Open Source

Gaim

การสื่อสารบนอินเทอร์เน็ตเคยถูกปฏิวัติมาแล้วครั้งหนึ่ง ด้วยสิ่งที่เรียกกันว่า Instant Messaging เรียกย่อๆ ว่า IM หรือเป็นภาษาไทยมีคนแปลว่า การส่งข้อความด่วน โดย ICQ เป็นผู้จุดกระแสขึ้นมาเมื่อหลายปีก่อน โดยมี MSN หรือชื่อเต็มๆ ว่า Microsoft Network Messenger ของไมโครซอพท์ตามมาติดๆ ในช่วงหลังๆ นี้ (จริงๆ ก็มีอีกหลายยี่ห้อ แต่ที่คนไทยใช้กันเยอะๆ มีแค่สองตัวนี้) ถ้าเราอยู่บนวินโดว์ก็ไม่มีปัญหา เพราะว่าโปรแกรมที่เราใช้นั้น ก็ใช้โปรแกรมที่สร้างโดย ICQ หรือไมโครซอพท์โดยตรง



แต่เมื่อเรามาอยู่บนลินิกซ์ ทั้ง ICQ และไมโครซอพท์นั้นไม่ได้ออกโปรแกรมเวอร์ชันบนลินิกซ์มาด้วย ทางเลือกของเราก็คือต้องใช้โปรแกรมที่สร้างโดยคนอื่นแทน ซึ่งมีเยอะมากจนเลือกไม่ถูก แถมแต่ละตัวก็ยังไม่สมบูรณ์นัก ยังมีความสามารถไม่ครบเหมือนกับที่ตัวบนวินโดว์มี ทำให้ผู้ใช้ลินิกซ์ปัญหาการเลือกใช้งานโปรแกรม IM พอสมควร

สำหรับโปรแกรมที่ฮิตๆ กันบนลินิกซ์นั้น ถ้าเป็น ICQ ก็มักจะใช้โปรแกรม LICQ กัน แต่ในลินิกซ์ทะเล 5.0 ได้ให้โปรแกรม SIM (Simple Instant Messenger) มาให้แทน ที่ลองใช้มาก็ใช้งานดีครับ ส่ง SMS ได้ด้วย ส่วน MSN ในทะเลให้ Kmess มา (ย่อมาจาก K Messenger) เท่าที่ใช้ดู ก็ไม่มีปัญหาอะไร

แต่ปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น ไม่ว่าเราจะอยู่บนวินโดว์หรือลินิกซ์ นั่นก็คือ ถ้าเราเกิดใช้ ICQ และ MSN ทั้งคู่ มีเพื่อนที่เล่นอย่างใดอย่างหนึ่งยี่ห้อเดียวแบบผม เราก็จำเป็นต้องเปิดใช้งาน 2 ตัวพร้อมกัน ซึ่งไม่ค่อยสะดวกนัก แถมเปลืองทรัพยากรของระบบอีก ก็เลยมีคนแก้ปัญหานี้โดยการสร้างโปรแกรมที่สามารถเล่น IM ได้หลายๆ ยี่ห้อพร้อมกัน บนวินโดว์นั้นเท่าที่เห็นใช้ๆ กัน มี Trillian กับ Odigo ส่วนบนลินิกซ์มีโปรแกรม Kopete กับ Gaim เท่าที่ใช้ๆ มาก็ยังไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไร อย่าง Trillian และ Gaim นั้นยังไม่สามารถโหลดรายชื่อเพื่อน ICQ ของเราที่เก็บไว้ที่เซิร์ฟเวอร์มาได้ Kopete ก็แครชง่ายไม่ค่อยเสถียร

แต่มาวันนี้ปัญหานั้นหมดไปแล้วครับ เมื่อ Gaim ได้ออกเวอร์ชัน 0.60 ออกมา และสามารถโหลดรายชื่อ ICQ ได้แล้ว และมีคนไทย คือ คุณ Kitty ได้ทำการแก้ไขให้สามารถใช้งานภาษาไทยได้อีกต่างหาก ทำให้ต่อไปเราไม่จำเป็นต้องเปิดโปรแกรม 2 ตัวอีกแล้ว ชีวิตมีความสุขเพิ่มขึ้นมากเลยครับ Gaim นั้น มีชื่อเต็มๆ ว่า GTK-Based AIM ซึ่ง AIM นั้นคือโปรแกรม IM ของ America Online ซึ่งฮิตมากในอเมริกา (ในหนังเรื่อง You've Got Mail ก็ใช้โปรแกรมตัวนี้ครับ) แต่เผอิญว่าไม่ฮิตเลยในบ้านเรา เริ่มแรก Gaim ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้งาน AIM บนลินิกซ์เท่านั้น แต่เมื่อพัฒนาไปเรื่อยๆ Gaim ก็สามารถคุยกับ ICQ, MSN, Yahoo! Messenger, Jabber, Gadu-Gadu, IRC แถมเล่น Napster ได้อีกด้วย

ผมเชื่อว่า ที่ร่ายยาวมาทั้งหมดนี้ คงทำให้คุณผู้อ่านหลายๆ คนอยากเอาเจ้า Gaim มาลองเล่นแล้ว

ในลินิกซ์ทะเล 5.0 นั้น ก็ให้ Gaim มาด้วยนะครับ อยู่ในหมวดอินเทอร์เน็ต เห็นไอคอนเป็นรูปคนสีเหลืองๆ เขียนว่า Instant Messenger นั่นล่ะครับ เพียงแต่ Gaim ที่มากับทะเลนี้ ยังเป็นรุ่น 0.59 อยู่ ไม่สนับสนุนรายชื่อ ICQ เราต้องไปดาวน์โหลด Gaim ตัวใหม่กว่านี้มาลงก่อน

