Open Source

Firefox จุดเริ่มต้นของโอเพ่นซอร์สสู่กระแสหลัก



พูดถึงซอพท์แวร์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ คนทั่วไปที่ไม่เชี่ยวชาญคอมพิวเตอร์มากนัก เอาแค่เล่นเน็ตพิมพ์งานให้รอดก็เก่งแล้วคงร้องยี้ใช่มั้ยครับ ยิ่งลงลึกไปถึงซอพท์แวร์ที่เกิดจากการพัฒนาแบบซอพท์แวร์เสรี ก็ยิ่งงงกันเข้าไปใหญ่ คงมีแต่ระดับสุดยอดเซียนผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นที่คุยกันรู้เรื่อง



แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป คำกล่าวข้างบนนั้นก็เปลี่ยนตามไปด้วย หลังจากที่ลินิกซ์บูมขึ้นมาไม่นานนี้ เราก็พบว่าฝ่ายไอทีตามบริษัทต่างๆ หรือผู้บริหารที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์โดยตรง เริ่มพูดถึงการนำเอาลินิกซ์มาใช้งานในองค์กรการมากขึ้น นับว่าเป็นความสำเร็จขั้นหนึ่งของโอเพ่นซอร์สที่เป็นที่รู้จักของผู้ใช้ส่วนมากในวงการคอมพิวเตอร์ แต่มองในอีกมุมนึง ผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์จริงๆ ก็ยังไม่ค่อยรู้จักกับซอพท์แวร์เสรีอยู่ดี



ผมเขียนถึงเว็บบราวเซอร์ Firefox มาสองครั้งแล้ว ครั้งนี้ก็ขอเขียนอีก เพราะว่า Firefox ทำให้คำพูดย่อหน้าข้างบนนี้เปลี่ยนไปอีกครั้ง



Firefox ได้รับการกล่าวถึงเป็นอย่างมากว่าเป็นเว็บบราวเซอร์หน้าใหม่ที่ทรงพลังกว่า เร็วกว่า และปลอดภัยกว่าอินเทอร์เน็ต เอ็กพลอเรอร์ หลังจากออกรุ่นตัวจริงไปเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เป้าหมายยอดดาวน์โหลด 10 ล้านครั้งก็แตกไปอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วัน (นับถึงวันที่เขียนนี้ 18 ล้านกว่าครั้งแล้วครับ) และผลจากการที่มีคนดาวน์โหลดไปจำนวนมหาศาล ทำให้ส่วนแบ่งตลาดของผู้ใช้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย สำนักข่าวต่างๆ ก็รายงานตรงกันที่ว่าส่วนแบ่งของไออีซึ่งเคยอยู่ที่เก้าสิบเปอร์เซ็นต์กว่าๆ เริ่มลดลงมาถึงเลขแปดเป็นครั้งแรก



แต่ผมมองว่าความสำเร็จสองอย่างข้างต้น คือผู้ดาวน์โหลดมหาศาล และชิงส่วนแบ่งตลาดได้ กลับจิ๊บจ๊อยไปเลยเมื่อเทียบกับความสำเร็จอย่างที่สาม



ใช่ครับ อย่างที่เขียนมาตั้งแต่ต้น Firefox เป็นจุดเริ่มต้นในการแนะนำให้ผู้ใช้ธรรมดา รู้จักกับซอพท์แวร์โอเพ่นซอร์สที่เริ่มเข้ามาในชีวิตประจำวัน หลังจากที่ลินิกซ์และซอพท์แวร์รุ่นพี่อื่นๆ กรุยทางมาแล้วอย่างเงียบๆ เพราะส่วนมากจะทำงานอยู่หลังฉาก



เมื่อซักสามสี่ปีก่อนคงไม่มีนักพัฒนาโปรแกรมคนไหนคิดว่าหนังสืออย่าง Newsweek, BusinessWeek, Wall Street Journal และ New York Times จะกล่าวถึงโปรแกรมตัวเดียวกันได้ ที่สำคัญมันเป็นโปรแกรมแบบโอเพ่นซอร์ส ที่ไม่หวังผลกำไรในเชิงการค้าเสียด้วย และโปรแกรมตัวนั้นคือ Firefox นี่เอง



ใครทำงานด้านการตลาดคงรู้ดีนะครับว่าการตลาดสมัยใหม่ แบรนด์เป็นสิ่งที่สำคัญกว่าตัวสินค้า การสร้างแบรนด์ต้องใช้เวลาและความพยายามมากมายกว่าจะเป็นที่จดจำของผู้บริโภค แต่ตอนนี้ Firefox กลายเป็นแบรนด์ที่ผู้ใช้ทั่วไปถามหาเวลาเล่นอินเทอร์เน็ตไปเสียแล้ว ก้าวล้ำแบรนด์ Linux ที่คนรู้จักมีเพียงนักคอมพิวเตอร์ซะอีก มูลค่าแบรนด์ที่ได้จากการประชาสัมพันธ์ทางอ้อมของสื่อต่างๆ ทั่วโลก จึงมีค่ามากกว่าตัวเลขดาวน์โหลด 18 ล้าน ที่ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับยอดดาวน์โหลดโปรแกรม QuickTime ของแอปเปิล (330 ล้านครั้ง)



นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของโลกโอเพ่นซอร์สที่เคยอยู่แต่ในห้องวิจัย ให้เข้าสู่ตลาดหลักเสียที ตอนนี้โลกกำลังรอโปรแกรมที่ภาษาฝรั่งเรียกว่า Killer Application ตัวใหม่ ถัดจากที่ Linux และ Firefox ทำทางมาให้แล้ว ดังนั้นถ้าไม่อยากตกกระแส Firefox ระบาด ก็ไปดาวน์โหลดมาใช้กันเสียดีๆ ครับ แฮ่ๆ



สุดท้ายก็ฝากข่าวดีของแฟนๆ Firefox ชาวไทย ซึ่งพบว่ามันตัดคำไม่ได้แบบเดียวกับไออี ทำให้การแสดงผลในบางเว็บเพจนั้นเสียไปเยอะ ถ้าใครใช้ลินิกซ์อยู่ก็โชคดีหน่อยเพราะว่า Firefox ตัวในลินิกซ์ทะเลนั้นถูกแก้ไขให้ตัดคำได้อยู่แล้ว แต่ตอนนี้ไม่ได้มีเฉพาะบนลินิกซ์อย่างเดียวแล้วครับ Firefox ฉบับตัดคำไทยได้บนวินโดว์และแมคอินทอชก็มีแล้ว เป็นผลงานการพัฒนาของดร. วุฒิชัย อัมพรอร่ามเวทย์ ผู้พัฒนาพจนานุกรมไทย Longdo ที่กรุงเทพธุรกิจเคยเสนอไปแล้ว ผมลองใช้ดูแล้วก็เยี่ยมเลยครับตัดคำสวยมาก สามารถดาวน์โหลดมาใช้กันได้ที่ http://linux.thai.net/firefox-thai

