Open Source

ปี 2003 ผ่านมาเกือบจะครบปีแล้ว ปีนี้เป็นอีกปีที่ลินิกซ์และวงการซอพท์แวร์เสรีเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีเหตุการณ์ใหญ่ๆ เกิดขึ้นมากมาย เรามาสรุปกันว่า ทั้งปีที่ผ่านมามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และเกิดผลกระทบอะไรต่อลินิกซ์บ้างครับ



SCO อ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของลินิกซ์

ลินิกซ์เติบโตอย่างต่อเนื่องมาสิบปีแล้ว และโค้ดของมันได้ผ่านการตรวจสอบจากโปรแกรมเมอร์นับพันทั่วโลก แต่นั่นเป็นแค่ด้านเทคนิคเท่านั้น อีกมุมหนึ่งของลินิกซ์คือด้านกฎหมาย และสิทธิการใช้งาน (License) แทบไม่มีใครสนใจเลยจนในปีนี้ เมื่อบริษัท SCO ซึ่งเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า UNIX ในปัจจุบันได้ออกมาอ้างสิทธิ์ว่า โค้ดบางส่วนในเคอร์เนลของลินิกซ์นั้นถูก IBM เอามาจากโค้ด UNIX ของ SCO และเรียกเก็บเงินค่าใช้ งานจากบริษัทใหญ่ๆ ในทำเนียบ Fortune 500 ที่ใช้ลินิกซ์ (อ่านได้รายละเอียดได้จากตอน เมื่อเพนกวินขึ้นโรงขึ้นศาล) ทำให้เกิดข้อถกเถียงกันมากมายในอินเทอร์เนต ถึงแม้คดีจะยังไม่ตัดสิน แต่การออกมาของ SCO คราวนี้ ทำให้ประเด็นด้านกฎหมายของลินิกซ์ เป็นที่สนใจกันมากขึ้นมาก และทำให้ทุกคนในประชาคมโอเพ่นซอร์สตื่นตัวที่จะป้องกันไม่ให้กรณีอย่างนี้เกิดขึ้นกับลินิกซ์อีก



ตลาดลินิกซ์มุ่งสู่เดสก์ทอป

ระยะห่างในตลาดเดสก์ทอปที่ลินิกซ์ยังตามหลังไมโครซอพท์หลายปีได้ร่นเข้ามาอีกเยอะ หลังจากบริษัท Ximian ได้แสดงให้เห็นว่า ลินิกซ์นั้นพร้อมสำหรับตลาดเดสก์ทอปในองค์กรแล้ว ด้วยการส่ง Ximian Desktop 2 (XD2) มาให้เราได้ใช้กัน XD2 ได้แสดงให้เห็นว่า ผู้ใช้งานทั่วไปไม่ต้องการโปรแกรมที่แถมมาให้จำนวนมากจนสับสน เหมือนที่ลินิกซ์หลายๆ เจ้าทำอยู่ แต่ต้องการแค่โปรแกรมพิมพ์งาน ส่งเมล์ และอินเทอร์เนตอย่างละตัว ที่มีฟีเจอร์ตามต้องการ มีเสถียรภาพไม่พังง่ายๆ และส่งข้อมูลระหว่างกันได้เป็นอย่างดีก็เพียงพอแล้ว นอกจากนี้ ปีนี้เรายังได้ใช้ GNOME 2.4 ระบบเดสก์ทอปตัวใหม่ที่ทำงานได้ราบรื่นและรวดเร็วขึ้นเช่นกัน



บริษัทยักษ์ตบเท้าหนุนลินิกซ์

เชื่อมั้ยครับว่าปีนี้ บริษัทไฮเทคข้ามชาติขนาดยักษ์เกือบทุกบริษัท (ยกเว้นไมโครซอพท์) ต่างทยอยออกมามีส่วนร่วมกับลินิกซ์กันมาก เริ่มตั้งแต่ IBM ที่ลงทุนในลินิกซ์และโครงการ Apache มาหลายปีแล้ว, Sony นำลินิกซ์ไปใช้ในเครื่อง Play Station 2, ยักษ์ฐานข้อมูล Oracle ก็ประกาศ Oracle 10g โดยมีลินิกซ์เป็นหลัก, Sun หันมาทำลินิกซ์เองในชื่อ Java Desktop System, Dell หันมาเน้นเซิร์ฟเวอร์ตระกูล Blade ที่รันลินิกซ์ ส่วนรายใหญ่ในปีนี้คือ Novell ที่ซื้อคู่ 2 บริษัทลินิกซ์ชั้นแนวหน้า คือ บริษัท Ximian และ SuSE หวังลุยตลาดลินิกซ์ในปีหน้าเต็มตัว รวมถึง Red Hat ยักษ์ลินิกซ์ที่หันไปจับตลาดลินิกซ์สำหรับองค์กรแทน เมื่อมีบริษัทระดับนี้มาหนุนหลังกันทั่วหน้าแล้ว ลินิกซ์ในตลาดองค์กรปีหน้าจะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของวินโดว์ 2003 แน่นอนครับ



มาแรงในตลาด Embeded

อีกตลาดที่ลินิกซ์มาแรงในปีนี้ คือ Embeded System (หรือภาษาไทยเรียกว่า “อุปกรณ์ฝังตัว”) เช่น ชิปควบคุมที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ต่างๆ ไปจนถึงโทรศัพท์มือถือ จะเห็นได้จากที่ บริษัท Motorola ได้ออกมือถือที่ใช้ลินิกซ์ตัวแรกออกมาแล้ว Wind River ผู้นำโลก Embeded ในตอนนี้ ก็เข้าร่วมกับ OSDL (Open Source Development Lab – ตอนนี้ไลนัส ทอร์วัลด์ ทำงานอยู่ที่นี่ครับ) ส่วนยักษ์อิเล็คทรอนิกส์อย่าง Sony, Hitachi, LG, Toshiba, Philips และ Panasonic ได้จับมือกันตั้ง Consumer Electronics Linux Forum (CELF) ขึ้นมาพัฒนาลินิกซ์ในตลาดนี้เช่นกัน



