Open Source

ถ้ากล่าวถึง โอเพ่นซอร์ส โครงการที่คนจะนึกถึงเป็นอันดับแรกย่อมเป็นลินิกซ์ แต่ถ้าถามต่อไปว่า โครงการอันดับรองๆ ลงไป ที่เป็นที่รู้จักกัน ก็ย่อมไม่พ้น "อาปาเช่" เว็บเซิร์ฟเวอร์ชื่อดังตัวนี้แน่นอน

อาปาเช่ (Apache) เป็นโครงการเว็บเซิร์ฟเวอร์แบบโอเพ่นซอร์ส ด้วยความสามารถ ความเร็ว ความเสถียรของมัน (รวมไปถึงการที่มันฟรีด้วย) ทำให้เป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่ครองส่วนแบ่งตลาดเว็บเซิร์ฟเวอร์อยู่ในขณะนี้ จากการสำรวจของ Netcraft (http://www.netcraft.org) อาปาเช่มีส่วนแบ่งอยู่ประมาณ 63% ตามมาด้วย IIS ของไมโครซอพท์ที่ 27% ส่วนที่เหลือก็มีหลากหลาย เช่น iPlanet (คือ Netscape เดิม ตอนนี้กลายเป็นบริษัทร่วมทุนของซันกับอเมริกาออนไลน์) หรือ NCSA ก็ประปราย

จากเว็บไซท์ของอาปาเช่ได้อ้างว่า มีเว็บเซิร์ฟเวอร์ประมาณ 6 ล้านแห่งทั่วโลกที่ใช้งานอาปาเช่อยู่ในขณะนี้ (ข้อมูลเมื่อปี 2000 เก่าไปหน่อยนะ) เว็บไซท์ดังๆ ที่เรารู้จักกันดีหลายแห่ง เช่น Yahoo, CNN, Amazon ก็ใช้งานอาปาเช่อยู่ หรือถ้าเป็นของไทย Pantip, Sanook และ Mweb ก็ยืนยันความสามารถและความนิยมในตัวอาปาเช่ได้เป็นอย่างดี บริษัทยักษ์อย่าง IBM ยังนำอาปาเช่ไปเป็นส่วนหลักในผลิตภัณฑ์ WebSphere อีกด้วย และยังทุ่มทุนพัฒนาอาปาเช่มากมาย

ประวัติคร่าวๆ ของ อาปาเช่ นั้นเริ่มมาจากเว็บเซิร์ฟเวอร์ตัวแรกๆ ของโลก มาจาก NCSA (National Center for Supercomputing Applications) ที่มหาวิทยาลัยอิลินอยส์ หลังจากทางมหาวิทยาลัยยุติการพัฒนา ทีมงานได้แยกตัวออกไป และบางส่วนยังจับมือกันพัฒนาเว็บเซิร์ฟเวอร์ตัวใหม่ขึ้นมาแทน นั่นก็คือ อาปาเช่ นั่นเอง แรกๆ นั้นก็ใช้วิธีเมล์ส่งแพตช์ (patch) กันไปมา และมันก็กลายเป็นที่มาของชื่อ อาปาเช่ เพราะว่ามาจาก A PAtCHy server เรียกให้เท่ๆ ก็เลยกลายเป็นอาปาเช่ (Apache)

ในปัจจุบัน ทีมงานผู้สร้างอาปาเช่ ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการบริหาร โดยตั้ง The Apache Software Foundation ขึ้นมาบริหารงานแทน แต่รูปแบบการพัฒนายังเป็นโอเพ่นซอร์สเช่นเดิม นอกจากนี้ยังได้มีโครงการอื่นๆ นอกเหนือไปจากตัวเว็บเซิร์ฟเวอร์ เพิ่มเข้ามาในโครงการอาปาเช่ด้วย โดยมักจะเป็นการเพิ่มความสามารถให้อาปาเช่ เช่น Jakarta เป็นส่วนของภาษาจาวา , ส่วนของภาษา Perl, Python และ XML เป็นต้น