Ubuntu ลินิกซ์แห่งมิตรภาพ

กรุงเทพธุรกิจ: 20 Jan 2005



ผมติดค้างเรื่อง Ubuntu ลินิกซ์ยอดเยี่ยมประจำปี 2004 มาหลายตอนทีเดียวครับ ว่าจะเขียนถึงหลายทีแล้ว แต่ก็เจอเหตุการณ์ที่ฮอตกว่าอย่างลินิกซ์ทะเล 7.0 มาตัดหน้า คราวนี้เรามาดู Ubuntu กันเสียที

หลายคนคงงงว่าลินิกซ์ชื่อประหลาดอย่างนี้มาได้อย่างไร ไม่เคยได้ยินมาก่อน Ubuntu เป็นลินิกซ์หน้าใหม่ที่เพิ่งจะถือกำเนิดมาในปีที่แล้ว แต่ความร้อนแรงของมันเรียกได้ว่าสุดๆ เพราะหลังจากออกเวอร์ชั่นตัวจริงรุ่นแรกมาในเดือนตุลาคม เวลาสี่เดือนจากนั้นนับจนสิ้นปี ก็เพียงพอที่จะทำให้ Ubuntu ได้รางวัลลินิกซ์แห่งปีของเวบไซต์ Ars Technica ไปครอง

รางวัลเดียวยังไม่พอครับ อีกสองรางวัลนอกจากนั้นคือลินิกซ์หน้าใหม่ยอดเยี่ยม และชุมชนผู้ใช้ยอดเยี่ยม เรียกว่าไม่ธรรมดาเลยล่ะ เริ่มจะสนใจขึ้นมารึยังครับ

คำว่า Ubuntu อ่านว่า "อูบุนตู" เป็นภาษาซูลูที่ว่ากันว่ามีความหมายสวยเกินกว่าจะแปลออกมาเป็นภาษาอังกฤษได้ คำที่ใกล้เคียงที่สุดคือ Humanity to others หรือ Being with others ผมไม่รู้จะแปลเป็นภาษาไทยให้สวยๆ ว่าอย่างไรดีเหมือนกัน จะเป็นลินิกซ์เพื่อมนุษยชาติก็จะดูเกินตัวไปนิด ลินิกซ์เอื้ออาทรก็ไม่ไหว เพราะคำว่าเอื้ออาทรในบ้านเรามีความหมายกลายเป็นแจกคนจนไปเสียแล้ว แปลว่าลินิกซ์แห่งมิตรภาพคงพอใช้ได้นะครับ

ทีนี้มาดูว่าจุดขายของ Ubuntu มีอะไรถึงได้โดนใจขนาดนี้ อันแรก Ubuntu จะออกทุกๆ 6 เดือนครับ หมายความว่าปีละสองครั้ง และหมายความอีกว่าคุณจะได้ใช้โปรแกรมใหม่สุดๆ ใน Ubuntu ตัวล่าสุด แต่มันก็ไม่น่าตื่นเต้นอะไรมากเพราะว่าปัจจุบัน Fedora ก็ออกทุก 6 เดือนเช่นกัน

จุดขายข้อถัดมาคือ Ubuntu พัฒนามาจาก Debian ซึ่งเป็นลินิกซ์ที่ได้รับความนิยมค่อนข้างสูงสำหรับผู้ใช้ระดับสูง แปลให้เข้าใจง่ายๆ คือผู้ใช้ Ubuntu จะมีโปรแกรมจำนวนมหาศาล (เกือบ 8 พันโปรแกรม) ที่รวบรวมโดยนักพัฒนาของ Debian ได้ทันที ซึ่งผมเคยเขียนถึงไปแล้วว่า Repository หรือคลังเก็บซอฟต์แวร์ที่ใช้บน Debian ได้เป็นคลังที่ใหญ่ที่สุด อัพเดทเร็วที่สุด และมีคุณภาพดีที่สุดในโลกของลินิกซ์ ขอเพียงแค่มีเน็ตแรงๆ เราก็จะสามารถลงโปรแกรมได้ในคำสั่งเดียว

ผู้ใช้ลินิกซ์อาจเบื่อกับโปรแกรมอะไรก็ไม่รู้ที่ให้มาเต็มไปหมดใช่มั้ยครับ มีโปรแกรมเยอะก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป Fedora ไม่ค่อยประทับใจผู้ใช้หน้าใหม่ก็เพราะให้บราวเซอร์มาสามสี่ตัว โปรแกรมอีเมลอีกสาม และเวิร์ดโปรเซสเซอร์อย่างต่ำๆ ก็สองตัว จะเลือกใช้อันไหนดี อันไหนดีกว่าอันไหน กลายเป็นปัญหาที่น่าเวียนหัว

Ubuntu มองถึงปัญหาเหล่านี้ และเลือกโปรแกรมมาให้เป็นอย่างดี Ubuntu เลือกใช้ GNOME เป็นเดสก์ทอปหลัก Firefox เป็นบราวเซอร์ และ Evolution เป็นโปรแกรมอีเมลไคลเอนท์

ด้วยการเลือกโปรแกรมแต่พอดีแบบนี้ ทำให้ Ubuntu บรรจุลงได้ในซีดีแผ่นเดียวเท่านั้น (จริงๆ ไม่เต็มแผ่นด้วยซ้ำ) ในขณะที่ลินิกซ์ตัวอื่นๆ เราต้องใช้กันถึงสามแผ่นหรือบางครั้งเป็นแผ่นดีวีดีกันเลย

ข้อสุดท้ายอาจไม่ค่อยเกี่ยวกับผู้ใช้บ้านเรานัก นั่นคือการสนับสนุนหลังขายครับ Fedora นั้นไม่มีการสนับสนุนหลังการขายจาก Red Hat แต่อย่างใด ถ้าเราต้องการบริการในส่วนนี้ก็จำเป็นต้องซื้อ Red Hat Enterprise Linux ที่ราคาแพงหูฉี่แทน Mandrake หรือ SuSE ก็ไม่ต่างกันนัก รุ่นที่แจกฟรีก็แทบไม่มีอะไร รุ่นที่ขายก็ราคาแพงทีเดียว ถ้ามองไปถึงลินิกซ์ที่ฟรีจริงๆ ไม่เชิงการค้าอย่างเช่น Debian, Slackware หรือ Gentoo ก็ยากที่จะมีบริการแบบนี้ แต่ Ubuntu มีครับ ถึงแม้ว่าตัว Ubuntu จะฟรีจริงๆ แต่ถ้าอยากได้ บริษัท Canonical ที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาก็มีให้ในราคาที่พอรับไหว แต่ผมว่าบ้านเราคงไม่สนใจเรื่องนี้กันเท่าไรนะ