ลินิกซ์เมืองไทยกับ ICT

นอกจากโครงการคอมพิวเตอร์ ICT ได้ปลุกกระแสคอมพิวเตอร์ราคาถูกในบ้านเรา การเลือกใช้ลินิกซ์ทะเลสำหรับคอมพิวเตอร์ ICT ทำให้เกิดผลกระทบตามมาอย่างมาก ตั้งแต่เล็กๆ อย่างมีหนังสือแนะนำการใช้ลินิกซ์ทะเล เพื่อลูกค้าคอม ICT โดยเฉพาะวางจำหน่ายเกือบสิบเล่ม, สถาบันอบรมคอมพิวเตอร์ทั่วเมืองไทยหันมาเปิดหลักสูตรลินิกซ์, สื่อมวลชนทั่วโลกรายงานข่าวนี้ และที่ยิ่งใหญ่จริงๆ คือ ทำให้ไมโครซอพท์กลืนน้ำลายตัวเอง จากนโยบายซอพท์แวร์ราคาเดียวกันทั่วโลก ยอมลดราคาวินโดว์และออฟฟิศจากเป็นหมื่นลงมาเหลือพันเดียว ที่ประเทศไทยเป็นแห่งแรกในโลก ทำให้รัฐบาลอีกหลายประเทศมองกรณีศึกษานี้ตาเป็นมัน โดยหวังจะนำไปใช้ต่อรองราคากับไมโครซอพท์บ้าง (อ่านเพิ่มเติมได้ในตอน ลินิกซ์ในเมืองไทย เป็นแค่ภาพลวงตา?)



คราวหน้าเรามาดูกันครับว่า แนวโน้มลินิกซ์ในปีหน้า น่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง

เมื่อถึงปลายปี สื่อมวลชนแขนงต่างๆ ก็จะเริ่มสรุปข่าวดังประจำปี และพยากรณ์อนาคตในอีกหนึ่งปีข้างหน้า วงการลินิกซ์และซอพท์แวร์เสรี ก็ไม่ต่างกันครับ สำนักข่าวทางด้านคอมพิวเตอร์หลายแห่งได้ทยอยเผยแพร่บทความเกี่ยวกับลินิกซ์ในปี 2004 แล้ว มีการเชิญคนดังในวงการมากมายมาร่วมให้ความเห็น ไว้มีโอกาสจะนำมาเล่าให้ฟังกัน แต่คราวนี้ผมขอตั้งตัวเป็นผู้พยากรณ์สถานการณ์ลินิกซ์ในปีหน้าให้อ่านกันครับ



ปีหน้านี้สิ่งที่เราจะได้ใช้กันแน่ๆ คือ เคอร์เนลตัวใหม่ เวอร์ชัน 2.6 และตลาดระบบปฏิบัติการจะเหลือเพียงลินิกซ์กับวินโดว์เท่านั้นไม่ว่าจะเป็นตลาดระดับสูงหรือต่ำขนาดไหนก็ตาม ผมแยกเป็นกลุ่มๆ 5 กลุ่มดังนี้ครับ



ตลาดเซิร์ฟเวอร์ (Enterprise Server)

ลินิกซ์ถือกำเนิดมาจากจุดนี้ ด้วยตัวระบบปฏิบัติการที่เสถียร มีประสิทธิภาพสูง และราคาถูก ประกอบกับซอพท์แวร์ด้านเซิร์ฟเวอร์ที่แข็งแกร่ง เช่น Apache เว็บเซิร์ฟเวอร์อันดับ 1 ของโลก, MySQL สำหรับฐานข้อมูล หรือ Sendmail สำหรับเมล์เซิร์ฟเวอร์ ตลาดนี้ลินิกซ์กินเรียบมานานแล้ว และจะทยอยกินส่วนแบ่งของยูนิกซ์ตัวอื่นๆ อย่าง Solaris ของซันไปเรื่อยๆ เหลือเพียงคู่แข่งที่สำคัญคือ Windows Server 2003 เท่านั้น



ตลาดเซิร์ฟเวอร์ระดับสูง (Datacenter)

ถึงลินิกซ์จะราคาถูกแค่ไหน แต่สิ่งที่ยังขาดไปคือประสิทธิภาพในการทำงานขนาดใหญ่มากๆ และผิดพลาดไม่ได้ต้องรันติดต่อกันตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่เกี่ยงค่าใช้จ่าย เดิมทีระบบปฎิบัติการที่ใช้ๆ กันคือ Solaris ของซัน หรือไม่ก็ AIX ของไอบีเอ็ม แต่ปีหน้านี้เมื่อเคอร์เนล 2.6 ออกมา ลินิกซ์จะสามารถใช้ซีพียูได้พร้อมกันถึง 32 ตัว (จากเดิม 8 ตัวในเคอร์เนล 2.4) แถมยังสนับสนุนสถาปัตยกรรม NUMA (Non Uniform Memory Access) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบใหม่ที่ใช้กันในซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในปัจจุบันด้วย ตลาดนี้ลินิกซ์มีโอกาสเติบโตได้สูงเช่นกัน



เดสก์ทอปในองค์กร (Enterprise Desktop)

ตลาดเดสก์ทอปในองค์กร (ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ ก็คือ พิมพ์งาน ส่งเมล์ นัดประชุม แชร์ไฟล์ภายใน) ในปีหน้านี้ บริษัทจำนวนมากน่าจะเปลี่ยนระบบปฏิบัติการจาก Windows XP, 2000 หรือ 2003 ก็ตาม มาเป็นลินิกซ์กันมากขึ้น เนื่องจากลินิกซ์ค่อนข้างจะพร้อมแล้วกับตลาดนี้ โดยแรงขับดันหลักจะมาจากฝั่งรัฐบาล หลังจากที่ปี 2003 รัฐบาลทั่วโลกได้เปลี่ยนมาใช้ลินิกซ์กันค่อนข้างเยอะ (เช่น มิวนิค ลอนดอน บราซิล และจีน) เจ้าตลาดย่อมเป็น SuSE/Ximian หลังจากเข้าไปอยู่ในเครือ Novell และได้รวมจุดแข็งของทั้งคู่ซึ่งเก่งในเดสก์ทอปองค์กรเข้าด้วยกัน ส่วน Red Hat ที่หันมาบุกตลาดนี้ ด้วย Red Hat Enterprise Linux จะตามมาเป็นที่สอง Java Desktop System ของซันคงไม่ประสบความสำเร็จมากนักในต่างประเทศ ส่วนในบ้านเราก็ไม่น่าจะมีคนใช้เลย