การใช้งานอาปาเช่นั้น หลายๆ คนอาจจะมองว่า การติดตั้งและใช้งานเว็บเซิร์ฟเวอร์เป็นเรื่องไกลตัว แต่ในบางครั้งเราต้องการจะทดสอบเว็บหรือใช้อะไรก็ตามที่ต้องใช้เว็บเซิร์ฟเวอร์ เช่น ทดสอบ cgi จริงๆ แล้วการใช้งานอาปาเช่ง่ายมากเลยครับ ในลินิกซ์แทบทุกตัว (จะเรียกว่า ทุกตัว เลยก็ได้) นั้นได้ให้อาปาเช่มาอยู่แล้ว การติดตั้งจะง่ายขึ้นไปอีกเมื่อเราเลือกติดตั้งอาปาเช่ ตั้งแต่ตอนลงลินิกซ์เลย (เลือกแบบ Server หรือ เลือกส่วนของ Apache เอง ตอนลงแพกเกจก็ได้) และเปิดการทำงานของเซอร์วิสอาปาเช่ตอนเปิดเครื่องด้วย (ถ้าเลือกไว้ จะเห็นขึ้นว่า httpd ตอนเราเปิดลินิกซ์ขึ้นมา และกำลังแสดงว่ารันอะไรขึ้นมาอยู่)

ถ้าเกิดว่าไม่แน่ใจ ลองเปิดเว็บบราวเซอร์ขึ้นมา และเรียกไปที่ ชื่อคอมพิวเตอร์ของเรา (มักจะเป็น localhost ถ้าไม่ได้ตั้งอะไรไว้แต่แรก) ถ้าเห็นหน้าสีขาวๆ มีรูปขนนกอยู่ แสดงว่า อาปาเช่กำลังทำงานอยู่ครับ เราก็นำไฟล์เว็บเพจของเราไปใส่ไว้ที่ /var/www/html เราก็จะรันเว็บไซท์ของเราได้แล้ว ถ้าใครไม่มีลินิกซ์ อาปาเช่สามารถรันได้หลายแพลตฟอร์มเลย เช่น วินโดว์ ยูนิกซ์ เน็ตแวร์ และลินิกซ์ ถ้าต้องการดาวน์โหลดมาใช้งาน หรืออ่านข้อมูลอื่นๆ สามารถหาได้ที่ http://www.apache.org ครับ

หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศทำโครงการคอมพิวเตอร์เอื้ออาทร ทำให้เกิดผลกระทบต่อวงการคอมพิวเตอร์เมืองไทยเป็นอย่างมาก ทั้งผู้ขาย และผู้ใช้ ทั้งในประเด็นเรื่องราคาและผลกระทบต่อผู้ขายรายย่อยแล้ว อีกประเด็นที่น่าสนใจ ในคอมพิวเตอร์เอื้ออาทรนั่นคือ ระบบปฏิบัติการที่ใช้นั้นเป็นลินิกซ์ ครับ เพราะเหตุผลทางด้านราคา ที่ลดต้นทุนไปเครื่องละหลายพันบาท



แต่ก็ต้องยอมรับว่า ถึงแม้ลินิกซ์จะมีผู้ใช้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในช่วงหลังๆ นี้ก็ตาม แต่ถ้าเทียบเป็นสัดส่วนแล้ว ผู้ใช้ลินิกซ์ในเมืองไทย ยังคิดเป็นอัตราส่วนน้อยมาก และยังจำกัดวงอยู่ในหมู่ผู้เชี่ยวชาญทางคอมพิวเตอร์มากกว่า ดังนั้น เมื่อผู้ใช้คอมพิวเตอร์เอื้ออาทร ซึ่งเป็นผู้ใช้หน้าใหม่ บางคนเพิ่งจะมีคอมพิวเตอร์เครื่องแรก จำเป็นต้องใช้ลินิกซ์เป็นระบบปฏิบัติการ ก็ย่อมจะต้องเหนื่อยในการปรับตัวแน่นอน เรามาเตรียมปรับตัวกับชีวิตบนลินิกซ์กันก่อนดีกว่า (ในที่นี้จะยึดลินิกซ์ทะเล 5.0 เป็นมาตรฐานนะครับ เพราะเป็นรุ่นที่ใช้ในคอมพิวเตอร์เอื้ออาทรพอดี)

เมื่อหันมาใช้ลินิกซ์ ก่อนอื่นก็ต้องทำใจก่อนว่า ซอพท์แวร์เดิมๆ ที่เราเคยใช้กันอยู่ทุกวันบนวินโดว์นั้นอาจไม่มีบนลินิกซ์ วิธีการแก้ไขปัญหาก็คือ เราจะใช้โปรแกรมตัวอื่นที่คล้ายๆ กันแทน ดังนั้นอาจจะเกิดปัญหาว่า “ปุ่มนี้หายไปอยู่ตรงไหน” หรือ “จะแก้ไขข้อมูลตรงจุดนี้จะทำยังไง” เพื่อลดปัญหาด้านความคุ้นเคย เรามาดูโปรแกรมเป็นประเภทๆ ไปครับ