หลังจากได้รับรู้ข้อดีครบแล้ว ก็มาลองเล่นกันเลย วิธีการก็ไม่มีอะไรมาก ดาวน์โหลด ISO ซีดีจากเวบไซต์ของ Ubuntu ที่ www.ubuntu.com มาไรต์ลงซีดี แล้วติดตั้งตามปกติ ขั้นตอนการติดตั้งอาจดูยากเล็กน้อยเพราะเป็นเท็กซ์โหมดแต่ก็ไม่มีอะไรมากครั บ หลังจากนั้นก็จะพบกับหน้าจอล็อกอินสวยๆ ตามภาพ

หน้าตารวมๆ ของ Ubuntu จะออกไปโทนสีน้ำตาลทั้งหมด นับว่าหาได้ยากสำหรับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ Ubuntu นำความหมาย Humanity มาตั้งเป็นชื่อธีมว่า Human และคุณจะพบว่าทุกสิ่งที่เห็นในหน้าจอนั้นอยู่ใต้ธีม Human ทั้งสิ้น

ด้วยปัญหาด้านสิทธิบัตรที่เลวร้ายขึ้นทุกวัน ทำให้ลินิกซ์หลายๆ ค่ายไม่ได้ให้โปรแกรมที่เสี่ยงกับการละเมิดสิทธิบัตรมาด้วย เช่น เอ็มพีสามหรือการเล่นดีวีดี รวมไปถึงปลั๊กอินที่ไม่โอเพ่นซอร์สอย่างจาวา และแฟลช ไม่ว่าจะเป็น Fedora หรือลินิกซ์ทะเลก็ตาม Ubuntu ก็ไม่ยกเว้น แต่ผู้ใช้ก็สามารถดาวน์โหลดส่วนเพิ่มเติมเหล่านี้ได้เองอย่างง่ายๆ ตามวิธีการในเวบไซต์ของ Ubuntu ซึ่งเขียนไว้อย่างละเอียด

การที่ Ubuntu ได้รางวัลชุมชนผู้ใช้ยอดเยี่ยมไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ เวบบอร์ดของ Ubuntu นั้นคนเข้าเยอะและเป็นมิตรต่อผู้ใช้หน้าใหม่ๆ มากทีเดียว เอกสารบนเวบไซต์ก็เรียกได้ว่าละเอียดมากๆ ผมสามารถลงโปรแกรมแปลกๆ ที่ไม่น่าจะลงได้สำเร็จก็เพราะเอกสารที่มีคนเขียนไว้ในเวบนี่เอง

ก่อนที่จะมีคนงงเรื่องเลขเวอร์ชั่นของ Ubuntu ผมขออธิบายก่อนครับ เวอร์ชั่นแรกของ Ubuntu คือ 4.10 หมายความว่าออกปี 04 เดือน 10 มีรหัสว่า Warty Warthog (Warthog คือหมูป่า) เวอร์ชั่นถัดไปจะเป็น 5.04 ซึ่งเราทำนายได้เลยว่ามันจะออกเดือนเมษายนนี้ และเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ

ความประทับใจของผมต่อ Ubuntu นี่ถือว่าดีมาก ทุกวันนี้ผมเลิกใช้ Fedora และหันมาใช้ Ubuntu แทนแล้ว แค่ซีดีแผ่นเดียวขนาดไม่ใหญ่นักก็คุ้มที่จะลองเอามาเล่นดูครับ

หรือว่าโลกนี้จะเหลือแค่วินโดว์กับลินิกซ์
กรุงเทพธุรกิจ : 6 Jan 2005

สวัสดีปี 2005 นะครับ เนื่องในโอกาสปีใหม่ ผมขอเขียนถึงแนวโน้มของตลาดซอพท์แวร์เสรีเหมือนเช่นทุกๆ ปี เพียงแต่คราวนี้จะเน้นที่ลินิกซ์เพียงตัวเดียว

เมื่อพูดถึงระบบปฎิบัติการ ความหมายของมันแบบอธิบายง่ายๆ คือเป็นตัวกลางระหว่างโปรแกรมทั่วไปกับฮาร์ดแวร์ เมื่อโปรแกรมต้องการเข้าถึงฮาร์ดแวร์ เช่น สั่งให้ฮาร์ดดิสก์ทำงาน ก็จะไม่สั่งฮาร์ดดิสก์โดยตรง แต่จะสั่งผ่านระบบปฎิบัติการก่อน แล้วระบบปฎิบัติการจึงสั่งฮาร์ดดิสก์ให้อีกที ข้อดีของวิธีนี้คือคนเขียนโปรแกรมไม่ต้องติดต่อกับฮาร์ดดิสก์เองทุกๆ ครั้ง เพียงแค่บอกให้ระบบปฏิบัติการทำให้ก็พอแล้ว

เนื่องจากว่าปริมาณและชนิดของฮาร์ดแวร์มีเยอะมาก จนส่งผลให้ระบบปฏิบัติการนั้นมีความซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบปฏิบัติการให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้ก็มากขึ้นจนแตะระดับพันล้านเหรียญเข้าไปแล้ว ทำให้ระบบปฏิบัติการที่เคยมีอยู่มากมาย เริ่มจะมีสายป่านการเงินไม่เพียงพอ และก็ล้มหายตายจากเข้าไปทุกวัน แนวโน้มนี้เกิดขึ้นมาได้ซักพักหนึ่งแล้ว และจะยิ่งชัดเจนมากขึ้นในปีนี้ จนสุดท้ายเราน่าจะเหลือระบบปฏิบัติการหลักจริงๆ เพียงสองค่าย คือ วินโดว์กับยูนิกซ์ ซึ่งมีลิินิกซ์เป็นเรือธง

สำหรับวินโดว์ก็ไม่น่าแปลกใจอะไรมากนักนะครับ เราทุกคนคุ้นเคยกันดีกับคำว่าบิล เกตส์เป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก และไมโครซอพท์เป็นบริษัทซอพท์แวร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผมเชื่อว่าทุกคนใช้วินโดว์ และคนรู้จักของเราทุกคนก็เคยผ่านวินโดว์กันมาหมด การที่ไมโครซอพท์จะหมดเงินในการพัฒนาวินโดว์ จึงเป็นไปไม่ได้เอาซะเลย

