Presentation

David S. Rose: How to pitch to a VC

นั่งดูคลิป TED Talk อันนี้บนเครื่องบินครับ เนื้อหาอาจพูดมานานสักหน่อยแล้ว (ตั้งแต่ปี 2007) แต่ก็ยังทันสมัยอยู่ คลิปยาวแค่ 15 นาที (ตามสไตล์ TED) ดูสั้นๆ ก็จบ ตรงประเด็น+ได้ความรู้ ขอแนะนำ

คนพูด David S. Rose เคยสวมบทบาทมาแล้วทั้งการเป็นผู้ประกอบการและเป็นนักลงทุน เขาจึงมาอธิบายว่าถ้าต้องไปนำเสนอผลงานให้นักลงทุน (pitching) เราควรนำเสนออะไรบ้าง อะไรที่ควรพูด อะไรที่ไม่ควรพูด

ศาสตร์พวกนี้มีสอนกันอยู่เรื่อยๆ แต่ผมคิดว่ามีเยอะเท่าไรก็ยิ่งดีนะ มันคงไม่มีสูตรตายตัว แต่ดูไว้หลายๆ แนวแล้วมาประยุกต์ใช้กับตัวเองได้

How to Be a Great Speaker

สมัยเมื่อหลายปีก่อน ผมพรีเซนต์แบบ public speaking ตามแนวทางของ Presentation Zen คือเน้นสไลด์สวยเข้าว่า เวลาส่วนใหญ่ใช้ไปกับการทำสไลด์เป็นหลัก แน่นอนว่าสไลด์สวยย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง คนสนใจเยอะ เอาขึ้นเว็บโชว์ได้สวยงาม

แต่ช่วงหลังๆ เหมือนเริ่มตกผลึกอะไรหลายๆ อย่าง ผมพบว่าสไลด์เป็นเพียงแค่ "ส่วนประกอบเดียว" ของการนำเสนอเท่านั้น ในที่สุดแล้ว (bottom line) หัวใจสำคัญของการนำเสนอคือ "การเล่าเรื่อง" ให้คนสนใจฟัง และสามารถจดจำไปใช้งานได้ในอนาคต

สไลด์เป็นแค่องค์ประกอบด้านภาพ (visual) ที่ทำให้การนำเสนอมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่คนที่พรีเซนต์เก่งมากๆ อาจไม่จำเป็นต้องมีสไลด์สักแผ่นเลยก็สามารถสื่อสารได้อย่างทรงพลัง (พวกสปีชของนักการเมืองทั้งหลาย)

หลายปีให้หลังนี้ผมจึงมาสนใจมิติของการเล่าเรื่อง ภาษาพูด ภาษากาย จังหวะการเล่าเรื่องให้มากขึ้น แต่ก็ใช้วิชาลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง วันนี้มาเจอบทความ 2 ชิ้นที่กล่าวถึงเรื่องนี้พอดี เลยมาจดลงบล็อกไว้สักหน่อยครับ

Mobile Trends 2012

เอกสารประกอบการบรรยายเรื่อง Mobile Trends ให้กับฝ่ายมัลติมีเดียของ Thai PBS เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2012

สไลด์นี้ใช้รูปภาพเสียเยอะ และระหว่างการบรรยายก็เปิดคลิปจาก YouTube สาธิตเทคโนโลยีหลายๆ อย่างให้ดูด้วย (เพื่อให้เห็นภาพ) ไอเดียโดยรวมคือเสนอ "ทิศทาง" ในแง่เทคโนโลยีว่าโลกของ mobile กำลังจะมีอะไรเกิดขึ้นในอีก 1-2 ปีข้างหน้า และมีนัยยะสำคัญอะไรต่อ "ทีวีสาธารณะ" อย่าง Thai PBS ที่ต้องปรับตัวให้เป็นมากกว่า "สถานีทีวี" ด้วย

Microsoft Keynote at CES 2011

เมื่อตอนเย็นนั่งดูวิดีโอ Microsoft Keynote at CES 2011 (Silverlight ครับ ขออภัยถ้าดูไม่ได้ แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น)

สำหรับคนที่ขี้เกียจดูวิดีโอ อาจอ่าน+ดูรูปจาก Engadget ทำละเอียดดี แต่ผมแนะนำให้ดู (ครึ่งชม. แรก) ด้วยเหตุผลว่า

  1. Kinect คืออนาคต ถ้าดูจะเห็นฟีเจอร์ gesture/voice recognition ที่มีประโยชน์ด้านอื่นนอกจากเกม และสามารถใช้งานจริงได้แล้ว มาแรงขนาดนี้ ไมโครซอฟท์จะต้องต่อยอด Kinect อีกมาก
  2. วิธีการนำเสนอของไมโครซอฟท์ไม่เชยๆ จืดๆ แบบสมัยของบิล เกตส์ แต่พัฒนาขึ้นจากเดิมมาก ทั้งลำดับในการนำเสนอ สไลด์ที่อยู่ด้านหลังปรับให้ดูง่ายขึ้น (แต่ยังมีสไตล์ของตัวเอง ไม่ใช่ลอกศาสดามา) และในฐานะที่ผมเคยไปฟังสตีฟ บัลเมอร์ตัวจริงมาแล้ว (1, 2) ก็บอกได้ว่างานนี้บัลเมอร์ท็อปฟอร์มมาก ถึงแม้จะไม่มีเรื่องที่ต้องประกาศมากสักเท่าไร

Pages

Subscribe to RSS - Presentation