เคยเขียนโฆษณารายการตอนแรกลงบล็อกไปแล้ว ขอโฆษณาอีกรอบเพราะว่าตอนนี้ดีจริงโดดเด่น
บ้านเมืองไม่ใช่ของเรา ตอนที่ 22 "2475 ทุกวันเลย"
แขกรับเชิญคือ อ. ชาตรี ประกิตนนทการ จากคณะสถาปัตย์ ศิลปากร มาพูดเรื่องสถาปัตยกรรมของยุคคณะราษฎร (2475-2490) ซึ่งแฝงตัวอยู่ตามย่านต่างๆ ทั่วกรุงเทพ และต่างจังหวัดอีกหลายจังหวัด
ที่สำคัญสถาปัตยกรรมเหล่านี้ มีซ่อน "คณะราษฎรโค้ด" (แบบเดียวกับดาวินชีโค้ด) ไว้ด้วย อย่าพลาด รายการตอนนี้เหมือนดูสารคดี สนุกมาก ใครอยากรู้ว่าทำไมเจดีย์หมุนรถได้ ต้องตามไปดูกันเอง
ดูได้จากวิดีโอ embed ด้านล่าง หรือจากเว็บไซต์ของบ้านเมืองไม่ใช่ของเราก็ได้ มีลิงก์ไปยังบทความเรื่องนี้ของ อ. ชาตรีให้ด้วย
สังเกตไหมคะว่าละครเรื่องไหนพระเอกใช้กำลังกับนางเอก เรื่องนั้นดังทุกที
อะไรทำให้เกิดมาตรฐานซ้อนระหว่างการข่มขืนโดยคนแปลกหน้ากับการข่มขืนด้วยความรัก โดยเฉพาะเมื่อพระเอกขาว หล่อล่ำ??
รักนี้ต้องข่มขืน!!
อริสา สุมามาลย์
บ้านเมืองไม่ใช่ของเรา #12 ตอน "คู่มือต้านรัฐประหาร"
แขกรับเชิญพิเศษคือ บก. ลายจุด (สมบัติ บุญงามอนงค์) ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่โดนทหารอุ้มไปในช่วงที่บ้านเมืองไม่ใช่ของเรา
ตอนนี้ไม่ค่อยขำ แต่เอามาลงบล็อกเพราะว่าดูแล้วรับรู้ว่าคนต้านรัฐประหารตัวจริงเค้าทำอะไรกันบ้างในคืนวันที่ 19 กันยา และเตรียมคิดได้แล้วว่า รอบหน้าเราควรเตรียมตัวอะไรกันบ้าง
ช่วงนี้การเมืองเชิงแนวคิดกำลังกลับมาเป็นที่สนใจ หลังจากเว้นให้เรื่องเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาล (ซึ่งเป็นการเมืองเชิงปฏิบัติ) มาได้ระยะหนึ่ง สาเหตุคงไม่ใช่อื่นใดนอกจากประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญ 50 ที่กำลังร้อน
ถ้าเรามองข้ามสงครามคารมระหว่างฝ่ายต่อต้าน-สนับสนุนแล้ว งานที่มีค่าควรแก่การอ่านมักมาจากคณะอาจารย์นิติศาสตร์ มธ. กลุ่มของ อ. วรเจตน์ (นิติเองก็มีหลายกลุ่ม) ซึ่งโดดเด่นเสมอมาในช่วง 2-3 ปีให้หลังนี้ (ผมเองก็ quote งานของ อ. ปิยะบุตร หลายครั้งในบล็อกนี้)
ล่าสุดประชาไทมีสัมภาษณ์ อ. วรเจตน์ เกี่ยวกับแนวคิดตุลาการภิวัตน์ ยกข้อความสำคัญมาบางส่วน
ที่ผ่านมา เราใช้ต้นทุนต่างๆ มาเยอะในช่วงปีกว่าๆ อำนาจ พลัง บารมี ในหลายๆ เรื่องเข้ามาแล้วมันสึกหรอไปหมด วันนี้ต้นทุนทางสังคมของชนชั้นนำจำนวนมากก็ใช้ไปเกือบหมดแล้ว แม้แต่ศาล
…