ส่วนฝั่งยูนิกซ์โดยเฉพาะลินิกซ์นั้น สายป่านยาวไม่เท่าไมโครซอพท์แน่นอน เพียงแต่มีกรรมวิธีในการพัฒนาซอพท์แวร์แบบที่เรียกว่าโอเพ่นซอร์ส ซึ่งเพิ่งได้รับความนิยมในทศวรรษที่ 90 นี้เอง การรวมนักพัฒนาจากทั่วโลกเข้าด้วยกันภายใต้อุดมกาณ์ซอพท์แวร์เสรีเพื่อทุกคน ทำให้ยังสามารถพัฒนาลินิกซ์มาได้จนถึงทุกวันนี้ โดยที่ความสามารถไม่ด้อยกว่าใครเลย ส่วนยูนิกซ์ค่ายอื่นๆ ก็ยังมีนะครับ ทั้งตระกูล BSD ต่างๆ หรือโซลาริสที่ผมเขียนถึงไปแล้ว ซึ่งเทียบความนิยมแล้วก็สู้ลินิกซ์ไม่ได้อยู่ดี

ในเมื่อไมโครซอพท์มีเงิน และลินิกซ์มีวิธีการพัฒนาแบบโอเพ่นซอร์ส ระบบปฏิบัติการยี่ห้ออื่นที่ไม่มีทั้งสองอย่างนี้ จึงอยู่ในสถานการณ์ที่บีบคั้น ทั้งค่าใช้จ่ายจ้างโปรแกรมเมอร์จำนวนมหาศาล และยอดขายที่ทำยังไงก็สู้วินโดว์ไม่ได้ จึงต้องค่อยๆ ถอยหนีไปทีละรายสองราย ทางรอดที่หลายเจ้าเลือก คือหันไปรวมกับลินิกซ์ครับ

บริษัทแรกที่ใช้วิธีนี้อย่างเป็นรูปธรรมคือแอปเปิล เมื่อวินโดว์ 95 และวินโดว์ NT ออกมามีคุณสมบัติบางอย่างดีกว่า MacOS ทำให้แอปเปิลอยู่เฉยไม่ได้ จะทุ่มเงินเข้าสู้ แอปเปิลช่วงนั้นก็กรอบมาก และไม่มีอะไรรับประกันว่าจะสู้ชนะ ทางรอดของแอปเปิลจึงหันไปใช้ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ MacOSX ระบบปฏิบัติการแห่งอนาคตของแอปเปิลในตอนนั้น ใช้ยูนิกซ์ตระกูล BSD ที่โอเพ่นซอร์สเป็นรากฐานในการติดต่อกับฮาร์ดแวร์ ทำให้แอปเปิลไม่ต้องลงทุนพัฒนาส่วนล่างของระบบปฏิบัติการเอง และหันไปทุ่มให้กับส่วนติดต่อผู้ใช้ที่สวยงามจนเป็นจุดขายของเครื่องแมคในปัจจุบัน

บริษัทถัดมาคือไอบีเอ็มครับ ไอบีเอ็มขายทั้งพีซีและเซิร์ฟเวอร์ ตลาดพีซีย่อมต้องใช้วินโดว์อยู่แล้ว ในตลาดเซิร์ฟเวอร์ไอบีเอ็มมองว่าระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ของตัวเองอย่าง AIX กำลังจะตาย เพราะราคาแพงและคนใช้น้อย เมื่อลินิกซ์ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการน้องใหม่เกิดขึ้นมา มีประสิทธิภาพสูง ราคาถูกและกำลังได้รับความนิยม ไอบีเอ็มจึงหันมาจับลินิกซ์โดยทันที ไอบีเอ็มประกาศลงทุนในลินิกซ์ถึงหนึ่งพันล้านเหรียญ และขายเซิร์ฟเวอร์ที่รันลินิกซ์แทน ผลที่ออกมานั้นคุ้มมาก เพราะหนึ่งพันล้านเหรียญที่จ่ายไปนั้นคืนทุนและแปรสภาพมาเป็นกำไรหลายเท่าตัว

บริษัทที่สามคือโนเวล เมื่อก่อนการต่อแลนภายในองค์กรทุกแห่งต้องใช้ระบบปฏิบัติการเน็ตแวร์ของโนเวลกันทั้งสิ้น แต่เมื่อวินโดว์พัฒนาขึ้นและมีความสามารถด้านเครือข่ายดีขึ้น เน็ตแวร์เลยเป็นระบบที่ถูกลืม เมื่อลินิกซ์กลายเป็นกระแส โนเวลจึงไม่รอช้าที่จะย้ายระบบต่างๆ ของเน็ตแวร์มาสู่ลินิกซ์ และหันมาจับลินิกซ์เต็มตัวโดยเข้าซื้อกิจการบริษัทเกี่ยวกับลินิกซ์หลายแห่ง ปัจจุบันโนเวลเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับลินิกซ์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากเรดแฮทเท่านั้น

สถานการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นในตลาดพีดีเอครับ เมื่อปาล์มซอร์ส บริษัทที่พัฒนาระบบปฏิบัติการปาล์มโอเอส (ซึ่งแยกตัวออกจากบริษัทผลิตฮาร์ดแวร์ปาล์มที่ชื่อปาล์มวัน) ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการบริษัท China MobileSystem และประกาศจะพัฒนาปาล์มโอเอสรุ่นถัดไป ที่ใช้ลินิกซ์เป็นรากฐานเหมือนกัน

วิธีการของปาล์มจะคล้ายๆ กับแอปเปิล คือใช้ส่วนล่างของระบบปฏิบัติการที่ติดต่อกับฮาร์ดแวร์เป็นโอเพ่นซอร์ส และใช้ส่วนบนที่ติดต่อกับผู้ใช้เป็นระบบปาล์มเหมือนเดิม สาเหตุที่ปาล์มต้องทำเช่นนี้มีหลายประการ อย่างแรกคือการแข่งขันในตลาดพีดีเอที่รุนแรง เพราะคู่แข่งทั้งสองมีสายป่านยาวกว่า (คู่แข่งรายแรกคือวินโดว์ซีอีของไมโครซอพท์ และซิมเบียนที่มีโนเกียหนุนหลังอยู่) การที่ปาล์มไม่ต้องพัฒนาส่วนติดต่อกับฮาร์ดแวร์เอง ทำให้ประหยัดรายจ่ายไปมาก อีกสาเหตุหนึ่งคือความล่าช้าของปาล์มโอเอส 6 Cobalt (ปัจจุบันปาล์มทุกตัวที่วางขายในโลก ใช้ปาล์มโอเอส 5 Garnet ครับ) Cobalt ได้รับการวางตำแหน่งว่าเป็นระบบปฏิบัติการแห่งอนาคตของค่ายปาล์ม แต่มันกลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร อาจเป็นปัญหาด้านเทคนิคที่คนนอกอย่างเราไม่รู้ ทำให้พีดีเอที่ใช้ Cobalt ยังไม่มีวางตลาด ปาล์มจึงต้องแก้เกมด้วยการใช้ลินิกซ์ เพื่อที่ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์จะทำงานด้วยได้ง่ายขึ้น