วิธีการง่ายๆ ก็เข้าไปที่ ftp.opentle.org หรือ www.kitty.in.th ก็ได้ โดยคุณ Kitty ที่ทำการแก้ไขภาษาไทยนั้น ได้ทำ RPM ของทะเลมาให้เรียบร้อยแล้ว ดาวน์โหลดมาก็ดับเบิลคลิกที่ตัว RPM ก็จะติดตั้งให้อัตโนมัติ

เมื่อเปิด Gaim ขึ้นมา เราจะพบกับหน้าจอต้อนรับ ให้เลือก Account และทำการ Add Account ของโปรแกรมที่เราจะเล่น ถ้าอยากให้ล็อกอินอัตโนมัติ ก็ทำการเลือกตรง Auto-Login ไว้ด้วย เมื่อสร้าง Account พร้อมแล้วก็ทำการล็อกอิน โดยเลือกเครื่องหมาย Online การใช้งานนั้นก็ไม่แตกต่างจากโปรแกรม MSN หรือ ICQ ทั่วไปมากนัก ในกรณีที่เราล็อกอินพร้อมกันหลายตัว สามารถเลือกได้ด้วยว่าจะคุยจากตัวไหน ลูกเล่นต่างๆ เช่น ไอคอนหน้ายิ้มของ MSN กับ ICQ ก็มีมาให้ (แต่ลูกเล่นก็ไม่เท่ากับ MSN 6 ที่เพิ่งออกมานะครับ)

รุ่นล่าสุดของ Gaim ที่ออกมาคือ 0.64 แต่ใน FTP ของทะเลนั้น ยังเป็น 0.63 อยู่ ดาวน์โหลดเวอร์ชันไหนก็ได้ ที่เกิน 0.60 จะได้ใช้รายชื่อของ ICQ ได้ครับผม

สิ่งที่เป็นทั้งจุดเด่นและจุดด้อยของลินิกซ์ในคราวเดียวกัน คือ การที่มีลินิกซ์หลายยี่ห้อออกมาวางขายแข่งกัน ข้อดีของมันคือ ทำให้ผู้ใช้มีสิทธิ์เลือกลินิกซ์ที่ตรงกับความต้องการของตัวเองมากที่สุด เช่น อยากนำไปทำเป็นเซิร์ฟเวอร์ หรือ ใช้งานด้านเดสก์ทอปทั่วๆ ไป (ขนาดวินโดว์ยังต้องแบ่งเป็น XP กับ 2003 เลย กับเวอร์ชันย่อยอีกมากมาย) แต่ข้อเสียนั้นก็คือ มันมีหลายยี่ห้อมากเกินไป จนเราไม่รู้จะเลือกใช้งานอะไรดี แค่อยากได้ลินิกซ์มาทำงานพิมพ์เอกสารธรรมดา ก็มีให้เลือกตั้งหลายตัวแล้ว นี่จึงเป็นปัญหาสำคัญสำหรับผู้ใช้หน้าใหม่จำนวนมาก วันนี้ เลยจะมาแนะนำลินิกซ์ที่เราๆ เคยได้ยินกัน ว่า กลุ่มเป้าหมายของแต่ละตัว คือ คนกลุ่มไหนกัน

ลินิกซ์ไทย-เทศ

ถ้าคุณเป็นผู้ใช้หน้าใหม่ เพิ่งเคยสัมผัสลินิกซ์เป็นครั้งแรก ก็แนะนำให้ใช้ลินิกซ์ของคนไทยครับ เพราะว่าได้ตั้งค่าในการใช้งานภาษาไทยเบื้องต้นมาให้เสร็จเรียบร้อย ไม่ต้องทำเอง ใช้งานภาษาไทยได้ทันที ลินิกซ์ภาษาไทยที่ทำงานเดสก์ทอป และยังคงพัฒนาอยู่ในปัจจุบันมี 3 ตัว คือ ลินิกซ์ทะเล 5.0 จากเนคเทค, แกรนด์ลินิกซ์ 5.0 จากบริษัทแกรนด์ลินิกซ์ โซลูชัน และ ลิเบอร์ต้าลินิกซ์ จากบริษัทลิเบอร์ต้า ทั้งสามตัวพัฒนาต่อยอดมาจาก Red Hat 8.0 ดังนั้นส่วนหลักๆ ก็คล้ายกันมาก ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของเรา ลินิกซ์ทะเลนั้นออกแบบมากลางๆ จับตลาดผู้ใช้ทั่วไป แต่เนื่องจากว่าผู้จัดทำเป็นหน่วยงานราชการ จึงไม่มีบริการช่วยเหลือทางโทรศัพท์เมื่อเรามีปัญหา สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี จาก www.opentle.org หรือถ้าขี้เกียจดาวน์โหลด ก็สั่งซื้อเป็นซีดีจากเว็บไซท์ที่ขายซีดีลินิกซ์ทั่วไปได้เช่นกัน (หารายชื่อได้จากเว็บ www.opentle.org เช่นกัน) ส่วน แกรนด์ลินิกซ์ นี้เน้นผู้ใช้ในองค์กร เพราะมีบริการตอบปัญหาทางโทรศัพท์ให้ด้วย แกรนด์ลินิกซ์นีต้องซื้อครับ ผมเห็นวางขายเป็นกล่องตามร้านซีเอ็ด หรือจะซื้อผ่านเว็บไซท์ ก็ที่เว็บไซท์ของแกรนด์ลินิกซ์ www.grandlinux.com รายสุดท้ายคือ ลิเบอร์ต้า ลินิกซ์ เป็นลินิกซ์ของบริษัทลิเบอร์ต้า ที่ขายเครื่องคอมพิวเตอร์ และตัดสินใจพัฒนาลินิกซ์ขึ้นมาเอง เพื่อเป็นระบบปฏิบัติการของตนเองแถมไปกับเครื่อง แทนที่จะเป็นวินโดว์ ใครอยากไปลองใช้ก่อน ก็สามารถไปยืนเล่นได้ตามบูตพาวเวอร์บาย ในห้างสรรพสินค้า จะมีเครื่องของลิเบอร์ต้าไปวางขายอยู่ หารายละเอียดได้จากเว็บของลิเบอร์ต้าได้ที่ www.liberta.co.th