ความเห็นผม ไม่เฉพาะวงวิชาการนิติศาสตร์อย่างเดียว แต่ทั้งรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ สังคมศาสตร์ ทั้งหมด ช่วงที่ผ่านมานี้เราตกต่ำมาก อาจจะมากที่สุดในทางวิชาการ เราไม่สามารถเป็นหลักให้สังคมได้ ‘เรา’ ในที่นี้หมายถึงในภาพรวม เหตุก็เพราะว่าเราไป ‘เล่น’ พวกเราออกไปเล่น ไม่ได้เป็นคนซึ่งบอกสังคม แต่ออกไปเป็นผู้เล่นเอง ซึ่งก็กลายเป็นนักการเมืองเท่านั้นเอง
…
การนำเสนอตุลาการภิวัฒน์ขึ้นมาในระบบนี้ แน่นอน ผู้นำเสนอต้องการบอกให้เอาศาลเข้ามาจัดการแก้ปัญหาตรงนี้ โดยที่ไม่ได้พูดถึงเรื่องข้อจำกัดของศาล
…
แต่บ้านเราไม่ใช่ ปัญหาคือว่าเราบอกว่ามันมีปัญหาทางการเมืองนะ แล้วเรานึกอะไรไม่ออกก็บอกว่า เอาศาลเข้ามา แล้วพอบอกเอาศาลเข้ามา ทุกคนก็ โอ้โห ปรบมือยินดี
แต่ผมถามว่าคนที่เสนออย่างนี้ คุณเห็นระบบตุลาการในประเทศแค่ไหน คุณเห็นข้อจำกัดของคนที่เป็นผู้พิพากษาในประเทศนี้แค่ไหน คุณเห็นกระบวนยุติธรรมที่ผ่านมาของประเทศนี้อย่างไร ก่อนที่คุณจะเสนอตรงนี้ แล้วหลักการเรื่องนี้มันเป็นอย่างไร
ที่เหลือไปตามอ่านต่อกันเองตามลิงก์ข้างบน
ข้อสังเกตที่ผมคิดว่าน่าสนใจ (ไม่เกี่ยวกับวรเจตน์) คือประชาไทกำลังมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะพื้นที่สำหรับนักวิชาการหรือบุคคลสาธารณะฝ่ายต่างๆ เขียนงานมาโต้กัน ซึ่งเริ่มเทียบชั้นกับมติชนหรือ Bangkok Post ได้บ้างแล้ว (แต่ส่วนของงานข่าวและ editorial content ยังเป็นรองอยู่ระดับหนึ่ง)
ป.ล. ตัวหนาผมเน้นเอง จงใจ
ผมเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวด้าน Ubuntu ของ อ. พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ (ใช่ครับ พิดเด็กแนวนั่นแหละ) เคยโฆษณาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ อ. พิชญ์ให้หลายครั้ง (ดูของเก่า) ล่าสุด อ. แกมีรายการทีวีเป็นของตัวเอง ก็มาโฆษณาให้อีกรอบเช่นกัน
บ้านเมืองไม่ใช่ของเรา (หา embed ไม่เจอ เอาไปแต่ลิงก์แล้วกัน)
รายการสนทนาปัญหาบ้านเมือง เล่าข่าว โดยพิดเด็กแนว กับชูวัส บรรณาธิการของประชาไท
ป.ล. อ. พิชญ์ฝากมาบอกว่าคนมาดูเยอะแต่ไม่ค่อยคอมเมนต์กัน แกเหงามาก ใครตามลิงก์ไปดูก็ช่วยคอมเมนต์กันหน่อย
อัพเดต
อ. พิชญ์ได้อัพโหลดตอนล่าสุดลงใน Google Video เผื่อคนอยู่เมืองไกล เข้าเน็ตไทยช้าแบบผมแล้ว ขอบคุณ อ. มา ณ ที่นี้ด้วยครับ ไหนๆ อัพโหลดแล้ว เอา embed มาแปะแบ่งปันกันตรงนี้ด้วยเลย