ที่เขียนถึงมาทั้งหมดคงแสดงถึงแนวโน้มของตลาดได้เป็นอย่างดี และเป็นการพิสูจน์ด้วยว่าลินิกซ์ไม่ได้เป็นเพียงระบบปฏิบัติการที่ลินุส ทอร์วัลด์ทำเป็นงานอดิเรกอีกต่อไปแล้ว ด้วยเหตุผลหลายๆอย่างและสถานการณ์ของตลาดที่บีบคั้น ทำให้ลินิกซ์กลายเป็นลินิกซ์อย่างทุกวันนี้ ในอนาคตเราคงเหลือระบบปฏิบัติการแค่เพียงสองค่าย เหมือนกับชื่อตอนล่ะครับ

"ไม่มีใครสามารถปั้นแต่งการปฏิวัติ ไม่มีใครสามารถตีกรอบการปฏิวัติ ไม่มีใครสามารถชี้นำการปฏิวัติ แต่การปฏิวัติจะเกิดขึ้นของมันเอง"
เดวิด ไดมอนด์ ผู้เขียนหนังสือชีวะประวัติของลินุส Just For Fun (ฉบับภาษาไทยชื่อว่าเอามัน)

"บางครั้งการปฏิวัติก็เลิกไม่ได้"
ลินุส ทอร์วัลด์ จากเล่มเดียวกัน

กรุงเทพธุรกิจ SciTech: 23 Dec 2004

ช่วงนี้โปรแกรมออกกันเยอะ ตั้งแต่ลินิกซ์ Fedora Core 3 ที่เขียนไปคราวก่อน ปลาดาวออฟฟิศที่หายไปนานจนคิดว่าเลิกทำไปแล้ว ก็ออกเวอร์ชัน 3.1 มาเสียที (ผมเคยไปถามผู้บริหารของซันประเทศไทย ก็ได้รับคำตอบเป็นเสียงหัวเราะ) ยังไงช่วยขยันออกมาแถลงกับสื่อเหมือนตอนเปิดตัวปลาดาวใหม่ๆ หน่อยก็ดีนะครับ

ส่วนคอลัมน์สัปดาห์นี้ แน่นอนว่าพลาดไม่ได้ ลินิกซ์ของคนไทย ลินิกซ์ ทะเลออกมาถึงเวอร์ชัน 7.0 แล้ว

รุ่นนี้มีรหัสว่า "หว้ากอ" (Waghor) ซึ่งมาจากสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จไปดูสุริยุปราคา ส่วนสาเหตุที่นับเป็นเวอร์ชัน 7.0 คิดว่าคนคงสงสัยกันเยอะ ทีมงานได้อธิบายไว้ในเอกสารประจำเวอร์ชันแล้ว ผมนำมาเล่าซ้ำคร่าวๆ คือ ลินิกซ์ทะเลเดิมนั้นพัฒนามาจากลินิกซ์แมนเดรก (Mandrake) และเรียกว่า Linux MaTEL ซึ่งรุ่นแรกนับเป็น 6.0 ตามเวอร์ชันของแมนเดรกในขณะนั้น หลังจากนั้นก็ออก 6.01 และเริ่มเปลี่ยนแปลงชื่อมาเป็น LinuxTLE นับเป็นเวอร์ชัน 3.0 เรื่อยมา เนื่องจากว่าไม่อยากนับเลขซ้ำ เลยกระโดดข้ามจาก 5.5 มาเป็น 7.0 นี่ล่ะครับ

ตัวระบบปฏิบัติการสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซท์ www.opentle.org โดยตรง ตอนที่เขียนเริ่มมีมิเรอร์ไซท์ตามสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศแล้ว ดูรายการได้จากในเว็บอีกเช่นกันครับ เวอร์ชันนี้ใช้ซีดีสามแผ่นหรือดีวีดีหนึ่งแผ่น ผมแนะนำว่าถ้าใครมีเครื่องไรต์ดีวีดีก็ใช้ดีกว่าเพราะจะได้ไม่ต้องนั่งรอเปลี่ยนแผ่น เดี่ยวนี้ ADSL มีใช้กันเยอะแล้วคงไม่ลำบากในการโหลดกันมากนัก ส่วนใครที่ยังต่อผ่านโมเด็มอยู่ ได้ข่าวมาว่าตามพันธุ์ทิพย์เริ่มมีขายแล้ว หรือจะสั่งซื้อตามเว็บไซท์ขายซีดีก็ได้เช่นกัน

วิธีการติดตั้งขอไม่เขียนถึงนะครับ ขั้นตอนเหมือนเวอร์ชันก่อนๆ ทุกประการ เมื่อติดตั้งเสร็จและบูทเครื่องครั้งแรก จะพบกับตัวปรับแต่ง Firstboot ที่ให้เราเลือกเมาท์ไดรว์ของวินโดว์อัตโนมัติ ก็อปปี้ฟอนต์จากวินโดว์ และเลือกเปิดไฟ Numlock บนคีย์บอร์ดได้ในส่วนนี้

หลังจากนั้นเราจะพบกับหน้าตาใหม่ของทะเล 7.0 ซึ่งวาดไอคอนใหม่หมดและเป็นไอคอนที่เกี่ยวกับทะเลด้วย ผมไม่ค่อยชอบขอบหน้าต่างและสีของปุ่มเท่าไรนัก เพราะสีดูสว่างเกินไปหน่อย ภาพแบ็คกรานด์ที่ให้มาเป็นทะเลในแบบที่ค่อนข้างการ์ตูนครับ ส่วนภาพถ่ายแบบเวอร์ชันเก่าๆ ก็ยังมีให้เลือกเหมือนเดิม

โปรแกรมเด็ดที่มากับทะเลคือเว็บบราวเซอร์สุดฮอตในขณะนี้ Mozilla Firefox 1.0 ที่ได้รับการปรับแต่งให้ใช้ภาษาไทยได้ดีกว่า Firefox ที่ดาวน์โหลดจาก Mozilla.org โดยตรง ในการใช้งานมัลติมีเดียผ่านเว็บนั้น ต้องทำการติดตั้งปลั้กอิน Flash เอง (เพราะปัญหาด้านสิทธิ์อนุญาต ทำให้ทีมพัฒนาลงมาให้เลยไม่ได้) การฟังเพลงผ่านเว็บที่เป็น Real Player เช่น 365jukebox แนะนำให้ดาวน์โหลดจาก real.com โดยตรง ส่วนตัวอย่างหนังที่เป็นไฟล์แบบควิกไทม์ ผมลองดูแล้วภาพมาแต่เสียงไม่มาครับ คาดว่าทีมพัฒนาคงหาวิธีแก้ปัญหาให้ต่อไป