นอกจากนี้ ลินิกซ์ของไทยยังมีอีกหลายตัว ที่ไม่ได้เน้นการใช้งานด้านเดสก์ทอป คือ ลินิกซ์ SIS ของโครงการ SchoolNet ที่เป้าหมายคือเป็นอินเทอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ราคาถูกให้กับโรงเรียน, บูรพาลินิกซ์ ของมหาวิทยาลัยบูรพา และ พยูนลินิกซ์ ที่เน้นด้านความปลอดภัยเป็นหลัก

ลินิกซ์ของนอก

ถ้าคุณมีความรู้ด้านลินิกซ์อยู่บ้าง การใช้ลินิกซ์ของต่างประเทศย่อมจะดีกว่า เพราะว่าได้โปรแกรมรุ่นใหม่กว่า เพียงแต่ต้องมาเซตค่าภาษาไทยเอง ลินิกซ์ของต่างประเทศก็มีหลายตัวมากๆ สามารถหารายชื่อฉบับสมบูรณ์ได้จาก www.distrowatch.com แต่ที่นี้จะเน้นแต่ตัวสำคัญๆ ที่สามารถหาได้ในบ้านเราเท่านั้น สำหรับลินิกซ์ที่ทำงานด้านเดสก์ทอป ที่ดังๆ ก็มี 3 ตัวครับ

เรดแฮท (RedHat) 9

เป็นลินิกซ์สัญชาติอเมริกัน ที่ครองส่วนแบ่งตลาดลินิกซ์อยู่ในปัจจุบัน ตอนนี้ออกมาถึงเวอร์ชัน 9 แต่เดิมนั้น เรดแฮทเน้นผู้ใช้ในองค์กรเป็นหลัก คือ เน้นความเสถียร และความปลอดภัยในการนำมาทำเป็นเซิร์ฟเวอร์ แต่ช่วงหลังๆ นี้ ตลาดฝั่งเดสก์ทอปหรือผู้ใช้ตามบ้าน ถูกคู่แข่งอย่าง แมนเดรก ตีไปเยอะ ในเรดแฮทตัวใหม่ๆ คือ ตั้งแต่ 8.0 จนมาถึง 9 นั้น เรดแฮทเลยพัฒนาด้านเดสก์ทอป เอาใจผู้ใช้ตามบ้านมากขึ้น เช่น ทำการปรับปรุงให้ Gnome และ KDE มีหน้าตาเหมือนกัน (ใช้ธีม Red Hat Bluecurve) เพื่อที่ผู้ใช้หน้าใหม่จะได้ไม่สับสน แต่เรดแฮทยังสนับสนุน Gnome เป็นหลัก เท่าที่ลองใช้ดู KDE บน 9 นั้นยังไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไรนัก ถ้าใครใช้งาน Gnome แล้วชอบมากกว่า ก็แนะนำให้ใช้สายเรดแฮทครับ รุ่นปกติใช้ซีดีรอม 3 แผ่น ความทันสมัยของโปรแกรมเทียบเท่ากับทะเล 5.0 www.redhat.com

แมนเดรก (Mandrake) 9.1

ลินิกซ์จากฝรั่งเศส เมื่อก่อนพัฒนาต่อมาจากเรดแฮทอีกที เพราะเรดแฮทไม่เน้นตลาดตามบ้าน แมนเดรกรุ่นแรกๆ จึงนำเรดแฮทมาพัฒนาต่อเพื่อจับตลาดนี้แทน ทำไปทำมาขายดี ส่งผลให้แมนเดรกแยกสายการพัฒนาออกมาเป็นของตัวเอง และทำการแข่งขันกับเรดแฮทอย่างดุเดือด ในรุ่นที่แล้ว แมนเดรก 9 สู้เรดแฮท 8 ไม่ได้ พอมารุ่น 9.1 จึงต้องมีการพัฒนาเพิ่มเติมหลายประการ เช่น ทำหน้าตาของ Gnome กับ KDE ให้เหมือนกันเช่นเดียวกับเรดแฮท โดยใช้ธีม Mandrake Galaxy มาแข่ง แมนเดรกมีชื่อเรื่องความง่ายในการใช้งาน และโปรแกรมที่แถมมาให้เยอะ และถูกใจผู้ใช้มากกว่าเรดแฮท หาข้อมูลเพิ่มเติมจาก www.linuxmandrake.com