ประเภทแรกเลยคือ เว็บบราวเซอร์ หรือ โปรแกรมเล่นเน็ต ในลินิกซ์ทะเล 5.0 (และลินิกซ์เกือบทุกตัวในโลก) นั้นเลือกใช้โปรแกรม โมซิลล่า (Mozilla) เป็นหลัก การทำงานก็ไม่ต่างกับอินเทอร์เนต เอ็กพลอเรอร์มากนัก เพราะบราวเซอร์เป็นโปรแกรมที่ใช้งานได้ค่อนข้างง่าย แถมใครเคยใช้บราวเซอร์สมัย Netscape มาก็แทบจะใช้ได้ทันที เพราะ Mozilla นั้นสืบเชื้อสาย รูปแบบการทำงาน หน้าตา มาจาก Netscape โดยตรง ที่สำคัญคือ Mozilla ทำงานได้บนวินโดว์ด้วย เราสามารถไปดาวน์โหลด Mozilla มาซ้อมมือเล่นๆ บนวินโดว์ก่อนได้ โดยไปดาวน์โหลดมาจาก http://www.mozilla.org รุ่นล่าสุดคือ 1.3 และ 1.4 Beta ครับ

ตัวต่อมาเป็นตัวสำคัญ นั่นคือ ชุดโปรแกรมออฟฟิศ ลินิกซ์ทะเลได้เลือกใช้ ออฟฟิศทะเล (OfficeTLE) ซึ่งสามารถทำงานแทนไมโครซอพท์ออฟฟิศได้เป็นอย่างดี ออฟฟิศทะเลประกอบด้วย 3 โปรแกรมย่อย คือ พิมพ์งาน, ทำตารางคำนวณ และทำงานนำเสนอ ก็เทียบเท่ากับ Word, Excel และ Powerpoint เลยครับ ออฟฟิศทะเลสามารถเปิดอ่านและแก้ไขไฟล์จากไมโครซอพท์ออฟฟิศได้เป็นอย่างดี การแสดงผลภาษาไทย ปัญหาสระลอย ตัดคำก็ถูกแก้จนทำงานได้เรียบร้อย (ต้นฉบับนี้ก์เขียนด้วย ออฟฟิศทะเล บน ลินิกซ์ทะเล นะครับ)

จุดที่ยากจะไปอยู่ในส่วนของหน้าตา ที่ปุ่มบางปุ่มอาจจะอยู่คนละที่กับไมโครซอพท์ออฟฟิศไปบ้าง ดังนั้นถ้าจำเป็นต้องใช้งานชุดออฟฟิศอย่างจริงจังแล้วล่ะก็ แนะนำว่าไปดาวน์โหลดออฟฟิศทะเลมาลองเล่นก่อนได้ ที่ http://www.opentle.org/officetle บางท่านอาจจะเคยได้ยินชื่อ ปลาดาว (http://www.pladao.org) ก็ใช้ได้เหมือนกันครับ เพราะสองตัวนี้มีต้นกำเนิดมาจากโปรแกรม OpenOffice.org เหมือนกัน เพียงแต่อยู่เมืองไทยมี 2 ยี่ห้อเท่านั้น เลือกใช้ตัวไหนก็ได้แล้วแต่ชอบครับ เพียงแต่ในลินิกซ์ทะเลนั้นได้ให้ออฟฟิศทะเลมาเท่านั้นเอง ยิ่งเดี๋ยวนี้มีหนังสือแนะนำการใช้งานออกมาเยอะพอสมควร ถ้ามีปัญหาก็มีแหล่งอ้างอิงเป็นภาษาไทย ก็ไม่ลำบากเท่าไรแล้ว

ในชุดโปรแกรมที่ทำงานเกี่ยวกับอินเทอร์เนต ถ้าต้องการต่อโทรศัพท์นั้นจะใช้โปรแกรม KPPP (ชื่อภาษาไทย คือ เครื่องมือหมุนเชื่อมต่ออินเทอร์เนต ยาวจังแฮะ) การทำงานก็ไม่มีอะไรมาก แค่เราสร้างบัญชีใหม่ขึ้นมา กำหนดเบอร์โทรศัพท์ลงไป แล้วกด “เชื่อมต่อ” ก็จะต่อโทรศัพท์เหมือนกับ Dial-up Networking บนวินโดว์ ส่วนขา chat ทั้ง ICQ และ MSN เมื่อย้ายมาอยู่บนลินิกซ์ ก็มีโปรแกรมคุยทั้ง ICQ และ MSN ให้พร้อม บนทะเลนั้นใช้โปรแกรม SIM สำหรับ ICQ ไอคอนเป็นรูปดอกไม้แบบเดียวกันหาไม่ยาก ส่วน MSN นั้นใช้โปรแกรม Kmess ไอคอนเป็นรูปนกสีเขียว ทั้งสองตัวก็ทำได้ทุกอย่างเทียบเท่ากับตัวจริงบนวินโดว์ เช่น คุย ส่งไฟล์ ส่ง SMS ก็ได้ด้วย หน้าตาก็ไม่ต่างกันมากนักครับผม