ด้านมัลติมีเดียอื่นๆ การจะเล่นเพลงเอ็มพีสาม จำเป็นต้องติดตั้งเองด้วยเหตุผลเดียวกัน วิธีการติดตั้งนั้นเขียนไว้อย่างละเอียดในเอกสารแล้ว ขอไม่เขียนซ้ำนะครับ ลินิกซ์ทะเลเป็นลินิกซ์ดิสโทรที่ให้โปรแกรมด้านนี้มาเยอะมากๆ โปรแกรมฟังเพลงแบบวินแอมป์ที่ชื่อ XMMS ยังมีมาให้เหมือนเดิม (ใน Fedora เอาออกไปแล้ว) ถ้าใครอยากได้โปรแกรมที่หน้าตาเหมือนกับ iTunes มากกว่า ก็มีโปรแกรมชื่อ Rhythmbox ให้ใช้ สุดท้ายโปรแกรมดูหนัง MPlayer ดูได้แทบทุกฟอร์แมตในโลก และแนะนำให้ดูดีวีดีผ่านโปรแกรม Xine

โปรแกรมด้านอินเทอร์เน็ต ลินิกซ์ทะเลให้โปรแกรมอีเมลสุดเจ๋งมาสองตัว คือ Mozilla Thunderbird 1.0 ถ้าใครใช้ไม่เป็น ผมเขียนวิธีการใช้อย่างละเอียดได้ที่ www.blognone.com อีกโปรแกรมคือ Evolution 2.0 เหมาะสำหรับคนที่คุ้นเคยกับ Outlook เพราะหน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบ มีปฏิทินในตัว และต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่เป็น Microsoft Exchange ได้ด้วย โปรแกรมคุยก็ให้ Gaim 1.10 มาซึ่งมันสามารถแสดงรูปของคู่สนทนาใน MSN ได้แล้วด้วย น่าประทับใจมากครับ

ด้วยข้อจำกัดด้านเนื้อที่ขอเขียนถึงโปรแกรมอื่นๆ บางตัวเท่านั้นครับ ลินิกซ์ทะเลรวมออฟฟิศทะเล 1.1.2 มาด้วย ใช้งานได้ดีไม่มีปัญหา และสามารถเซฟเอกสารเป็น PDF หรือ Flash ได้โดยไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม ปลั้กอินภาษาจาวายังเป็นจาวารุ่น 1.5.0 ใหม่ล่าสุด (คิดว่าเป็นลินิกซ์ยี่ห้อแรกๆ ที่ให้จาวา 1.5 มาด้วย) และมีโปรแกรมอีกมากมายสำหรับคนที่มีอุปกรณ์ในตระกูลปาล์ม บลูทูธ และเครือข่ายไร้สาย WiFi

ลินุส ทอร์วัลด์เคยพูดไว้ว่า ถ้าเรามองการพัฒนาของลินิกซ์อย่างใกล้ชิด จะรู้สึกว่ามันพัฒนาอย่างช้าๆ แต่ถ้าคิดในมุมมองของตัวเองที่สร้างลินิกซ์มาตั้งแต่ต้น จะพบว่ามันพัฒนาไปอย่างรวดเร็วมาก ผมมานั่งคิดดูก็จริงครับ เราเคยบ่นกันมานานว่าใช้งานลินิกซ์นั้นลำบาก ใส่ซีดี แผ่นดิสก์ หรือเสียบธัมป์ไดรว์ต้องมานั่งเมาท์กันวุ่นวาย แต่ด้วยการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในเคอร์เนล ตอนนี้ปัญหาเหล่านี้หมดไปซะแล้ว

ชื่อของฟีเจอร์นี้คือ udev ไม่ขอลงรายละเอียดมากเช่นกัน แต่สรุปคร่าวๆ คือต่อไปนี้ไม่ว่าจะเสียบอุปกรณ์ชนิดใด มันจะพร้อมใช้ในทันที น่าสนใจมากใช่มั้ยครับ ผมทดลองโดยการเสียบธัมป์ไดรว์ก็พบว่ามันเจออัตโนมัติจริงๆ ด้วย หลังจากเสียบไม่กี่วินาที ไอคอนรูปไดรว์ก็ปรากฎบนเดสก์ท็อปทันที แต่การทดสอบที่ดีกว่านั้นคือกล้องดิจิทัลครับ

โน้ตบุ้คของผมเป็น iBook ซึ่งใช้ระบบแมคอินทอช ส่วนเครื่องตั้งโต๊ะผมมีทั้งวินโดว์และลินิกซ์ เลยเปรียบเทียบการใช้งานได้ค่อนข้างง่าย การต่อกล้องดิจิทัลบนแมคนั้นน่าประทับใจมาก เพียงแค่เสียบสาย โปรแกรม iPhoto จะขึ้นมาจัดการทุกอย่างให้อย่างอัตโนมัติ บนวินโดว์จะเป็นรองเล็กน้อยตรงที่โปรแกรมดึงรูปของวินโดว์ใช้ดูรูปแบบจริงจังเหมือน iPhoto ไม่ได้ แต่ที่ผมทดสอบมา ลินิกซ์พร้อม udev เทียบชั้นได้กับแมคแล้ว

กล้องที่ใช้ทดสอบเป็น Canon IXY 450 เมื่อผมเสียบสายต่อเข้าไป โปรแกรม gPhoto ซึ่งทำหน้าที่อิมพอร์ตรูปจากกล้องก็ขึ้นมาถามผมโดยอัตโนมัติ ว่าต้องการอิมพอร์ตรูปหรือใหม่ เมื่อตอบตกลงจะเป็นการอิมพอร์ตรูป และยิ่งไปกว่านั้น เมื่ออิมพอร์ตเสร็จสามารถเลือกดูรูปผ่านโปรแกรม gThumb ซึ่งเป็นโปรแกรมแบบเดียวกับ ACDSee ได้ทันที บอกความรู้สึกในฐานะคนที่อยู่กับลินิกซ์มานานว่าประทับใจสุดๆ เลยครับ