ซูซี่ (SuSE) 8.2

เป็นลินิกซ์จากเยอรมนี ว่ากันว่า ลินุส ทอร์วัลด์ ผู้สร้างลินิกซ์ก็ใช้ SuSE ที่มีชื่อเรื่องความง่ายในการใช้งานมากๆ SuSE มีจุดขายสำคัญคือ มีเครื่องมือในการปรับแต่งส่วนต่างๆ เป็นของตัวเอง ในชื่อ YaST (Yet Another Setup Tool) ที่ได้ชื่อว่า ใช้งานง่ายมากๆ แต่เจ้า YaST นี่ไม่เป็นโอเพ่นซอร์สนะครับ เราจึงไม่สามารถก็อปปี้ SuSE มาขายได้ (เพราะติดลิขสิทธิ์ของ YaST) นอกจากนี้ SuSE ยังเป็นยี่ห้อที่แถมเกมมาให้เยอะด้วย เป็นเกมสามมิติเต็มรูปแบบที่ SuSE พัฒนาขึ้นมาเองเพื่อเป็นจุดขาย ไม่ใช่เกมง่ายๆ ที่แถมบนลินิกซ์ตัวอื่นๆ อยากหามาลองก็ต้องลงทุนซื้อครับ www.suse.com

สำหรับตอนหน้า เรามาดูลินิกซ์ตัวอื่นๆ ที่เหลือกัน

คราวที่แล้วแนะนำไปแต่ลินิกซ์ชื่อดัง ที่เน้นการใช้งานทั่วๆ ไป อย่างเรดแฮท หรือว่า แมนเดรก คราวนี้เรามาดูกันว่า เหล่าเซียนๆ ที่ใช้ลินิกซ์กันเป็นกิจวัตร เค้าใช้ยี่ห้ออะไรกัน และลินิกซ์ยี่ห้อใหม่ๆ มีอะไรกันบ้าง

ลินิกซ์สำหรับมือชั้นเซียน

Slackware

(www.slackware.com)

เป็นลินิกซ์ตัวแรกๆ ของโลกที่ผลิตมาเพื่อขาย ประวัติของ Slackware คือ บริษัทขายซีดีทางอินเทอร์เน็ตชื่อว่า วอลนัท ครีก ได้รวบรวมโปรแกรมต่างๆ ที่ใช้งานบนลินิกซ์มาใส่ซีดีขาย เจ้า Slackware นี้มีจุดเด่นตรงความเรียบง่ายของมัน ที่ไม่ค่อยมีอะไรแปลกๆ ใส่มาเหมือนยี่ห้ออื่น แต่ข้อเสียของมันก็คือ เรียบง่ายเกินไป ทำให้ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้หน้าใหม่เท่าไรนัก การลงโปรแกรมจะต้องคอมไพล์เอง ไม่มีระบบแพกเกจแบบ RPM มาให้ เหมาะกับผู้ที่มีความรู้ด้านลินิกซ์อยู่พอสมควรเลย ปัจจุบันออกถึงเวอร์ชัน 9.0

Debian

(www.debian.org)

นี่ถือได้ว่าเป็นลินิกซ์สำหรับแฮกเกอร์โดยแท้จริง เจ้า Debian (อ่านว่า เด็บ-เบี้ยน มาจากชื่อของคนเริ่มทำ คือ Ian และแฟนเค้า Debara) นี้ไม่ใช่ลินิกซ์ที่ทำขึ้นมาเพื่อการค้า แต่เป็นลินิกซ์ที่ทำขึ้นมาเพื่อแจกจ่ายอย่างเสรีตามอุดมการณ์ซอพท์แวร์เสรี โปรแกรมเมอร์ที่ร่วมกันพัฒนา Debian นี้เป็นแฮกเกอร์อาสาสมัครล้วนๆ Debian มีจุดแข็งอยู่ตรงระบบการลงโปรแกรมที่เรียกได้ว่าดีมากๆ เรียกว่า APT ที่ใช้งานได้ง่ายกว่า RPM ของเรดแฮทมาก และจะสะดวกมากขึ้นอีกถ้าเรามีเน็ทแรงๆ อยู่ด้วย เนื่องจากว่า APT จะทำการอัพเดตโปรแกรมให้เราอัตโนมัติ เช่น ต้องการลง Mozilla แค่สั่ง apt-get mozilla แล้วก็รออย่างเดียว Mozilla ก็จะพร้อมใช้งานทันที แจ๋วจริงๆ แต่ว่าส่วนอื่นๆ ของ Debian ยังไม่เป็นมิตรกับผู้ใช้หน้าใหม่เช่นกัน เลยมีบริษัทหัวใสจำนวนมาก ได้นำ Debian ดั้งเดิมมาดัดแปลงให้เหมาะกับผู้ใช้หน้าใหม่มากขึ้น แล้วนำมาขาย เช่น Xandros และ Lindows

Gentoo Linux

(www.gentoo.com)

ถ้า Slackware กับ Debian เป็นลินิกซ์สำหรับยอดฝีมือแล้ว Gentoo นับเป็นลินิกซ์สำหรับสุดยอดฝีมือยิ่งกว่า เพราะว่าการลงโปรแกรมทุกชนิด จะต้องทำการคอมไพล์เองใหม่หมด ซึ่งผลที่ได้ก็คือ โปรแกรมนั้นๆ จะถูกปรับแต่งให้เข้ากับคอมพิวเตอร์ของเราอย่างเต็มที่ ประสิทธิภาพของมันก็จะสูงตามไปด้วย ยังไงก็ตาม ผู้ใช้หน้าใหม่อย่างเราๆ ก็คงยังไม่ต้องไปลองเล่น แค่รู้ไว้เฉยๆ ว่ามีก็พอ