ในโปรแกรมด้านความบันเทิง ถ้าเป็นโปรแกรมดูรูปภาพแบบเดียวกับ ACDSee จะใช้โปรแกรม gThumb ซึ่งเรียกได้ว่า ลอก ACDSee มาเลยครับ ใช้ได้คล่องมือแน่นอน อาจจะต่างกันแค่ปุ่มลัดบนคีย์บอร์ดบางปุ่มอาจจะใช้ด้วยกันไม่ได้แค่นั้น ส่วนโปรแกรมฟังเพลง แบบเดียวกับวินแอมป์ บนลินิกซ์จะใช้ XMMS ที่หน้าตาเหมือนวินแอมป์เปี๊ยบ ใครชอบใช้สกินตัวไหนบนวินแอมป์ พอมาอยู่บน XMMS ก็ใช้ด้วยกันได้ด้วย ฟังเพลง MP3 และ OGG ได้สบาย โปรแกรมดูหนังบนทะเลคือ Xine ซึ่งหน้าตาก็คล้ายกับ PowerDVD เหมือนกัน

รายชื่อโปรแกรมที่กล่าวมาข้างบน เป็นโปรแกรมที่หาได้บนวินโดว์ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดมาลองซ้อมมือเล่นก่อนได้ หรือว่า หน้าตาของโปรแกรมคล้ายๆ กับบนวินโดว์ ไปมั่วๆ ซักพักก็ใช้งานได้ไม่ยากนัก แต่ก็ยังมีโปรแกรมบางประเภทที่เฉพาะทางหน่อยบนวินโดว์ แต่บนลินิกซ์ ยังไม่มี หรือ ใช้งานได้ไม่ดีเท่าที่ควรครับ อย่างเช่น โปรแกรมตระกูลทำบัญชี ซึ่งโปรแกรมประเภทที่คำนวณระบบภาษีเมืองไทยได้นั้นยังไม่มี อีกตัวนึงคือโปรแกรมฐานข้อมูลแบบ MS Access นั้น ก็ยังไม่มีตัวไหนที่ใช้งานได้ง่ายๆ โปรแกรมตกแต่งภาพแบบ Photoshop สามารถใช้ TheGIMP แทนได้ (มีรุ่นบนวินโดว์ด้วย) แต่หน้าตาของมันอาจจะซับซ้อนไปบ้าง ประเภทสุดท้ายก์คือ เกมครับ เกมฮิตๆ บนวินโดว์เกือบทั้งหมด เล่นบนลินิกซ์ไม่ได้ หรือได้แต่ลำบาก โปรแกรมประเภทเหล่านี้ เราก็คงต้องทำใจกันหน่อย

ข้อสรุปในตอนที่ 1 นี้ก็คือ โปรแกรมที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไปบนลินิกซ์นั้น หน้าตาและการทำงานคล้ายๆ กับวินโดว์ สามารถทำใช้แทนกันได้ เพียงแต่อาจจะไม่ค่อยคุ้น ดังนั้นใช้ช่วงว่างๆ นี้ก่อนที่จะหันมาใช้งานลินิกซ์กัน (ก็คอมเอื้ออาทรยังแค่จอง ยังไม่ได้เครื่องนี่นา) น่าจะไปลองหาโปรแกรมบางตัวที่มีบนวินโดว์ด้วย มาลองเล่นดูให้เคยมือซะก่อน แล้วมาต่อกันตอนหน้าครับ

จากตอนที่แล้ว หลายๆ ท่านอาจจะลองหาดาวน์โหลดโปรแกรมต่างๆ อย่าง ออฟฟิศทะเล หรือ ปลาดาว มาลองเล่นกันบ้างแล้ว ทีนี้เรามาลงลึกกันลงไปอีกหน่อยว่า เมื่อย้ายมาทำงานบนลินิกซ์ นอกจากโปรแกรมจะเปลี่ยนไป มีอะไรเปลี่ยนไปอีกบ้าง

ระบบผู้ใช้

อันดับแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือ ลินิกซ์เป็นระบบปฏิบัติการแบบมีผู้ใช้งานได้หลายคนพร้อมกันบนเครื่องๆ เดียว โดยไม่จำเป็นต้องนั่งพิมพ์อยู่หน้าเครื่อง เพราะลินิกซ์ได้ออกแบบมาให้ผู้ใช้ที่อยู่บริเวณสามารถเข้าถึงข้อมูล และทำงานบนเครื่องๆ นั้นได้ หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่า วินโดว์ ก็ทำได้เหมือนกันนี่ ที่มีผู้ใช้หลายคน แล้วมันต่างกันตรงไหน?