ผมยังไม่เจอปัญหาร้ายแรงในทะเล 7.0 ปัญหาเล็กน้อยที่พบ (จริงๆ เป็นมานานแล้ว) คงเป็นโปรแกรมในเมนูที่มากจนไม่รู้ว่าอะไรใช้ทำอะไรบ้าง และการแปลเป็นภาษาไทยที่ยังไม่ค่อยสื่อความหมายมากนัก ลินิกซ์ทะเลนั้นจับกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้โฮมยูส ที่ใช้ดูหนังฟังเพลงพิมพ์งานเล่นเน็ต และต้องการโปรแกรมที่ทันสมัยใหม่ล่าสุด ผู้ใช้ที่ต้องการนำไปทำเซิร์ฟเวอร์อาจไม่เหมาะมากนัก จากการใช้งานมาเกือบสัปดาห์ก็สรุปได้ว่าทะเล 7.0 ทำได้ตามเป้าหมาย ถ้าไม่นับเรื่องเกมแล้ว การใช้งานทุกอย่างเทียบเท่าวินโดว์ได้เลยครับ ใครที่เคยใช้รุ่นก่อนๆ มาและไม่ประทับใจ อยากให้ลองอีกครั้งอาจจะเปลี่ยนใจได้ครับผม

กรุงเทพธุรกิจ SciTech: 23 Dec 2004

ช่วงนี้โปรแกรมออกกันเยอะ ตั้งแต่ลินิกซ์ Fedora Core 3 ที่เขียนไปคราวก่อน ปลาดาวออฟฟิศที่หายไปนานจนคิดว่าเลิกทำไปแล้ว ก็ออกเวอร์ชัน 3.1 มาเสียที (ผมเคยไปถามผู้บริหารของซันประเทศไทย ก็ได้รับคำตอบเป็นเสียงหัวเราะ) ยังไงช่วยขยันออกมาแถลงกับสื่อเหมือนตอนเปิดตัวปลาดาวใหม่ๆ หน่อยก็ดีนะครับ

ส่วนคอลัมน์สัปดาห์นี้ แน่นอนว่าพลาดไม่ได้ ลินิกซ์ของคนไทย ลินิกซ์ ทะเลออกมาถึงเวอร์ชัน 7.0 แล้ว

รุ่นนี้มีรหัสว่า "หว้ากอ" (Waghor) ซึ่งมาจากสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จไปดูสุริยุปราคา ส่วนสาเหตุที่นับเป็นเวอร์ชัน 7.0 คิดว่าคนคงสงสัยกันเยอะ ทีมงานได้อธิบายไว้ในเอกสารประจำเวอร์ชันแล้ว ผมนำมาเล่าซ้ำคร่าวๆ คือ ลินิกซ์ทะเลเดิมนั้นพัฒนามาจากลินิกซ์แมนเดรก (Mandrake) และเรียกว่า Linux MaTEL ซึ่งรุ่นแรกนับเป็น 6.0 ตามเวอร์ชันของแมนเดรกในขณะนั้น หลังจากนั้นก็ออก 6.01 และเริ่มเปลี่ยนแปลงชื่อมาเป็น LinuxTLE นับเป็นเวอร์ชัน 3.0 เรื่อยมา เนื่องจากว่าไม่อยากนับเลขซ้ำ เลยกระโดดข้ามจาก 5.5 มาเป็น 7.0 นี่ล่ะครับ

ตัวระบบปฏิบัติการสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซท์ www.opentle.org โดยตรง ตอนที่เขียนเริ่มมีมิเรอร์ไซท์ตามสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศแล้ว ดูรายการได้จากในเว็บอีกเช่นกันครับ เวอร์ชันนี้ใช้ซีดีสามแผ่นหรือดีวีดีหนึ่งแผ่น ผมแนะนำว่าถ้าใครมีเครื่องไรต์ดีวีดีก็ใช้ดีกว่าเพราะจะได้ไม่ต้องนั่งรอเปลี่ยนแผ่น เดี่ยวนี้ ADSL มีใช้กันเยอะแล้วคงไม่ลำบากในการโหลดกันมากนัก ส่วนใครที่ยังต่อผ่านโมเด็มอยู่ ได้ข่าวมาว่าตามพันธุ์ทิพย์เริ่มมีขายแล้ว หรือจะสั่งซื้อตามเว็บไซท์ขายซีดีก็ได้เช่นกัน

วิธีการติดตั้งขอไม่เขียนถึงนะครับ ขั้นตอนเหมือนเวอร์ชันก่อนๆ ทุกประการ เมื่อติดตั้งเสร็จและบูทเครื่องครั้งแรก จะพบกับตัวปรับแต่ง Firstboot ที่ให้เราเลือกเมาท์ไดรว์ของวินโดว์อัตโนมัติ ก็อปปี้ฟอนต์จากวินโดว์ และเลือกเปิดไฟ Numlock บนคีย์บอร์ดได้ในส่วนนี้

หลังจากนั้นเราจะพบกับหน้าตาใหม่ของทะเล 7.0 ซึ่งวาดไอคอนใหม่หมดและเป็นไอคอนที่เกี่ยวกับทะเลด้วย ผมไม่ค่อยชอบขอบหน้าต่างและสีของปุ่มเท่าไรนัก เพราะสีดูสว่างเกินไปหน่อย ภาพแบ็คกรานด์ที่ให้มาเป็นทะเลในแบบที่ค่อนข้างการ์ตูนครับ ส่วนภาพถ่ายแบบเวอร์ชันเก่าๆ ก็ยังมีให้เลือกเหมือนเดิม

โปรแกรมเด็ดที่มากับทะเลคือเว็บบราวเซอร์สุดฮอตในขณะนี้ Mozilla Firefox 1.0 ที่ได้รับการปรับแต่งให้ใช้ภาษาไทยได้ดีกว่า Firefox ที่ดาวน์โหลดจาก Mozilla.org โดยตรง ในการใช้งานมัลติมีเดียผ่านเว็บนั้น ต้องทำการติดตั้งปลั้กอิน Flash เอง (เพราะปัญหาด้านสิทธิ์อนุญาต ทำให้ทีมพัฒนาลงมาให้เลยไม่ได้) การฟังเพลงผ่านเว็บที่เป็น Real Player เช่น 365jukebox แนะนำให้ดาวน์โหลดจาก real.com โดยตรง ส่วนตัวอย่างหนังที่เป็นไฟล์แบบควิกไทม์ ผมลองดูแล้วภาพมาแต่เสียงไม่มาครับ คาดว่าทีมพัฒนาคงหาวิธีแก้ปัญหาให้ต่อไป

ด้านมัลติมีเดียอื่นๆ การจะเล่นเพลงเอ็มพีสาม จำเป็นต้องติดตั้งเองด้วยเหตุผลเดียวกัน วิธีการติดตั้งนั้นเขียนไว้อย่างละเอียดในเอกสารแล้ว ขอไม่เขียนซ้ำนะครับ ลินิกซ์ทะเลเป็นลินิกซ์ดิสโทรที่ให้โปรแกรมด้านนี้มาเยอะมากๆ โปรแกรมฟังเพลงแบบวินแอมป์ที่ชื่อ XMMS ยังมีมาให้เหมือนเดิม (ใน Fedora เอาออกไปแล้ว) ถ้าใครอยากได้โปรแกรมที่หน้าตาเหมือนกับ iTunes มากกว่า ก็มีโปรแกรมชื่อ Rhythmbox ให้ใช้ สุดท้ายโปรแกรมดูหนัง MPlayer ดูได้แทบทุกฟอร์แมตในโลก และแนะนำให้ดูดีวีดีผ่านโปรแกรม Xine