ลินิกซ์ยี่ห้อใหม่ๆที่เน้นผู้ใช้หน้าใหม่

Xandros

(www.xandros.com)

ลินิกซ์สำหรับเซียนๆ ทั้ง 3 ตัวที่เอ่ยไปนั้น ถือว่าเป็นลินิกซ์ที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ใช้งานยาก ดังนั้นจึงมีคนนำเอาลินิกซ์เหล่านั้นมาปรับปรุงให้ใช้งานง่าย เมื่อรวมกับความสามารถที่สูงอยู่แล้วแต่เดิม ก็ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของระบบสูงขึ้น บริษัท Corel เจ้าของโปรแกรมวาดรูป Corel Draw เคยมาจับธุรกิจลินิกซ์อยู่ช่วงหนึ่ง (ประมาณปี 1999-2000) ทาง Corel ได้นำเอา Debian มาพัฒนาเพิ่ม และออกขาย Corel Linux มา แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงต้องขายแผนก Linux ทิ้งไป เจ้า Xandros นี้ พนักงานส่วนหนึ่งของ Corel เดิมได้แยกตัวออกมา และรับซื้อแผนก Linux มาพัฒนาต่อเป็น Xandros ที่ขายความง่ายในการใช้งาน และการรันโปรแกรมจากวินโดว์ เนื่องจาก Xandros ได้ผนวกเอาโปรแกรม CrossOver ที่ใช้จำลองการทำงานของโปรแกรมบนวินโดว์มาให้ด้วย (ปกติต้องเสียตังค์ซื้อ ไม่มีให้ดาวน์โหลด) ดังนั้น ถ้าใครจำเป็นต้องใช้โปรแกรมที่ทำงานบนวินโดว์อยู่ เช่น ระบบบัญชีหรือคงคลังที่เขียนขึ้นมาเอง Xandros เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียวเลยครับ

Lindows

(www.lindows.com)

ถ้าติดตามข่าวไอทีซักหน่อยอาจจะคุ้นชื่อบริษัทนี้ เนื่องจากไมโครซอพท์ได้ฟ้องบริษัทนี้ว่าจงใจเลียนแบบชื่อวินโดว์ (และไมโครซอพท์ก็แพ้คดีไปเรียบร้อย) ชื่อของมันก็สื่อความหมายตรงตัวดี มันคือ Linux + Windows นั่นเอง จับตลาดเดียวกับ Xandros คือผู้ใช้หน้าใหม่ที่ย้ายจากวินโดว์มา และไม่ต้องการปรับตัวมาก จะใช้งานลินโดว์นี้ ก็ต้องเสียเงินซื้อเหมือนกันครับ ปัจจุบันออกถึง Lindows 4.0

Yoper

(www.yoper.com)

ลินิกซ์จากนิวซีแลนด์ตัวนี้ ขายประสิทธิภาพโดยเฉพาะ มันพัฒนามาจาก Slackware อีกทีหนึ่ง โปรแกรมต่างๆ บน Yoper (ชื่อเต็มๆ มาจากคำว่า Your OPERAting system) ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงสุด บนซีพียูรุ่นใหม่ๆ ที่เป็นสถาปัตยกรรมพวก i686 ขึ้นไป (หมายถึง Pentium รุ่นหลังๆ และ Athlon) เราจะไม่เห็น Yoper รุ่นที่รันบน 486 หรือ Pentium Classic เลยเนื่องจาก Yoper จับตลาดองค์กรที่เน้นประสิทธิภาพ Yoper ไม่เน้นการค้ามากเหมือน Xandros และ Lindows สามารถดาวน์โหลดมาลองใช้งานได้ครับ

Vector

(www.vectorlinux.com)

ลินิกซ์ตัวสุดท้ายของตอนนี้ Vector ลินิกซ์ พัฒนาจาก Slackware เหมือนกัน แต่ต่างกันกับ Yoper ตรงที่ว่า Vector นี่ขายความเล็กครับ ขนาดไฟล์พื้นฐานที่ดาวน์โหลดมาแล้วสามารถติดตั้งได้อยู่ที่ 230 เมกะไบต์เท่านั้นเอง (แต่ก็ขาดโปรแกรมสำคัญๆ อย่าง KDE หรือ Mozilla ที่จะต้องดาวน์โหลดมาลงเอง หรือจากซีดีของ Vector ก็มีให้) เหมาะสำหรับคนมีฮาร์ดดิสก์เล็กๆ ตัวนี้ก็ไม่เน้นการค้าเหมือนกัน สามารถดาวน์โหลดมาลองได้เช่นกันครับ

นอกจากนี้ยังมีลินิกซ์ยี่ห้อแปลกๆ อีกเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงลินิกซ์ท้องถิ่นอย่าง Red Flag จากประเทศจีน หรือว่า Hancom จากเกาหลี เหมาะสำหรับคนชอบลองของแปลกๆ ใหม่ๆ เนื่องจากว่าการใช้งานลินิกซ์นั้นเรามีเสรีภาพในการทดลองได้อย่างเต็มที่จนกว่าเราจะพอใจ สิ่งที่ได้กลับมาก็คือความรู้นั่นเองครับ ผมเชื่อว่าเราจะยังไม่มีความรู้ในการแบ่งพาร์ทิชันหรือเรื่องบูตเซคเตอร์ ถ้าเกิดลินิกซ์ไม่บูมขึ้นมา ถ้าสนใจสามารถหารายละเอียดจากลินิกซ์ยี่ห้อต่างๆ ได้ที่ www.distrowatch.com