เดสก์ทอปตามบ้าน (Consumer Desktop)

ตลาดเดสก์ทอปตามบ้าน (ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม) เป็นเหมือนกับพรมแดนสุดท้ายที่ลินิกซ์ยังเข้าไปไม่ถึงเสียที สิ่งที่ลินิกซ์ยังขาดอยู่มีสองอย่าง คือ โปรแกรมมัลติมีเดียครอบจักรวาลแบบ Windows Media Player ซึ่งในตอนนี้มีโปรแกรมที่พอมีศักยภาพสองตัว คือ Mplayer ที่เล่นไฟล์ได้สารพัดชนิด ตั้งแต่ mp3 ยัน QuickTime แต่ยังขาดฟีเจอร์อื่นๆ นอกเหนือจากเล่นไฟล์ เช่น ความสามารถในการก็อปปี้ซีดีเพลงลงเครื่อง หรือฟังวิทยุออนไลน์ อีกโปรแกรมหนึ่งที่ผมใช้แล้วชอบคือ Rhythm Box ซึ่งสร้างเลียนแบบ WMP หรือ iTunes ของแอปเปิล มีระบบ Media Library ที่ค่อนข้างฉลาด แต่ยังเป็นโปรแกรมใหม่อยู่ ซึ่งทั้งคู่ต้องอาศัยเวลาพัฒนาอีกพอสมควร อีกส่วนหนึ่งคือเกม ซึ่งก็ยังไม่มีวี่แววจะเกิดบนลินิกซ์ได้เลย เกมบนลินิกซ์ยังคงจะเป็นเกมง่ายๆ เช่นเคย มีเพียง Unreal Tournament 2003 (และ 2004 ที่จะตามมาในปีหน้า) เป็นเกมสามมิติเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบเพียงเกมเดียว ตลาดนี้วินโดว์ XP จะยังยึดไว้อย่างเหนียวแน่นเหมือนเดิมครับ



อุปกรณ์ฝังตัว (Embeded System)

อุปกรณ์ฝังตัวเหล่านี้ ลินิกซ์มีจุดเด่นที่เป็นมาตรฐานเปิด ฟรี (อุปกรณ์พวกนี้กำไรต่อหน่วยน้อย ต้องลดต้นทุนให้มากที่สุด) และเป็นซอพท์แวร์เสรี แก้ไขให้เหมาะกับแต่ละอุปกรณ์ได้ เคอร์เนล 2.6 จะทำให้ลินิกซ์สนับสนุนอุปกรณ์ฝังตัวได้หลากหลายชนิดขึ้น เช่น ซีพียูจากโตชิบา และโมโตโรล่า ถึงแม้ลินิกซ์จะไม่ใช่เจ้าของตลาดนี้ (และยังไม่เป็นต่อไปอีกหลายปี) แต่ก็เป็นผู้เล่นหลักที่มีบทบาทพอสมควร แถมเพิ่มขึ้นทุกปี คู่แข่งที่สำคัญคือ Palm, Windows CE และ Wind River



ช่วงปี 2004 – 2005 นี้น่าจะเป็นช่วงเวลากอบโกยที่สำคัญที่สุดของลินิกซ์ เพราะว่าคู่แข่งสำคัญ คือ Longhorn ของไมโครซอพท์ ที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เพียบ จะออกมาในครึ่งหลังของปี 2005 หรือไม่ก็ปี 2006 ช่วงเว้นนี้จึงเป็นโอกาสทองของลินิกซ์ที่จะพัฒนาตัวเองให้ได้มากที่สุด และแย่งฐานลูกค้าเดิมๆ มาจากไมโครซอพท์ ผมไม่ได้ตั้งข้อรังเกียจอะไรไมโครซอพท์หรือวินโดว์นะครับ การพัฒนาซอพท์แวร์และนวัตกรรมใหม่ๆ เป็นผลดีต่อผู้ใช้แน่นอน เพียงแต่ว่าลินิกซ์ถูกกว่า (เยอะ) เท่านั้นเอง :-P

LinuxWorld Expo 2004

งาน LinuxWorld Expo เป็นงานแสดงสินค้าและการประชุมที่เกี่ยวกับลินิกซ์ และวงการโอเพ่นซอร์สที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดโดย IDG World Expo ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการจัดงานแสดงไฮเทคประเภทนี้ งาน LinuxWorld Expo จัดขึ้นทุกปี และหลายที่ทั่วโลกครับ ทั้งที่แฟรงเฟิร์ต และโตเกียว แต่เราสนใจงานใหญ่ที่สุดที่จัดในสหรัฐอเมริกาปีละ 2 ครั้ง งานกลางปีจะจัดที่ซานฟรานซิสโก ซึ่งผมเคยเขียนไปแล้วเมื่อปีที่แล้ว



ส่วนงานต้นปีในคราวนี้จัดที่ศูนย์ประชุม Javits ที่นิวยอร์ค แน่นอนว่าเป็นการประชุมเกี่ยวกับโอเพ่นซอร์สที่ใหญ่ที่สุดในโลก ย่อมจะมีความเคลื่อนไหวในวงการมากมายเกิดขึ้น สื่อต่างๆ อย่าง CNET นั้นถึงกับต้องเปิดหน้าพิเศษรายงานเรื่องนี้เลยทีเดียว และวันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังครับ



แนวโน้มที่เด่นชัดที่สุดในวงการโอเพ่นซอร์สตอนนี้ก็คือ บริษัทไอทีระดับโลกเกือบทุกบริษัท (ยกเว้นไมโครซอพท์) มองว่าลินิกซ์และโอเพ่นซอร์สนั้นเป็นดาวรุ่ง และทยอยเข้ามาจับตลาดนี้กันเป็นว่าเล่นตามที่ผมเขียนในคอลัมน์นี้มาตลอดปีที่แล้ว ทั้งไอบีเอ็ม ซัน โนเวล ออราเคิล เอชพี อินเทล โซนี่ ไม่มีบริษัทไหนชื่อไม่คุ้นเลยใช่มั้ยครับ งาน LinuxWorld Expo 2004 คราวนี้เป็นภาพสะท้อนแนวโน้มนี้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว



ตามปกติแล้วการประชุมในงาน หรือ ที่ศัพท์เทคนิคเรียกว่า Keynote นั้นจะเชิญบรรดาแฮกเกอร์หรือโปรแกรมเมอร์ชื่อดังในวงการมาพูด อย่างเช่น ไลนัส ทอร์วัลด์ ผู้สร้างลินิกซ์ หรือ ริชาร์ด สตอลแมน ผู้เผยแพร่แนวคิดซอพท์แวร์เสรี บรรดาแฮกเกอร์เหล่านี้ก็จะทำตัวสบายๆ สไตล์แฮกเกอร์ ใส่เสื้อยืดรองเท้าแตะขึ้นเวที หรือบางคนก็ไว้หนวดเครายาวเฟื้อย แต่บรรดา Keynote ปีนี้นั้นเปลี่ยนแนวไปโดยสิ้นเชิง



งานวันแรกเริ่มจาก Jack Messman CEO ของโนเวล ซึ่งเป็นดาวดวงใหม่ในโลกโอเพ่นซอร์ส คนถัดมาคือ Dave Dargo รองประธานฝ่ายลินิกซ์ของออราเคิล ผู้ผลักดันให้ออราเคิลมาจับลินิกซ์ นอกจากนั้นมีประธานฝ่ายโครงสร้างของ Amazon.com ที่จะมาพูดเรื่องการใช้ลินิกซ์ใน Amazon.com และตัวแทนจาก Computer Associates กับผู้จัดการทั่วไปของไอบีเอ็ม ทุกคนเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทระดับโลกกันทั้งนั้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเส้นทางที่เริ่มจะบรรจบกันของซอพท์แวร์โอเพ่นซอร์สและโลกธุรกิจ



ความเคลื่อนไหวหลักๆ ในงาน LinuxWorld Expo ปีนี้คือ บริษัทที่ทำธุรกิจหลายบริษัทอย่างเรดแฮท โนเวล และไอบีเอ็ม หันมาขายโปรแกรมป้องกันความเสียหาย ถ้าหากว่าบริษัท SCO ชนะในคดีที่ฟ้องแสดงความเป็นเจ้าของในลินิกซ์กันใหญ่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่า เมื่อเลือกใช้ลินิกซ์ของบริษัทแล้ว จะไม่ต้องวุ่นวายกับปัญหาทรัพย์สินทางปัญญาจาก SCO



ข่าวใหญ่อีกข่าวก็คือ ซัน ไมโครซิสเต็มนั้นเตรียมจะเปลี่ยนระบบปฏิบัติการในเครื่องของบริษัททั้งหมดให้เป็น Java Desktop System ซึ่งเป็นลินิกซ์ของซัน ภายในหกเดือน ส่วนไอบีเอ็มก็มีบันทึกลับรั่วออกมาว่า ประธานบริษัทต้องการให้เครื่องของไอบีเอ็ม เปลี่ยนเป็นลินิกซ์ทั้งหมดภายในปี 2006 เช่นกัน



กลุ่ม UnitedLinux ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มบริษัทผู้ผลิตลินิกซ์ 4 บริษัทเพื่อถ่วงดุลกับยักษ์ใหญ่ของวงการ คือ เรดแฮทนั้นก็ถึงคราวล่มสลายอย่างเป็นทางการ เนื่องจากหนึ่งในสมาชิก คือ SCO นั้นกลับลำหันมาฟ้องร้องแสดงความเป็นเจ้าของในลินิกซ์แทน แนวคิดที่จะทำลินิกซ์ให้ "เป็นมาตรฐาน"ที่กลุ่ม UnitedLinux ตั้งใจไว้ก็ล้มเลิกไป (ลินิกซ์จากกลุ่ม UnitedLinux นั้นการันตีว่าทำงานเข้ากันได้) แต่ไม่ต้องตกใจกลัวว่า ลินิกซ์จะไม่มีมาตรฐาน เข้ากันไม่ได้เหมือนกับยูนิกซ์นะครับ ตอนนี้มีองค์กรที่รับช่วงแนวคิดต่อคือ Open Source Development Lab (OSDL) ซึ่งเป็นองค์กรกลางที่บรรดายักษ์ไอทีร่วมลงขันกันตั้งขึ้น เพื่อพัฒนาลินิกซ์ให้เป็นมาตรฐาน และเข้ากับอุปกรณ์ได้มากชนิดขึ้น โดยมีลูกจ้างคนแรกขององค์กรอย่างไลนัส ทอร์วัลด์เอง และผลงานที่ค่อนข้างจะออกมาชัดเจน ทำให้เราไว้ใจได้ว่าต่อไปลินิกซ์ต่างยี่ห้อกัน ก็จะยังทำงานเข้ากันได้อยู่ครับ



