน์ เคยเขียนเรื่องนี้)
เรื่อง localization เป็นอะไรที่เมืองไทยไม่ค่อยสนใจเท่าไร อันนี้ยังหาคำตอบที่ดีไม่ได้ว่าเพราะอะไร ถ้าเอาแนวๆ วิชาการคงเป็นเพราะภาษาไทยเป็นภาษาที่จับใจความจาก context (ตีความหมายจาก "ความรู้สึก" ไม่ใช่ตามตัวอักษรแบบภาษาอังกฤษ สมัยทำงานกับคุณเจมส์สังเกตได้เลย) ทำให้การใช้คำสั้นๆ ในเมนูเพื่อสื่อความหมายยาวๆ เลยลำบาก
อีกเหตุผลหนึ่งที่เคยคิดไว้ก็คือคนไทยอ่านภาษาอังกฤษได้ ไม่จำเป็นต้องมีส่วนติดต่อผู้ใช้ภาษาไทย ซึ่งภายหลังก็พบว่ามันไม่จริง สมัยส่งเสริม OpenOffice.org ผมก็ตระหนักว่าสาวออฟฟิศ (ส่วนมาก) จำเป็นต้องมีเมนูไทยในการพิมพ์งาน เราเองต่างหากที่โลกแคบ
พอ localization ไม่มีค่อยฮิต คนทำก็เลยน้อยมากๆ ไม่รู้ว่าฝั่ง proprietary เป็นยังไง แต่ฝั่งโอเพนซอร์สนี่ เวลาอ่านชื่อคนแปลใน changelog ก็มีแต่ชื่อซ้ำๆ เช่น ทีมพี่ปลา NECTEC (OOo, Gnome), พี่เทพ (Gnome, Debian), DrRider (KDE) เป็นต้น
หัวข้อเริ่มจะไปเรื่อง contribution ของคนไทยในโครงการโอเพนซอร์สต่างๆ (ซึ่งคงมีจำนวนไม่มากกว่าละมั่งหรือกูปรีในประเทศไทย) เลิกเขียนดีกว่า เดี๋ยวยาว
ป.ล. ย้อนกลับมาอ่านอีกที รู้สึกว่ามาแนวเดียวกับ อ. เดฟ เลย บ่นคนละหัวข้อ แต่จริงๆ มันก็เรื่องเดียวกัน