แน่นอนว่า การที่คอมพิวเตอร์สินสมุทร ของ ICT ที่มีกำหนดจะส่งถึงมือผู้จองในเร็วๆ นี้ ได้เลือกที่จะใช้ลินิกซ์ทะเล 5.0 เป็นระบบปฏิบัติการที่ติดตั้งไปพร้อมกับตัวเครื่องเลย ทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างต่อผู้ใช้ ว่าจะสามารถใช้งานได้ดีหรือไม่ ผมแอบไปรู้มาว่า ลินิกซ์ทะเล 5.0 รุ่นที่แถมไปพร้อมกับเครื่อง ICT นั้น เป็นรุ่นที่ถูกพัฒนาขึ้นมาพิเศษต่อจากตัวที่เราๆ ใช้กันตามปกติ เลยสงสัยว่า มีอะไรเพิ่มขึ้นมาเป็นพิเศษในรุ่นนี้รึเปล่า เลยไปเสาะหาข้อมูลเพิ่มเติม และได้คุณกำธร ไกรรักษ์ ผู้ช่วยนักวิจัยจากฝ่ายวิจัยและพัฒนาสาขาสารสนเทศของเนคเทค ซึ่งเป็นผู้พัฒนาลินิกซ์ทะเลมาแล้วหลายรุ่น ให้คำตอบดังต่อไปนี้ครับ



ทำไมถึงต้องมีลินิกซ์ทะเล รุ่นพิเศษสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ ICT ด้วยครับ

สาเหตุที่ทะเลรุ่นนี้ ต้องพัฒนาขึ้นเพิ่มเติมจากรุ่นปกติเล็กน้อย ก็เพราะว่าเป็นลินิกซ์ที่ลงไปให้กับตัวเครื่องจากโรงงานเลย ผู้ซื้อรับเครื่องไป เปิดเครื่องมาใช้งานได้ทันที ดังนั้นเลยมีการปรับแต่งระบบให้เหมาะกับฮาร์ดแวร์ของเครื่อง ICT ทำให้เจ้าของเครื่องสะดวกมากขึ้น ไม่ต้องมานั่งติดตั้งฮาร์ดแวร์เอาเอง



มีอะไรเพิ่มเข้ามาบ้าง

ถ้าเป็นส่วนของโปรแกรม ได้ใช้โปรแกรมรุ่นใหม่ล่าสุดเกือบทั้งหมด เช่น เคอร์เนลของระบบใช้ตัวที่ค่อนข้างใหม่ คือ 2.40.20-13 ทำให้ระบบมีประสิทธิภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โปรแกรมต่างๆ ที่อยู่ในลินิกซ์ทะเลตัวต้นฉบับก็ใช้รุ่นใหม่ที่ทันสมัยขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังเพิ่มโปรแกรมดิกชันนารี ไทย-อังกฤษ และอังกฤษ-ไทย ที่เนคเทคเพิ่งจะแจกออกมา คือ Lexitron 2.0pre มาให้ด้วย ซึ่งมีคำศัพท์เยอะมาก น่าจะชอบกัน



ส่วนของการปรับแต่ง ก็ได้มีการปรับแต่งให้ผู้ใช้ทำงานได้สะดวกขึ้นเยอะ เช่น ไม่ต้องล็อกอิน เพราะว่าผู้ใช้ส่วนมากจะใช้ทำงานส่วนตัวที่บ้าน และไม่ได้นำไปต่อกับเครือข่ายที่ไหนอยู่แล้ว จึงกำหนดให้ไม่ต้องล็อกอินเพื่อที่จะเข้าทำงาน แถมยังปรับแต่งให้เหมาะกับงานด้านเดสก์ทอป โดยปิดโปรแกรมทำงานเบื้องหลังหรือเซอร์วิสบางตัวที่งานเดสก์ทอปไม่ได้ใช้ออกไป ทำให้ทำงานได้เร็วขึ้น เพราะเครื่องสินสมุทรให้แรมมาค่อนข้างน้อย คือ 128 เมกะไบต์เท่านั้น



ด้านฮาร์ดแวร์ มีอะไรเป็นพิเศษรึเปล่าครับ

แยกเป็นข้อๆ นะครับ อันแรกคือ โมเด็มของสินสมุทรใช้ชิป HSF (โมเด็มของ Connexant/Rockwell ซึ่งเป็นรุ่นยอดฮิตบ้านเรา) ก็ได้ทำการลงไดรเวอร์ของโมเด็มรุ่นนี้ให้เรียบร้อย และยังได้ข่าวจาก AsiaNet ว่าจะแถมชั่วโมงอินเทอร์เน็ต 5 ชั่วโมง ให้ไปด้วย จึงติดตั้ง ISP Account ของ AsiaNet ไว้ทั้งกรุงเทพ และต่างจังหวัด ดังนั้นผู้ใช้ทั่วไปเพียงแค่กรอก ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน ก็ใช้งานได้ทันที



ด้านกราฟิกการ์ด สินสมุทรใช้กราฟิกการ์ด 2 แบบ คือ Trident และ S3 โดยส่วนของ Trident มีปัญหาเล็กน้อย แต่แก้ไขเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของเครื่องพิมพ์ โครงการคอม ICT มีเครื่องพิมพ์ให้เลือกซื้อในราคาพิเศษ 4 รุ่น คือ Epson Stylus C-43UX, HP Deskjet-3325, Canon BubbleJet s-200sp, Lexmark Z-35 ซึ่ง 3 รุ่นแรกได้รับความร่วมมือเป็นพิเศษจากผู้ผลิต ทำให้ใช้งานได้ทันที โดยผู้ใช้แค่เลือกเครื่องพิมพ์ที่จะใช้เท่านั้น แต่ของ Lexmark นั้นมีระบบการพิมพ์เฉพาะ ทำให้ต้องติดตั้งเอาเองตามคู่มือที่แถมไป