ส่วนที่ต่างคือ ลินิกซ์ถูกออกแบบมาให้มีผู้ใช้จำนวนมาก (บางทีเป็นหลักร้อยเลยนะครับ) ดังนั้น จะต้องมีผู้ดูแลที่มีสิทธิ์เด็ดขาดบนเครื่องๆ นั้น ผู้ดูแลนี้สามารถทำอะไรกับเครื่องนั้นก็ได้ จะสั่งปิด สั่งรีสตาร์ต ลงโปรแกรม ลบโปรแกรม หรือลบผู้ใช้คนอื่นทิ้งไปเลยก็ได้

ผู้ดูแลคนนี้ เรียกว่า root ครับ อาจจะเทียบกับวินโดว์ 98 หรือ ME ไม่ได้ เพราะผู้ใช้ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน แต่ถ้าเคยใช้วินโดว์ XP, 2000 หรือ NT แล้วล่ะก็ ตำแหน่ง root ของลินิกซ์เทียบเท่ากับ Administrator นั่นเอง ตอนเราลงลินิกซ์จะมีให้ตั้งรหัสผ่านของ root และเวลาล็อกอินเข้าระบบลินิกซ์ ก็ใช้ชื่อเป็น root พร้อมกับรหัสที่เราตั้งไว้ การใช้งานลินิกซ์ตามปกติแล้วควรจะมีอีกผู้ใช้หนึ่งไว้ทำงานทั่วๆ ไป จนกระทั่งต้องทำงานที่ root เท่านั้นจะทำได้ถึงค่อยใช้ผู้ใช้ root ทำ เพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นแบบไม่ตั้งใจครับ

โครงสร้างไดเรคทอรี

อีกสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงเยอะในลินิกซ์ นั้นคือโครงสร้างไดเรคทอรี ตามปกติแล้ว ในวินโดว์นั้น ไดเรคทอรีที่อยู่นอกสุดคือ Desktop บน Desktop ก็จะมีของหลายอย่าง เช่น My Computer, My Documents ใน My Computer ก็จะแบ่งฮาร์ดดิสก์ของเราไปไดรว์ต่างๆ ตั้งแต่ A ไปเรื่อยๆ แล้วแต่จะตั้งไว้ แต่พอมาอยู่บนลินิกซ์ การเรียงตัวของไดเรคทอรีจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเลย โดยจะอ้างไดเรคทอรีชั้นนอกสุดเป็น / ครับ (อ่านว่า รูท อีกเช่นกัน) และจะมีไดเรคทอรีถักเข้ามาเรื่อยๆ โดยไม่มีการแบ่งเป็นไดรว์เหมือนกับวินโดว์ โครงสร้างไดเรคทอรีที่สำคัญๆ มีดังนี้ครับ

/ เปรียบเหมือนไดเรคทอรีชั้นนอกสุด
/home อันนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเรา สมมติว่าผมมีชื่อผู้ใช้ว่า mark พื้นที่ส่วนตัวของผมก็จะเป็น /home/mark ในนั้น ก็จะเก็บไฟล์ต่างๆ ทุกอย่างที่เป็นของผม เช่น เมล์ รูปภาพ
/root อันนี้เป็นเหมือนกับ /home ของ root
/usr ส่วนนี้มักจะเอาไว้ลงโปรแกรมครับ มีรายละเอียดเยอะมาก ขอข้ามไปก่อน
/mnt อธิบายง่ายๆ คือ ไดรว์พิเศษที่ถูกเรียกใช้ ตามปกติในลินิกซ์ทะเล 5.0 ถ้าเราต้องการจะเซฟไฟล์ลงในพาร์ทิชันของวินโดว์ ก็จะอยู่ใน /mnt เช่น /mnt/drive_c
/dev ใน /dev คือ อุปกรณ์ต่างๆ เช่น เมาส์ คีย์บอร์ด ไดรว์ซีดีรอม โดยลินิกซ์จะมองทุกอย่างเป็นไฟล์