เหล่าแฮกเกอร์ไม่ได้หายไปจากงานกันหมดนะครับ เพียงแต่ว่าไม่เด่นอยู่กลุ่มเดียวเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว นักพัฒนารายย่อยพวกนี้จะนำงานเจ๋งๆ ที่พวกเค้าซุ่มพัฒนากันอยู่มาแสดงให้ดู อย่างทีมของ KDE, Debian และ Gentoo Linux ต่างนำผลงานออกมาโชว์กัน เพียงแต่ไม่ค่อยมีอะไรหวือหวาเท่าไรนัก สุดท้ายเป็นเรื่องของรางวัล Linux Product Excellent Awards ที่ทางผู้จัดงานคือ IDG มอบให้ เด่นที่สุดคือไอบีเอ็มนั้นกวาดไปเรียบ โดยบริษัทลูกของไอบีเอ็มคือ โลตัส และ Tivoli ได้ไปบริษัทละ 2 รางวัล ซึ่งเป็นรางวัลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในองค์กร บริษัทหน้าใหม่อย่างโนเวลได้รางวัล Best Network/Server Application จาก Novell extend 5 และรางวัล Best Open Source Project คือ Helix Community ซึ่งเป็นโครงการโอเพ่นซอร์สของ Real Player บนลินิกซ์

ปัญหาอมตะของการใช้งานลินิกซ์นั้นคือ ไม่สามารถใช้โปรแกรมเดิมๆ ที่เคยใช้บนวินโดว์ได้ แต่ก็สามารถทดแทนด้วยโปรแกรมโอเพ่นซอร์ส ที่โปรแกรมเมอร์มากมายทั่วโลกช่วยกันพัฒนาเพื่อทดแทนโปรแกรมบนวินโดว์ แต่ถ้ามองในมุมของคนไทย การจะหาโปรแกรมต่างๆ ที่เป็นโปรแกรมเฉพาะสำหรับคนไทย เช่น คำนวณภาษีเงินได้ ทำบัญชี ที่ทำงานบนลินิกซ์ได้นั้นแทบจะไม่มีเลย แต่เชื่อมั้ยครับว่า บนลินิกซ์มีโปรแกรมไทยๆ อย่างพจนานุกรมภาษาอังกฤษ-ไทยบนลินิกซ์ให้เราใช้กันถึง 3 ตัวเลยทีเดียว



KDictThai - กระดิกไทย

ตัวแรกเป็นโปรแกรมพจนานุกรมเล็กๆ แต่แจ๋วมากๆ พัฒนามาจากโปรแกรม WordTrans ซึ่งเป็นพจนานุกรมอังกฤษ-อังกฤษจากค่าย KDE มีชื่อเรียกภาษาไทยน่ารักๆ ว่า "กระดิกไทย" พัฒนาโดยคุณถนอมทรัพย์ นพสมบูรณ์ หรือคุณโด่ง (ชื่อในการพัฒนาคือ โด่งอ่ะ หรือ donga ครับ) ฐานข้อมูลคำศัพท์และคำแปลนั้น คุณโด่งได้นำฐานข้อมูลของโปรแกรม dicthope ซึ่งเป็นโปรแกรมพจนานุกรมภาษาอังกฤษ-ไทย บนวินโดว์มาใช้งาน ซึ่งผมทดลองใช้งานดูก็พบว่ามีคำศัพท์มากพอสมควร โดยเฉพาะคำศัพท์ทางคอมพิวเตอร์ จากการพูดคุยกับคุณโด่งทางอีเมล์ ก็ทราบเหตุผลที่พัฒนากระดิกไทยขึ้นมาว่า เกิดจากที่คุณโด่งนั้นทำงานแปลเมนู ชื่อปุ่ม ข้อความในไดอะล็อกบ็อกซ์ต่างๆ ของ KDE ให้เป็นภาษาไทย (งานแบบนี้มีศัพท์เฉพาะเรียกว่า Localization ตัวย่อว่า l10n ครับ) ใน KDE รุ่น 2.0 และประสบปัญหาขาดพจนานุกรมอังกฤษ-ไทย บนลินิกซ์ที่มีคำศัพท์ครอบคลุมพอ เลยลงมือพัฒนาโปรแกรมกระดิกไทยขึ้นมาเองเพื่อใช้งานนี้ ส่วน KDE ภาษาไทยที่เราใช้ๆ กันอยู่ เกือบทั้งหมดก็เป็นฝีมือการแปลของคุณโด่งนี่เองครับ



ปัจจุบัน KDictThai รุ่นล่าสุดคือ 0.0.1beta 2 โดยเราสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซท์ http://kdictthai.soruceforge.net ซึ่งจะต้องดาวน์โหลดไฟล์มา 3 ไฟล์ครับ อันแรกคือตัวโปรแกรกระดิกไทยเอง ชื่อว่า kdictthai-0.0.1beta2-1.i386.rpm ขนาด 133 กิโลไบต์ ถัดมาก็ดาวน์โหลดฐานข้อมูลคำศัพท์ ชื่อไฟล์ว่า kdiccthai-data-0.0.1beta1-1.noarch.rpm ขนาด 2.6 เมกะไบต์ สุดท้ายต้องดาวน์โหลดระบบฐานข้อมูล BerkeleyDB ที่กระดิกไทยใช้ ซึ่งสามารถหาได้จากเว็บไซท์โอเพ่นทะเล (ftp.opentle.org/pub) ชื่อไฟล์ว่า compat-db-4.0.14-2.i386.rpm ขนาด 3.6 เมกะไบต์



เราสามารถติดตั้งโดยดับเบิลคลิกไฟล์ RPM ได้ใน File Manager ของลินิกซ์เลย หรือจะสั่งผ่านคอมมานด์ไลน์ด้วยคำสั่ง rpm -Uvh แล้วตามด้วยชื่อไฟล์ก็ได้ โดยต้องติดตั้ง compat-db ก่อน แล้วจึงติดตั้ง kdictthai ส่วน kdictthai-data นั้นจะติดตั้งลำดับไหนก็ได้ครับ เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว ก็เรียกใช้งานได้โดยสั่ง kdictthai ที่คอมมานด์ไลน์ ตัวโปรแกรมก็ใช้งานง่ายไม่มีอะไรซับซ้อน การทำงานทั่วๆ ไปก็สะดวกมาก รุ่น 0.0.1beta2 นี้สามารถแปลคำศัพท์ในคลิปบอร์ด (ที่เก็บข้อมูลเวลาเราสั่ง cut/copy/paste) ได้ด้วย ส่วนอนาคตของกระดิกไทยนั้น คุณโด่งบอกว่าตั้งใจจะพัฒนาให้ผู้ใช้สามารถเพิ่มคำศัพท์เองได้ และเชื่อมกับฐานข้อมูลคำศัพท์ของพจนานุกรม LEXiTRON ของเนคเทค และเชื่อมโยงกับเซิร์ฟเวอร์พจนานุกรมบนอินเทอร์เน็ตได้เพิ่มเติม


