Patent

Nokia Opposes Ogg in HTML5

เป็นข่าวที่น่าสนใจที่สุดในรอบสัปดาห์ แปะลิงก์ไว้ก่อน เดี๋ยวอ่านความเห็นครบๆ แล้วค่อยเขียนลง Blognone

แบบสรุปสั้นๆ คือในร่างปัจจุบันของ HTML5 (ชื่อเดิม WHATWG) จะมีแท็ก <video> ด้วย (เนื่องจากความนิยมในวิดีโอออนไลน์) ซึ่ง W3C ได้เลือก Ogg Vorbis/Theora เป็น fallback codec ด้วยเหตุผลว่ามันเป็็น codec ที่ royalty free เสมอ แต่โนเกียออกมาต้าน ด้วยเหตุผล 2 ข้อ (ตามที่ Cory Doctorow แห่ง BoingBoing เขียน) คือ

  • มันยังมี patent (ซึ่ง Cory บอกว่าไม่จริง แต่ผมยังไม่ชัวร์)
  • มันไม่มี DRM (ซึ่งบรรดา content owner ทั้งหลายต้องการ)

โนเกียเสนอให้ใช้ H.264 และ AAC แทน Ogg ซึ่งในแง่คุณภาพก็คงดีกว่าจริง แต่แง่กฎหมายแล้วผมไม่แน่ใจอีกเหมือนกัน (และไม่เห็นมีใครพูดถึง) อย่างไรก็ตาม ในสเปกของ W3C นั้น Ogg เป็นแค่ fallback เท่านั้น เจ้าของเว็บยังมีสิทธิ์เลือก codec อื่นได้

อัพเดต: ยังไม่ทันอ่านอะไรเพิ่ม Ogg ก็ถูกถอดออกจากสเปก HTML5 ไปเรียบร้อย (เปลี่ยนจาก “must” เป็น “should”) - Slashdot

อ่าน Linux's Legal World After SCO เขียนโดย Pamela Jones คนตั้ง Groklaw แล้วรู้สึกว่ามันเยี่ยมมากๆ

PJ ย้อนรอยคดี SCO ในปี 2003 และบอกว่าคดีนี้ไม่ได้ทำลายลินุกซ์และโอเพนซอร์ส แต่มันกลับทำให้ชุมชนโอเพนซอร์สนั้น "แข็งแกร่ง" ขึ้นตะหาก อย่างน้อยๆ เหล่า geek ทั้งหลายก็รู้เรื่องกฎหมายพื้นฐาน ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตรกันถ้วนหน้ากว่าแต่ก่อนเยอะมากๆ แถมตอนนี้มีองค์กรด้านกฎหมายหลายแห่งที่ทำหน้าที่พิทักษ์ชุมชนถูกก่อตั้งขึ้นมา เช่น Groklaw เอง หรือ Software Freedom Law Center เป็นต้น

ถึงแม้ชุมชนโอเพนซอร์สจะเข้มแข็งกว่าปี 2003 มาก แต่ถ้าจะให้เทียบ คดี SCO คงประมาณระเบิดทีเอ็นทีธรรมดา การฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์ของซอร์สโค้ด ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว

แต่มันยังมีสิ่งที่น่ากลัวกว่าอย่าง สิทธิบัตรซอฟต์แวร์ เปรียบเสมือน ICBM ที่รอยิงซัดกันอยู่ ฝั่งโอเพนซอร์สจึงต้องรวมกันสร้างหัวรบอย่าง Open Invention Network เอาไว้ขู่กันบ้าง (เหมือนสงครามเย็น)

แต่ที่สำคัญที่สุดก็กลับมาที่แนวคิดพื้นฐาน geek ต้องรู้กฎหมาย และนักกฎหมายต้องรู้ tech ทั้งสองฝ่าย

ผมเชื่อว่ามีคนอ่านบล็อกนี้อีกจำนวนมาก ที่ยังแยกความแตกต่างระหว่างลิขสิทธิ์และสิทธิบัตรไม่ออก (ถึงแม้ประเทศไทยจะไม่มี Software Patent แต่ก็อาศัยโปรแกรมอเมริกันที่มีกฎหมายนี้ซะเยอะ)

ความรู้เรื่องกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศเรายังขาดแคลนอีกมาก ไม่ใช่สิ ขาดแคลนแบบสุดๆ ไปเลยตะหาก ยิ่งโดยเฉพาะสายไอที

ตอนนี้นอกจากแต่ละคนหาความรู้ด้วยตัวเองแล้ว ยังนึกวิธีแก้ปัญหาเรื่องขาดแคลนนี้ไม่ออก

เรื่อง Software Patent เป็นอะไรที่น่ากลัวเอี้ยๆ ในอนาคต พอๆ กับเรื่องว่าเราจะเก็บ privacy ได้ขนาดไหนกัน เมื่อต้องเจอการบุกทะลวงของ Google

ถ้าให้อธิบายความสำคัญของมันแบบง่ายที่สุด ต้องใช้คำถามเหล่านี้

  • ทำไมลินุกซ์ถึงเล่น MP3 ในตัวแต่แรกไม่ได้
  • ทำไมวินโดวส์ถึงเล่น DVD ในตัวแต่แรกไม่ได้
  • ทำไมถึงมี PNG ในเมื่อมี GIF อยู่แล้ว

คำตอบมีเพียงหนึ่ง "Software Patent"