ระบบไดเรคทอรีของลินิกซ์นั้นค่อนข้างจะซับซ้อนและต้องทำความเข้าใจพอสมควร ถ้าต้องการรายละเอียดก็หาหนังสือมาอ่านเพิ่มนะครับ ทบทวนความเข้าใจอีกทีว่า ไฟล์ส่วนตัวของเรา ให้เก็บไว้ใน home ของเราครับ ใน home ของเราเรามีสิทธิ์ที่จะสร้าง, ลบ และแก้ไขอะไรก็ได้ แต่ home ของคนอื่น ก็ไม่มีสิทธิ์ไปแอบดูของเค้านะเนี่ย เวลาพิมพ์งาน หรือจะเซฟอะไรแล้ว ก็เซฟไว้ใน home ของเรานั่นเอง

สิทธิ์ในการอ่านเขียนไฟล์

จากข้อข้างบน เรามีสิทธิ์ที่จะสร้าง, ลบ, แก้ไฟล์ของเราเองใน home ใช่มั้ยครับ และเราไม่มีสิทธิ์ไปแอบดู แอบแก้ไฟล์ของชาวบ้านเค้า ที่อยู่บนเครื่องเดียวกัน (มีแต่ root เท่านั้นที่ทำได้ เพราะ root มีอำนาจสูงสุด) สิทธิ์ในการทำงานกับไฟล์ บนลินิกซ์มี 3 ประเภท คือ Read อ่านข้อมูลจากไฟล์, Write เขียนข้อมูลลงไฟล์ และ Execute เรียกไฟล์ทำงาน (เช่น รันโปรแกรม) จะใช้ตัวย่อว่า r, w, x ตามลำดับ เรื่องนี้ก็จะไม่ขอลงลึกมาก เพราะจะเป็นทางด้านทางเทคนิคเกินไป ถ้าใครอยากรู้ต้องไปหาหนังสือมาอ่านเพิ่มเหมือนกันนะครับ ในหนังสือลินิกซ์บ้านเราส่วนมากมีเรื่องนี้เกือบทุกเล่มอยู่แล้ว

ปัญหาบางปัญหาที่เกิดขึ้น อาจจะเป็นว่า เราไม่มีสิทธิ์ในการแก้ไขไฟล์ของชาวบ้านเค้าได้ วิธีการดูว่า เรามีสิทธิ์ทำอะไรกับไฟล์ไหนบ้าง ให้คลิกขวา (บนทะเล 5.0) ที่ไฟล์ไหนก็ได้ แล้วเลือก “คุณสมบัติ” เลือกไปที่แถบ “สิทธิ์ที่อนุญาต” ก็จะเห็นว่าทำอะไรได้บ้าง

การลงโปรแกรม

ตามปกติแล้ว ในวินโดว์ ถ้าเราต้องการจะลงโปรแกรมอะไรเพิ่มเติม เราก็ดาวน์โหลดโปรแกรมมา แล้วมองหาคำว่า Setup.exe ทำนองนี้ ดับเบิลคลิกมัน 1 ที และก็จะเริ่มขึ้นตอนการลงโปรแกรม ทีนี้พอมาบนลินิกซ์นั้นจะมีขั้นตอนการลงได้หลายวิธี การลงที่แพร่หลายที่สุดและลินิกซ์ทะเล 5.0 ก็ใช้อยู่ คือ ระบบ RPM ครับ (Redhat Package Management) สมมติว่าเราไปดาวน์โหลดโปรแกรมมาเพิ่มเติม หรือ ต้องการจะลงโปรแกรมจากซีดีใหม่อีกรอบ ไฟล์ของโปรแกรมนั้นจะมีนามสกุล .rpm วิธีการลงก็ง่ายๆ เช่นกัน แค่ดับเบิลคลิกไฟล์ .rpm ตัวลินิกซ์ก็จะถามแล้วว่า ต้องการจะลงโปรแกรมเพิ่มรึเปล่า เราจะกด Next ไปเรื่อยๆ เท่านั้น