กระดิกไทย





LEXiTRON 2.0

LEXiTRON เป็นโปรแกรมพจนานุกรมของศูนย์เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และอิเล็คทรอนิกส์แห่งชาติ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า เนคเทค (NECTEC) LEXiTRON มีให้ใช้งานผ่านเว็บบราวเซอร์ด้วย ที่ http://lexitron.nectec.or.th และมีรุ่นที่เป็นโปรแกรมไม่ต้องต่อผ่านอินเทอร์เน็ตให้ใช้งานด้วย โดยเขียนด้วยภาษาจาวา ในลินิกซ์ทะเลรุ่น 5.0 สำหรับคอมพิวเตอร์ไอซีที และรุ่น 5.5 เบต้า นั้นติดตั้ง LEXiTRON มาให้เรียบร้อยแล้ว ฐานข้อมูลคำศัพท์นั้นค่อนข้างเยอะเพราะว่ามีทีมงานของเนคเทคคอยตามพัฒนาอยู่ตลอด เท่าที่ผมลองใช้บนลินิกซ์ทะเล 5.5 เบต้านั้น โปรแกรมยังแครชบ้างเป็นบางครั้ง และข้อเสียที่สำคัญคือทำงานได้ช้ามาก เนื่องจากเขียนด้วยภาษาจาวานั่นเอง ฝากถึงทีมงาน LEXiTRON ว่าอยากได้รุ่นที่สร้างขึ้นสำหรับลินิกซ์โดยเฉพาะด้วยครับ จะได้ไม่มีปัญหาด้านความเร็วในการเรียกใช้งานโปรแกรม



ThaiSoftware Dictionary

โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมเดียวกับพจนานุกรมของ สอ เสถบุตร ที่เราเห็นกันบ่อยๆ บนวินโดว์ โดยนับเลขเวอร์ชันเป็นรุ่น 1.0 For Linux (บนวินโดว์ตอนนี้ถึงเวอร์ชัน 5.0 แล้ว) โปรแกรมกล่องนี้ผมเจอตอนไปเดินที่เซียร์ รังสิต พัฒนาโดยบริษัท ThaiSoftware Enterprise ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกันกับที่ทำโปรแกรมบนวินโดว์ นอกจากนี้ยังมีเวอร์ชันสำหรับแมคอินทอชด้วยครับ ราคาหน้ากล่อง 180 บาท แต่ผมลองหาข้อมูลเพิ่มเติมของรุ่นสำหรับลินิกซ์นี้ บนเว็บไซท์ของบริษัท ThaiSoftware แต่ก็ไม่พบอะไรเกี่ยวกับมันเลย เท่าที่ลองใช้งานดูก็เหมือนกับโปรแกรมบนวินโดว์เปี๊ยบ มีหน้าจอขนาดเล็ก (Super Mini Dict) ให้ใช้เหมือนกัน ฐานข้อมูลคำศัพท์ก็เป็นอันเดียวกันกับของ สอ เสถบุตร ที่ได้รับความไว้วางใจจากคนไทยมานาน ข้อเสียมีเพียงอย่างเดียวครับ คือ ใช้ระบบอินเทอร์เฟซของ X-Window ซึ่งทำให้หน้าตาของโปรแกรมดูเก่ามาก เมื่อเทียบกับโปรแกรมรุ่นใหม่ๆ บนลินิกซ์ที่ใช้ระบบ GTK+ หรือ Qt กันหมดแล้ว

ลินิกซ์ทะเล 5.0 ออกมาสร้างความตื่นตัวให้กับผู้ใช้ลินิกซ์ชาวไทยไปเมื่อปี 2545 แล้วเงียบหายไปซักพัก จนมามีข่าวช่วงปลายปีที่แล้ว ว่าทางทีมงานกำลังพัฒนาลินิกซ์ทะเล 5.5 ที่อิงมาจาก Fedora Core 1 (ทะเล 5.0 พัฒนาจาก Red Hat Linux 8.0) โดยมีรหัสในการพัฒนาว่า aowthai (อ่าวไทย) และเมื่อปลายเดือนมกราคมนี้เอง ลินิกซ์ทะเล 5.5 ตัวจริงก็ออกมาให้ยลโฉมกัน ในชื่อรหัสว่า Samila (สมิหลา) จะว่าไปแล้ว รหัสในการพัฒนาลินิกซ์ทะเลตั้งแต่รุ่นแรกๆ นี่เกี่ยวกับทะเลสมชื่อเลยนะครับ ผมจำได้ว่ามี Similan (สิมิลัน), Tarutao (ตะรุเตา) และลินิกซ์ทะเล 5.0 นั้นใช้รหัสว่า andaman (อันดามัน)



การดาวน์โหลดและติดตั้ง



เราสามารถดาวน์โหลดลินิกซ์ทะเลมาใช้งานได้จากเว็บไซท์ http://www.opentle.org โดยดาวน์โหลดมาเป็นไฟล์อิมเมจ .iso และนำมาเขียนลงแผ่นซีดี ซึ่งใช้ซีดีสามแผ่นเช่นเดียวกับรุ่นก่อนๆ แต่ถ้าใครที่ยังใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโมเด็ม การดาวน์โหลดซีดีสามแผ่นคงไมใช่อะไรที่สนุกนัก ทีมงานผู้พัฒนาจึงเพิ่มวิธีการดาวน์โหลดแบบ BitTorrent ซึ่งเป็นวิธีการดาวน์โหลดแบบ Peer-To-Peer ที่กำลังนิยมกัน โดยเราจะโหลดไฟล์ต่อจากคนอื่นๆ ที่โหลดไฟล์เดียวกันอยู่ ทำให้ลดภาระของเซิร์ฟเวอร์ และถ้ายิ่งมีคนร่วมดาวน์โหลดไฟล์เดียวกันนี้มากเท่าไร ก็จะยิ่งดาวน์โหลดได้เร็วขึ้น วิธีการดาวน์โหลดแบบ BitTorrent นี้ต้องมีโปรแกรมช่วยเล็กน้อย สามารถหาอ่านได้จากหน้าดาวน์โหลดของลินิกซ์ทะเลครับ