โปรแกรมด้านอินเทอร์เน็ต ลินิกซ์ทะเลให้โปรแกรมอีเมลสุดเจ๋งมาสองตัว คือ Mozilla Thunderbird 1.0 ถ้าใครใช้ไม่เป็น ผมเขียนวิธีการใช้อย่างละเอียดได้ที่ www.blognone.com อีกโปรแกรมคือ Evolution 2.0 เหมาะสำหรับคนที่คุ้นเคยกับ Outlook เพราะหน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบ มีปฏิทินในตัว และต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่เป็น Microsoft Exchange ได้ด้วย โปรแกรมคุยก็ให้ Gaim 1.10 มาซึ่งมันสามารถแสดงรูปของคู่สนทนาใน MSN ได้แล้วด้วย น่าประทับใจมากครับ

ด้วยข้อจำกัดด้านเนื้อที่ขอเขียนถึงโปรแกรมอื่นๆ บางตัวเท่านั้นครับ ลินิกซ์ทะเลรวมออฟฟิศทะเล 1.1.2 มาด้วย ใช้งานได้ดีไม่มีปัญหา และสามารถเซฟเอกสารเป็น PDF หรือ Flash ได้โดยไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม ปลั้กอินภาษาจาวายังเป็นจาวารุ่น 1.5.0 ใหม่ล่าสุด (คิดว่าเป็นลินิกซ์ยี่ห้อแรกๆ ที่ให้จาวา 1.5 มาด้วย) และมีโปรแกรมอีกมากมายสำหรับคนที่มีอุปกรณ์ในตระกูลปาล์ม บลูทูธ และเครือข่ายไร้สาย WiFi

ลินุส ทอร์วัลด์เคยพูดไว้ว่า ถ้าเรามองการพัฒนาของลินิกซ์อย่างใกล้ชิด จะรู้สึกว่ามันพัฒนาอย่างช้าๆ แต่ถ้าคิดในมุมมองของตัวเองที่สร้างลินิกซ์มาตั้งแต่ต้น จะพบว่ามันพัฒนาไปอย่างรวดเร็วมาก ผมมานั่งคิดดูก็จริงครับ เราเคยบ่นกันมานานว่าใช้งานลินิกซ์นั้นลำบาก ใส่ซีดี แผ่นดิสก์ หรือเสียบธัมป์ไดรว์ต้องมานั่งเมาท์กันวุ่นวาย แต่ด้วยการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในเคอร์เนล ตอนนี้ปัญหาเหล่านี้หมดไปซะแล้ว

ชื่อของฟีเจอร์นี้คือ udev ไม่ขอลงรายละเอียดมากเช่นกัน แต่สรุปคร่าวๆ คือต่อไปนี้ไม่ว่าจะเสียบอุปกรณ์ชนิดใด มันจะพร้อมใช้ในทันที น่าสนใจมากใช่มั้ยครับ ผมทดลองโดยการเสียบธัมป์ไดรว์ก็พบว่ามันเจออัตโนมัติจริงๆ ด้วย หลังจากเสียบไม่กี่วินาที ไอคอนรูปไดรว์ก็ปรากฎบนเดสก์ท็อปทันที แต่การทดสอบที่ดีกว่านั้นคือกล้องดิจิทัลครับ

โน้ตบุ้คของผมเป็น iBook ซึ่งใช้ระบบแมคอินทอช ส่วนเครื่องตั้งโต๊ะผมมีทั้งวินโดว์และลินิกซ์ เลยเปรียบเทียบการใช้งานได้ค่อนข้างง่าย การต่อกล้องดิจิทัลบนแมคนั้นน่าประทับใจมาก เพียงแค่เสียบสาย โปรแกรม iPhoto จะขึ้นมาจัดการทุกอย่างให้อย่างอัตโนมัติ บนวินโดว์จะเป็นรองเล็กน้อยตรงที่โปรแกรมดึงรูปของวินโดว์ใช้ดูรูปแบบจริงจังเหมือน iPhoto ไม่ได้ แต่ที่ผมทดสอบมา ลินิกซ์พร้อม udev เทียบชั้นได้กับแมคแล้ว

กล้องที่ใช้ทดสอบเป็น Canon IXY 450 เมื่อผมเสียบสายต่อเข้าไป โปรแกรม gPhoto ซึ่งทำหน้าที่อิมพอร์ตรูปจากกล้องก็ขึ้นมาถามผมโดยอัตโนมัติ ว่าต้องการอิมพอร์ตรูปหรือใหม่ เมื่อตอบตกลงจะเป็นการอิมพอร์ตรูป และยิ่งไปกว่านั้น เมื่ออิมพอร์ตเสร็จสามารถเลือกดูรูปผ่านโปรแกรม gThumb ซึ่งเป็นโปรแกรมแบบเดียวกับ ACDSee ได้ทันที บอกความรู้สึกในฐานะคนที่อยู่กับลินิกซ์มานานว่าประทับใจสุดๆ เลยครับ

ผมยังไม่เจอปัญหาร้ายแรงในทะเล 7.0 ปัญหาเล็กน้อยที่พบ (จริงๆ เป็นมานานแล้ว) คงเป็นโปรแกรมในเมนูที่มากจนไม่รู้ว่าอะไรใช้ทำอะไรบ้าง และการแปลเป็นภาษาไทยที่ยังไม่ค่อยสื่อความหมายมากนัก ลินิกซ์ทะเลนั้นจับกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้โฮมยูส ที่ใช้ดูหนังฟังเพลงพิมพ์งานเล่นเน็ต และต้องการโปรแกรมที่ทันสมัยใหม่ล่าสุด ผู้ใช้ที่ต้องการนำไปทำเซิร์ฟเวอร์อาจไม่เหมาะมากนัก จากการใช้งานมาเกือบสัปดาห์ก็สรุปได้ว่าทะเล 7.0 ทำได้ตามเป้าหมาย ถ้าไม่นับเรื่องเกมแล้ว การใช้งานทุกอย่างเทียบเท่าวินโดว์ได้เลยครับ ใครที่เคยใช้รุ่นก่อนๆ มาและไม่ประทับใจ อยากให้ลองอีกครั้งอาจจะเปลี่ยนใจได้ครับผม