Public Policy

This is Lobbying

In lobbying space, the real message is disguised.

From Google U.S. Public Policy

Internet Penetration in Thailand - Why It's So Low?

เป็นคำถามที่ผมสงสัยมานานแล้ว และถ้ามีโอกาสทำวิจัยเรื่องนี้ คงไม่ปฏิเสธ

ก่อนอื่นลองดูตัวเลขชี้วัดด้านโทรคมนาคมของไทย (ตัวเลขจาก BuddeComm)

การผลักดันนโยบายตามระบอบประชาธิปไตย

ตอนจบแล้วครับ

ความเดิม: ตอนที่หนึ่ง, ตอนที่สอง, ตอนที่สาม, ตอนที่สี่

เขียนมาตั้งยาว ผมขอสรุปดังนี้ครับ

  • ทุกคนมีความฝันของตัวเอง อยากเห็นโลกหมุนไปในทางที่เราอยากให้มันเป็น แน่นอนว่าเป็นประโยชน์กับเราด้วย
  • ความฝันเป็นเรื่อง subjective คือ ผมย่อมต้องเห็นความฝันของผมดีที่สุดอยู่แล้ว
  • แม้ว่าความฝันของผม อาจจะเป็นเรื่องไร้สาระในสายตาคนอื่นก็ได้ เช่น ผมอยากให้หมอทั้งประเทศไทยเป็นผู้หญิงล้วน ใส่ชุดรัดรูปเวลาตรวจโรค
  • แต่ผมสามารถ defend ความฝันผมได้ ด้วย "เหตุผลทางวิชาชีพ" (ซึ่งไม่รู้ว่าล้าสมัยไปหรือยัง มั่วมาหรือเปล่า วิชาชีพเดียวกันอาจคิดคนละแบบ และเป็นการมองแบบเข้าข้างตัวเองหรือไม่) จริงๆ หมายถึงเหตุผลอะไรก็ได้ตามแต่จะอ้างนั่นล่ะครับ
  • สรุปว่าความฝันของใครดีกว่ากัน พูดยากสุดๆ
  • แน่นอนว่าเราไม่สามารถทำตามความฝันของทุกคนได้ เพราะทรัพยากรมีจำกัด
  • ถ้าอยากให้ฝันเป็นจริง ผมก็ต้องพึ่งพิง "อำนาจ" ในการดำเนินการอยู่ดี
  • วิธีง่ายๆ ผมสามารถ "ล็อบบี้" ผู้มีอำนาจในขณะนั้น ให้ดำเนินการตามที่ผมอยากได้
  • แต่วิธีล็อบบี้ก็มีข้อเสีย ตรงที่ผมมีความเสี่ยงจะถูกเบี้ยวได้เสมอ ไม่ได้ในสิ่งที่ผมอยากได้ แม้ว่าจะลงทุน ลงทรัพยากรในการล็อบบี้ไปแล้วก็ตาม
  • สุดท้ายแล้ว วิธีเดียวที่จะการันตีว่า โลกจะหมุนไปในแบบที่เราฝัน ก็คือ ผมต้องมี "อำนาจ" นั้นในมือเสียเอง

เพื่อการันตีการดำเนินการที่ว่าไว้ตามวิชาชีพ

รบกวนทุกท่านย้อนอ่าน ตอนที่หนึ่ง, ตอนที่สอง, ตอนที่สาม ก่อนนะครับ

กลับมาที่คุณพนักงานคนที่สองเหมือนเดิมครับ

ตอนแรกนั้น ข้อเสนอทางวิชาชีพของแก ว่าไม่ถูกอย่างที่แกคิด เพราะโลกมันเปลี่ยนไป วิชาชีพมีล้าสมัย แกจึงไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ

ตอนที่สอง เมื่อเจอคู่แข่งร่วมวิชาชีพที่มีความเห็นต่าง และมีคุณสมบัติที่เหนือกว่า (ผู้มีอำนาจโน้มเอียงไปยังคู่แข่งมากกว่า) แกจึงไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ

ตอนที่สาม คุณพนักงานคนที่สอง a) วิศวกรคอมพิวเตอร์ ใช้วิธีการโน้มน้าวใจผู้มีอำนาจ b) หัวหน้าฝ่ายไอที โดย c) ซื้อขนมไปฝาก และได้สิ่งที่ต้องการคือ d) ใช้ Debian มาเรียบร้อย

แต่เรื่องราวต่อมากลับไม่ง่ายแบบนั้น คุณพนักงานคนแรกเรียนรู้วิธีการนี้ และแก้เกมโดยโน้มน้าวแบบเดียวกัน แต่เบิ้ลปริมาณขึ้นสองเท่า ปรากฎว่าผู้มีอำนาจเปลี่ยนการตัดสินใจไปเลือกข้อเสนอของพนักงานคนแรกเหมือนเดิม

พนักงานคนที่สองเสียเงินทองในการโน้มน้าวผู้มีอำนาจนะครับ ลงทุนไปแล้วแต่สุดท้ายยังไม่ได้ตามที่หวัง แบบนี้เรียกว่า "ถูกหักหลัง" ครับ

แบบนี้ ทำอย่างไรดี? ทำอย่างไรผู้มีอำนาจจึงจะเห็นด้วยกับเราทุกครั้งไป

เพื่อให้ทำตามที่ว่าไว้ในวิชาชีพ

ต่อจาก ตอนแรก และ ตอนที่สอง

พนักงานสองคน เป็น a) วิศวกรคอมพิวเตอร์ ทั้งคู่ สองคนเสนอแนวทางให้องค์กรต่างกัน แม้ว่ามาจากวิชาชีพเดียวกัน

พนักงานคนที่สอง ไม่พอใจมากที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจ ไม่ยอมเลือกแนวทาง b) Debian ตามที่ตัวเองเสนอ แม้ว่าจะเป็นข้อเสนอที่ตัวเองว่ามันถูกที่สุดตามหลักวิชาชีพที่เรียนมาก็ตาม เป็นผลให้เกิดอาการซึมเศร้า เคียดแค้น จิตตก ไม่มีที่ระบายเลยต้องไปบ่นในทวิตเตอร์ ฯลฯ

คำถามคือ ทำอย่างไร พนักงานคนที่สอง จึงจะได้สิ่งที่ตัวเองต้องการดีครับ?

Pages

Subscribe to RSS - Public Policy