ส่วนวิธีการติดตั้งนั้นแทบไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลย ให้เราบูตจากแผ่นซีดีแผ่นที่ 1 ตามปกติ แล้วกด Enter 1 ครั้งเพื่อติดตั้งในโหมดกราฟฟิค ตอบคำถามไปเรื่อยๆ เหมือนเดิม แล้วรอซักครึ่งชั่วโมงถึงชั่วโมงกว่าๆ ขึ้นอยู่กับจำนวนแพกเกจที่เลือก เสร็จแล้วเมื่อระบบทำการรีบูตครั้งแรก จะมีให้ปรับแต่งค่าเบื้องต้น เช่น เปิดปุ่ม Num Lock หรือ ใช้ฟอนต์ของวินโดว์ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป คือ หน้าจอบูตจากเดิมที่เป็นตัวหนังสือสีขาวบนพื้นดำขึ้นมาเต็มไปหมด จะเปลี่ยนมาเป็นแบบกราฟฟิค ที่บอกว่าตอนนี้กำลังเริ่มการทำงานส่วนไหนอยู่ เหมือนกับที่ Fedora Core ใช้ เมื่อบูตเสร็จ เราจะพบกับหน้าจอล็อกอิน ให้ใส่ชื่อและรหัสผ่าน แล้วลินิกซ์ทะเล 5.5 ก็จะพร้อมให้เราใช้งาน



มีอะไรใหม่?



ลินิกซ์ทะเลนั้นเลือกใช้ GNOME เป็นระบบเดสก์ทอปหลัก ถ้าไม่เลือกอะไรเป็นพิเศษ พอล็อกอินเสร็จ เราจะเข้ามายัง GNOME (ส่วนใครที่ชอบ KDE ก็มี KDE ให้เลือก และเวอร์ชันนี้ยังมีระบบเดสก์ทอปแบบที่สาม XFCEที่เล็กและทำงานได้เร็วกว่า ซึ่งต้องเลือกลงเป็นพิเศษในช่วงติดตั้ง) หน้าตาของระบบโดยรวมยังเหมือนเดิมครับ ผมสอบถามจากทีมงานได้ความว่า ไม่ต้องการผู้ใช้ให้สับสนถ้าหากหน้าตาเปลี่ยนไปทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนเวอร์ชัน หน้าจอล็อกอินนั้นมีภาพพื้นหลังเป็นทะเลหมอกสวยงาม ส่วนเดสก์ทอปนั้นเป็นรูปชายหาดคล้ายกับของเดิม ส่วนโปรแกรมและความสามารถใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามา ก็มีดังนี้ครับ

  • สามารถเอาแผ่นซีดีออกได้ทันที โดยไม่ต้อง unmount โดยต้องใช้ GNOME และอาจจะทำไม่ได้ในบางเครื่อง
  • มีโปรแกรมเขียนซีดี K3B ที่มีความสามารถค่อนข้างดี
  • มีโปรแกรมดิคชันนารีภาษาอังกฤษ-ไทย คือ Lexitron และโปรแกรม OCR (แปลงภาพที่แสกน เป็นตัวหนังสือ) คือ อ่านไทย ทั้งคู่เป็นผลงานการวิจัยของเนคเทค
  • ออฟฟิศทะเลตัวใหม่ เวอร์ชัน 1.1.0
  • แก้ปัญหาตัวหนังสือเบลอ ในทะเล 5.0 โดยมีฟอนต์ตัวใหม่ ชื่อว่า Loma (โลมา) ที่เน้นความคมชัดกว่าเดิม

การใช้งาน



การใช้งานโดยรวมก็ค่อนข้างราบรื่นดีครับ ต้นฉบับนี้ก็เขียนด้วยออฟฟิศทะเล 1.1.0 บนลินิกซ์ทะเล 5.5 ยังไม่เจอปัญหาอะไร โปรแกรมด้านกราฟฟิคมี GIMP 2.0 ซึ่งเป็นโปรแกรมตกแต่งภาพเวอร์ชันใหม่ล่าสุดที่เคยแนะนำไปเมื่อไม่กี่ตอนที่ผ่านมา และมี Adobe Acrobat Reader เอาไว้อ่านเอกสาร PDF บนลินิกซ์เช่นกัน ที่น่าสังเกตคือ โปรแกรมดิคชันนารีอย่างกระดิกไทยนั้นหายไป แต่ให้ Lexitron ของเนคเทคเข้ามาแทนที่ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมชอบกระดิกไทยมากกว่า เพราะทำงานได้เร็วกว่า Lexitron ที่เขียนด้วยภาษาจาวา การสลับภาษานั้นใช้ปุ่ม Alt+Shift เหมือนเดิม (ถ้าใครใช้วินโดว์ตระกูล NT หรือ 2000 อาจจะคุ้นเคยกันบ้าง ซึ่งปุ่มนี้เป็นปุ่มสลับภาษามาตรฐานครับ ส่วนปุ่ม ~ นั้นมีประเทศไทยใช้อยู่ประเทศเดียว) ไอคอนแสดงภาษาที่ทาสก์บาร์ก็เพิ่มเข้ามาแล้ว และยังใช้ไฟ Scroll Lock บอกภาษาที่ใช้ด้วยเช่นกัน สำหรับโปรแกรมด้านอินเทอร์เน็ตนั้นยังคล้ายๆ กับรุ่นเดิม เพียงแต่เปลี่ยนเวอร์ชันให้ทันสมัยขึ้นเท่านั้น มีโปรแกรมอีเมล์และนัดหมาย Evolution ซึ่งเหมือนกับ Outlook เปี๊ยบ และใช้งานภาษาไทยได้ เพิ่มเข้ามา