ถ้าต้องการจะลงลินิกซ์ทะเลใหม่ จะทำอย่างไรครับ

จะมีการแถมซีดีสำหรับกู้ระบบมาให้ครับ สามารถกู้ระบบได้หลายระดับ ได้แก่

  1. กู้หน้าจอเดสก์ทอปและคอนฟิกของ XFree
  2. ติดตั้งระบบใหม่ แต่ /home (ที่เก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้) ยังอยู่
  3. แบ่งพาร์ทิชันและติดตั้งใหม่หมดเลย
  4. กู้ bootloader คือติดตั้ง grub ใหม่ ในกรณีลงระบบปฏิบัติการตัวอื่นเพิ่มไปด้วย

ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่า ถ้าเกิดระบบมีปัญหา จะไม่สามารถใช้งานได้ครับ



ได้มีการแถมคู่มือมาให้มั้ยครับ มีรายละเอียดอย่างไรบ้างครับ

คู่มือที่แถมไปมีความหนา 40 หน้า แนะนำการใช้งานทั่วๆ ไป ถ้าต้องการคู่มือที่ละเอียดขึ้น จะมีคู่มือฉบับของ ดร. วิรัช ขายในราคาเล่มละ 20 บาท โดยสามารถหาซื้อได้ที่ทำการไปรษณีย์ครับ



การสนับสนุนถ้าผู้ใช้เกิดปัญหา ทางทีมงานลินิกซ์ทะเลมีบทบาทอย่างไรบ้าง

จะมีการอบรมฟรี โดยสมาพันธ์โอเพนซอร์ส ร่วมกับกระทรวงไอซีที และเอกชนที่จะทำเรื่องฝึกอบรม ที่เห็นมีบ้างแล้วก็ของ สยามคอมพิวเตอร์ ที่เพิ่มเติมเข้ามาจะมี Call Center ของ PC Care (หน่วยงานที่ให้บริการแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ของการสื่อสารแห่งประเทศไทย) ซึ่งผมไม่ค่อยรู้รายละเอียดเท่าไร การตอบปัญหาผ่านเว็บ คาดว่าจะมีเว็บบอร์ดเฉพาะให้กับผู้ใช้คอมของ ICT โดยผู้ตอบจะเป็นทีมงานของกสท. ร่วมกับทีมงานของเนคเทคครับ



ก็ต้องขอบคุณคุณกำธรที่ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับลินิกซ์ทะเลสำหรับเครื่องสินสมุทรนะครับ ผู้ใช้หลายๆ คนก็น่าจะวางใจว่าได้มีการปรับแต่งให้ใช้งานง่ายขึ้น และมีการเตรียมพร้อมสำหรับการตอบปัญหา ทั้งด้านทีมสนับสนุน และคู่มือพอสมควรทีเดียว ก็ต้องรอดูวันส่งมอบเครื่องว่า ผู้สั่งจองจะพบปัญหาอะไรมากน้อยขนาดไหนครับ

ผมเคยเขียนเรื่อง ลินิกซ์ในตลาดอุปกรณ์ฝังตัว (ภาษาอังกฤษเรียกว่า embedded) ซึ่งหมายถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วๆ ไป ที่ไม่ใช่พีซีมาครั้งหนึ่งแล้ว คราวที่แล้วเป็นเรื่องของโมโตโรล่า ที่ประกาศนำลินิกซ์มาใช้ในโทรศัพท์มือถือของตัวเอง (ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ออกมาให้เห็น)

ตลาดอุปกรณ์ฝังตัวนั้นถือว่าเป็นตลาดที่อนาคตสดใสมาก ตัวอย่างง่ายๆ มองไปรอบๆ ตัวเรา เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไฮเทคหน่อย อย่างพวกเครื่องเล่นดีวีดี, เครื่องเล่นเกม, เครื่องถ่ายเอกสาร, โทรศัพท์มือถือ, เครื่องสำรองไฟ UPS หรืออุปกรณ์โอเวอร์ๆ อย่าง ขีปนาวุธข้ามทวีป หรือรถสุดไฮเทคของเจมส์บอนด์ มีความฉลาดกว่าเมื่อก่อนเยอะมาก

เจ้าอุปกรณ์พวกนี้ก็จำเป็นต้องมีระบบปฏิบัติการมาควบคุมการทำงานของมัน ยิ่งไฮเทคมาก ซับซ้อนมาก ระบบปฏิบัติการก็ต้องเก่งขึ้นตามไปด้วย ซึ่งปริมาณของอุปกรณ์ฝังตัวพวกนี้จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนมากกว่าเครื่องพีซีในที่สุด (ตัวอย่างง่ายๆ ก็คือโทรศัพท์มือถือ ที่จำนวนมากกว่าเครื่องพีซีไปนานแล้ว) และชิ้นปลามันในตลาดนี้ก็คือ ระบบปฏิบัติการนั่นเองครับ

มีบริษัทจำนวนมากที่วิสัยทัศน์ยาวไกล เข้ามาชิงส่วนแบ่งในตลาดนี้ ผู้นำตลาดคือ บริษัท Wind River ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ VxWorks เก่งขนาดไหน ก็ดูได้จากที่นาซ่านำไปใช้ในยานสำรวจดาวอังคาร หุ่นยนต์ ASIMO ที่เต้นๆ อยู่ในโฆษณาของฮอนด้า ก็ใช้ VxWorks ที่ใกล้ตัวหน่อยอย่างแลนไร้สาย AirPort ของแอปเปิล ที่ติดอยู่ที่สยามดิสคอเวอรี่ ก็ใช้ VxWorks เหมือนกัน