ไฟล์ที่ถูกบีบอัด

คิดว่าทุกคนคงคุ้นเคยกับไฟล์ ZIP ซึ่งเป็นไฟล์ที่ถูกบีบขนาดให้เล็กลง บนลินิกซ์นั้นสามารถเปิดไฟล์ ZIP ได้ครับ ไม่มีปัญหาอะไร เพียงแต่ว่าเค้ามักจะไม่ค่อยใช้ไฟล์ .zip กันน่ะสิ ไฟล์บีบอัดที่ใช้กันมากในลินิกซ์ มักจะมีนามสกุลว่า .tar.gz หรือ บางครั้งก็ย่อว่า .tgz ตัว gz นั้นย่อมาจาก Gzip ซึ่งเป็นระบบ ZIP ที่ทำงานบนลินิกซ์ ซึ่งเจ้าไฟล์ .tar.gz นี้สามารถเอาไปเปิดบนวินโดว์ด้วย WinZip ได้ ไม่ต้องกังวลว่าเราเอาไฟล์จากลินิกซ์ไปใช้ไม่ได้แน่นอนครับ วิธีการแตก ZIP ในลินิกซ์ เหมือนกับในวินโดว์ที่ลง WinZip ไว้เลย คือ คลิกขวาที่ไฟล์ ZIP แล้วเลือก Extract จะ Extract Here หรือ Extract to ก็แล้วแต่เรา

นี่คือ ระบบการทำงานคร่าวๆ ของลินิกซ์ ส่วนที่แตกต่างจากวินโดว์มากๆ ก็มีอยู่เท่านี้ล่ะครับ หวังว่าคงช่วยคุณผู้อ่านเข้าใจการทำงานของมันมากกว่าเดิม แล้วมาต่อกันตอนหน้า ว่าถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น เราจะทำอย่างไรกันดี

แน่นอนว่าเมื่อใช้งานโปรแกรมใดๆ ก็ตามย่อมต้องเกิดปัญหาที่ความรู้ของเราไม่สามารถแก้ไขได้ เราจำเป็นต้องพึงคนอื่นมาช่วยแก้ไข อาจจะเป็นเพื่อน เจ้าหน้าที่ฝ่ายคอมพิวเตอร์ คนรู้จักในอินเทอร์เน์ต หรือทางเว็บบอร์ดต่างๆ การหาคนมาช่วยแก้ไขปัญหานี้ ศัพท์ทางเทคนิคเรียกว่า Support ครับ ซึ่งมันเป็นจุดที่ใครหลายคนได้โจมตีลินิกซ์อยู่บ่อยๆ ว่า ขาดการ Support ที่ดี เพราะว่าลินิกซ์เป็นของฟรี ไม่มีใครมาดูแลแก้ปัญหาให้

อันดับแรกต้องอธิบายก่อนว่า ไม่ใช่ลินิกซ์จะไม่มีใครมาตอบปัญหา แก้ไขปัญหาให้ ถ้าเกิดว่าคุณซื้อลินิกซ์ของแท้ อย่างเช่น ของเรดแฮทมา ก็เหมือนกับซื้อระบบปฏิบัติการของบริษัทเรดแฮท เมื่อมีปัญหาใดๆ เราสามารถโทรศัพท์หรืออีเมล์ไปถามเรดแฮทได้แน่นอนเหมือนกับซื้อโปรแกรมทั่วๆ ไป โดยไม่เกี่ยงว่าโปรแกรมนั้นเป็นลินิกซ์หรือเปล่า แต่ผมเชื่อว่าผู้ใช้ลินิกซ์จำนวนมากในประเทศไทยไม่มีใครซื้อลินิกซ์เป็นแพกเกจมาใช้ อาจจะดาวน์โหลดมา หรือซื้อซีดีที่มีคนนำมาไรท์ขาย (กรณีพวกนี้ไม่ผิดลิขสิทธิ์ เพราะว่าข้อกำหนด หรือ license ของลินิกซ์ อนุญาตให้กระทำได้) นั้นไม่ได้รับบริการจากผู้ผลิตอยู่แล้ว (ก็ไม่ได้จ่ายเงินให้เค้านี่) เราจึงต้องหาความช่วยเหลือด้วยวิธีของเราเอง สำหรับผู้ใช้ตามบ้านทั่วไป ที่ไม่ใช่ใช้งานในบริษัทหรือองค์กร การ support ที่เราๆ ต้องการนั้นมีอยู่ 2 อย่าง