เนื่องจากปัญหาทางด้านสิทธิบัตร ทะเล 5.5 เลยเรียกได้ว่าแทบจะทำงานด้านมัลติมีเดียไม่ได้เลย (เช่นเดียวกับ Red Hat 9 และ Fedora Core 1) โปรแกรมฟังเพลง XMMS ไม่ได้ใส่ตัวถอดรหัส MP3 มา ดังนั้นเราจึงฟังเพลงได้แค่แบบ WAV และ Ogg Vorbis ส่วนโปรแกรมดูหนัง XINE นั้นก็ไม่มีตัวถอดรหัสดีวีดีมาให้เช่นกัน ตัวถอดรหัสพวกนี้ถ้าแถมมากับระบบปฏิบัติการ นั้นเสี่ยงกับการโดนฟ้องครับ (วินโดว์ XP ก็ไม่มีตัวถอดรหัสดีวีดี) แต่ถ้าเราหามาลงเองนั้นไม่เป็นปัญหา และทีมงานทะเลก็ได้เตรียมไว้ให้แล้ว โดยขั้นแรกต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก่อน และสั่ง apt-get install xmms-mp3 เพื่อดาวน์โหลดตัวถอดรหัส MP3 การที่ทะเล 5.5 ขาดความสามารถทางมัลติมีเดียแบบที่เคยทำได้ในทะเล 5.0 ก็ทำให้ชีวิตยุ่งยากพอสมควร เพราะผมเชื่อว่าเพลงส่วนมากที่เก็บไว้ในเครื่องของเราๆ นั้นเป็น MP3 ซะเกือบหมด เท่ากับเป็นการบังคับกลายๆ ให้ต้องอัพเดตตัวถอดรหัส ส่วนไฟล์มีเดียชนิดอื่นก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ โปรแกรม Mplayer นั้นสามารถเล่นไฟล์หนัง QuickTime และ DivX ได้ทันที



ปัญหาที่พบ



ผมมีปัญหาเยอะมาก ในการทำงานกับอุปกรณ์ต่อพ่วง เริ่มแรกลินิกซ์ทะเล 5.5 เจอการ์ดเสียง AC'97 ของผมและเสียงออกเรียบร้อยดีไม่มีปัญหา ส่วนการ์ดแสดงผลถ้าเป็นการ์ดตระกูล ATI หรือ Matrox จะสนับสนุนทันที แต่ถ้าเป็นการ์ดของบริษัท nVidia จะต้องติดตั้งไดรเวอร์เอง (มีอยู่ในแผ่นที่ 3 ครับ ไดเรคทอรี RPMS.drivers) แต่เมื่อผมลงไดรเวอร์ของ nVidia กลับไม่สามารถทำงานได้ ต้องเปลี่ยนกลับมาใช้ไดรเวอร์กลางของ X-Window ซึ่งทำงานทั่วๆ ไปได้ แต่เล่นเกม 3 มิติอย่าง TuxRacer หรือว่า Unreal ไม่ไหว (ซึ่งลินิกซ์ทะเล 5.0 นั้นไม่มีปัญหานี้) อย่างถัดมาคือโมเด็ม คอมพิวเตอร์ในบ้านเราใช้โมเด็มแบบ internal กันเยอะมาก ในทะเล 5.0 นั้นมีผู้พัฒนาไดรเวอร์โมเด็ม HSF บนลินิกซ์ให้เราใช้งาน แต่ตอนนี้บริษัท Linuxant ผู้พัฒนาได้หันมาคิดเงินจากการใช้งานไดรเวอร์ตัวนี้ ดังนั้นไดรเวอร์โมเด็มที่มากับทะเล 5.5 จึงต้องเป็นไดรเวอร์รุ่นทดลองใช้ ซึ่งแจกฟรีแต่จำกัดความเร็วไว้ที่ 14.4kbps ก็คงต้องทำใจกันหน่อยนะครับ แต่ผมแอบกระซิบให้ว่า ใครยังเก็บแผ่นทะเล 5.0 ที่มีไดรเวอร์โมเด็มตัวเดิม (แบบไม่จำกัดความเร็ว) อยู่ ก็สามารถนำมาใช้งานได้ครับ อุปกรณ์อีกอย่างที่ผมมีปัญหาคือ USB Handy Drive ครับ ผมไม่สามารถใช้งานไดรว์ SanDisk Cruzer Mini ซึ่งเป็น USB 2.0 บนทะเล 5.5 ได้ ซึ่งใช้ได้บนทะเล 5.0 เช่นกัน โดยภาพรวมแล้วถือว่าเรื่องฮาร์ดแวร์นั้นมีปัญหาค่อนข้างเยอะ



สรุป



ลินิกซ์ทะเล 5.5 เป็นการอัพเกรดตัวระบบปฏิบัติการจากลินิกซ์ทะเล 5.0 โดยอัพเดตโปรแกรมต่างๆ เป็นเวอร์ชันใหม่ ซึ่งมีความสามารถมากขึ้น แต่กลับมีปัญหาด้านฮาร์ดแวร์ค่อนข้างเยอะ และปัญหาเรื่องสิทธิบัตร ทำให้ดูหนังฟังเพลงลำบากกว่าเดิม ส่วนการใช้งานทั่วๆ ไปนอกเหนือไปจากนี้ นั้นค่อนข้างดี และสามารถใช้ทำงานทั่วๆ ไปแทนวินโดว์ได้แล้วครับ ต้องแนะนำให้ใช้เครื่องแรงๆ สักหน่อย เพราะว่าเครื่อง AthlonXP1800+ กับแรม 256 MB ของผมก็ยังรู้สึกอืดๆ อยู่เล็กน้อย ถ้าขี้เกียจดาวน์โหลดไฟล์ทั้งสามแผ่น ช่วงที่คอลัมน์ตอนนี้ลงพิมพ์ น่าจะสั่งซื้อซีดีจากเว็บไซท์ขายซีดีลินิกซ์ของไทยหลายๆ ที่ได้แล้วครับ