ส่วนบริษัทคุ้นๆ หน้าอย่างไมโครซอพท์ก็ลงมาเล่นในตลาดนี้เหมือนกันด้วย WindowsCE ที่นอกจากจะเอาไปใช้กับ PocketPC ที่เรารู้จักกันดีแล้ว เครื่องเล่นเกมอย่าง Dreamcast กับ X-Box ก็ใช้ WindowsCE ด้วย WindowsCE ทำรายได้ให้ไมโครซอพท์ไปหลายตังค์นะครับ รายได้ในไตรมาสล่าสุดนั้นทำเงินให้ไมโครซอพท์ถึง 38 ล้านเหรียญทีเดียว

สำหรับลินิกซ์ของเรานั้น ถึงแม้ในตอนนี้จะยังไม่โตมาก แต่ก็เป็นตลาดที่ลินิกซ์มีอนาคตสดใส สาเหตุที่สำคัญสุดๆ เลย คือ ราคาครับ เพราะว่าอุปกรณ์ฝังตัวส่วนมากมีขนาดเล็ก ราคาต่ำ ผู้ผลิตจึงต้องลดต้นทุนการผลิตลงให้มากที่สุด เพื่อที่จะได้กำไรต่อหน่วยเยอะขึ้น ลินิกซ์จึงเข้ามาเป็นตัวเลือกแรกๆ ทันที เพราะว่ามันฟรีหรือไม่ก็ราคาถูกนั่นเอง บริษัทดังๆ อย่าง Red Hat ถึงกับเปิดฝ่าย Embedded ขึ้นมา เพื่อทำการวิจัยลินิกซ์สำหรับตลาดนี้โดยเฉพาะ

แต่บริษัทที่เป็นผู้นำในเรื่อง Embedded Linux จริงๆ คือ บริษัท Monta Vista ที่มีผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ใหญ่ๆ อย่าง NEC, โมโตโรล่า, IBM, โตชิบา หนุนหลังอยู่ ลินิกซ์ของ MontaVista สนับสนุนฮาร์ดแวร์เยอะขนาดที่เรียกได้ว่า มากที่สุดในตอนนี้เลย และล่าสุดนี้ กลุ่มบริษัทที่ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำของโลก นำทีมโดย โซนี่ กับ มัตสึชิตะ บริษัทแม่ของพานาโซนิค ตามมาด้วย NEC, ฟิลิปส์, ซัมซุง, ชาร์ป และโตชิบา ได้จับมือกันพัฒนาลินิกซ์เพื่อใช้ในสินค้าของตัวเอง โดยลงขันกันตั้ง Consumer Electronics Linux Forum (CELF) ขึ้นมา

ผลงานภายใต้การพัฒนาของ CELF น่าจะออกมาภายในปีนี้ ตัวอย่างการพัฒนาที่น่าสนใจก็คือ ทำอย่างไงจะให้ลินิกซ์บูตตัวเองขึ้นมาโดยใช้เวลาน้อยกว่า 1 วินาที เพราะการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นั้นต่างจากพีซี จำเป็นที่จะต้องใช้เวลาน้อยๆ ตอนเปิดหรือปิดเครื่อง

โซนี่นั้นใช้ลินิกซ์มานานแล้วนะครับ อาจเป็นว่า ยักษ์ใหญ่ในด้านความบันเทิงอิเล็กทรอนิกส์ของโลก เหลือเพียง โซนี่ และไมโครซอพท์ ที่มีความสามารถพอที่จะแย่งตลาดกันได้ โซนี่มีเครื่องเล่นเกม เพลย์สเตชัน 2 ไมโครซอพท์ก็ออก X-Box ที่มีความสามารถมากกว่าออกมา

โซนี่ก็แก้เกมด้วยการขายชุดการพัฒนาเครื่องเพลย์ 2 ด้วย Linux ออกมาสู้ เครื่อง CoCoon ซึ่งโซนี่วางไว้ให้เป็นศูนย์กลางของเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เพราะมันจะเป็นสื่อกลางระหว่างทีวี WEGA, เครื่องเกมเพลย์สเตชัน 2, โน้ตบุค VAIO และกล้องวิดีโอของโซนี่ ก็ใช้ลินิกซ์เป็นระบบปฏิบัติการเช่นเดียวกัน

ที่เอ่ยมาทั้งหมดนี้ อยากให้บริษัทคนไทย ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอุปกณ์ฝังตัวอยู่ อาจจะไม่ต้องไฮเทคมาก อย่างโซนี่เขา แต่เป็นอุปกรณ์เฉพาะทาง อย่าง อุปกรณ์ทางกาแพทย์ หรือ ระบบควบคุมเครื่องจักรโรงงาน ที่อาจจะไม่มีปัญญาไปซื้อระบบปฏบิติการของ Wind River มาใช้ได้ หันมาศึกษาการนำลินิกซ์มาใช้ในอุปกรณ์ด้านนี้กันบ้าง ดูจากแนวโน้มที่ผ่านๆ มา และชื่อชั้นของบริษัทที่จับมือกันข้างต้นนั้น บอกได้เลยว่า อีกไม่นาน ลินิกซ์ในตลาดฝังตัว มาแน่นอนครับ