การตอบปัญหา

อันแรกคือ การหาคนมาช่วยแก้ไข ในกรณีที่เราเกิดปัญหาขึ้นมา ส่วนนี้ผมเชื่อว่า ไม่ว่าจะเป็นลินิกซ์หรือวินโดว์ก็ตาม ผู้ใช้ชาวไทยจะไม่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองมากนัก เนื่องจากว่าผู้ใช้ส่วนมากก็ไม่ได้ใช้วินโดว์ลิขสิทธิ์ และก็ต้องหาความช่วยเหลือทางเว็บบอร์ดเหมือนกัน สำหรับลินิกซ์ก็เช่นกันครับ การหาความช่วยเหลือผ่านอินเทอร์เน็ตถือเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ใช้ลินิกซ์เลยทีเดียว และมักจะได้คำตอบ ถ้าถามถูกที่ ในอินเทอร์เน็ตมีแหล่งให้ความช่วยเหลือดีๆ มากมาย ถ้าของเมืองนอก เค้ามักจะใช้ระบบ mailing list, newsgroup หรือ IRC กันเป็นหลัก ไม่ค่อยมีเว็บบอร์ดเหมือนบ้านเรา แต่ในที่นี้ขอพูดถึงแหล่งให้ความช่วยเหลือของเมืองไทย ที่เป็นภาษาไทยเท่านั้น และแน่นอนว่าต้องเป็นระบบเว็บบอร์ดที่ใครๆ ก็ใช้ได้ เว็บไซท์ที่สามารถไปหาข้อมูลเกี่ยวกับลินิกซ์ในเมืองไทยมีดังต่อไปนี้ครับ

  • Thai Linux Working Group

    http://linux.thai.net

    ถือเป็นเว็บไทยแห่งแรกๆ เกี่ยวกับลินิกซ์ มีปริมาณผู้เข้าตอบกระทู้เยอะมาก และสามารถเข้าไป อ่านผ่านทาง newsgroup ได้ด้วย


  • Thai Linux Cafe

    http://www.thailinuxcafe.com

    เน้นเกี่ยวกับการนำลินิกซ์ไปใช้งานในอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ (ไม่ใช่เกมคาเฟ่นะ) มีผู้เชี่ยวชาญหลาย คนที่มีประสบการณ์การนำลินิกซ์ไปใช้จริงในอินเทอร์เน็ตคาเฟ



  • OpenTLE

    http://www.opentle.org

    เว็บไซท์อย่างเป็นทางการของลินิกซ์ทะเล และออฟฟิศทะเล มีทีมงานผู้พัฒนา มาตอบกระทู้ให้เกือบทุกวัน ทีมงานมาตอบเองจึงเชี่ยวชาญเกี่ยวกับทะเลเป็นพิเศษ


  • Pantip.com : Tech : Software : OperatingSystem : Unix

    http://www.pantip.com/tech/software

    หน้าย่อยยูนิกซ์ ในหมวดซอพท์แวร์ของพันธุ์ทิพย์ดอทคอม มีผู้เชี่ยวชาญอีกหลายคนผลัดกันเข้า มาตอบเช่นเดียวกัน


  • Grand Linux Solution

    http://www.grandlinux.com

    เว็บไซท์ของแกรนด์ลินิกซ์ ดิสทริบิวชันเลือดไทยที่เคยรีวิวไว้ มีส่วนของเว็บบอร์ดไว้ตอบปัญหาเช่น เดียวกัน


    นอกจากนี้ยังมีอีกหลายๆ เว็บไซท์ ที่มีบทความ, วิธีการแก้ไขปัญหา, วิธีติดตั้งโปรแกรมหรืออุปกรณ์บนลินิกซ์ มาให้อ่านกันเสมอๆ เช่น http://www.linuxeasy.net, http://www.itdestination.com, http://www.eschool2k.com, http://www.tuxcrazy.com เป็นต้นครับ มารยาทในการถามควรจะค้นหาในกระทู้เก่าๆ ก่อนว่า มีใครถามคำถามที่เราต้องการไปแล้วรึยัง บางเว็บไซท์อาจจะมี FAQ (คำถามที่มักถูกถามบ่อย) ไว้ด้วย ต้องคิดถึงความรู้สึกของคนตอบด้วยว่า ตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำๆ บ่อยๆ มันก็น่าเบื่อเหมือนกัน

    หนังสือและคู่มือ

    ส่วนของหนังสือและคู่มือสำหรับมือใหม่ ถ้าเราไปเดินในร้านหนังสือจะพบว่า หนังสือคู่มือการใช้งานลินิกซ์ภาษาไทยยังถือว่ามีน้อยอยู่มากเมื่อเทียบกับหนังสือสำหรับวินโดว์ตระกูลต่างๆ แต่วางใจได้ว่าสำนักพิมพ์ดังๆ หลายสำนัก เช่น ซีเอ็ด อินโฟเพรส โปรวิชัน ฯลฯ ทำหนังสือเกี่ยวกับลินิกซ์ออกวางขายกันหลายเล่ม การเลือกหนังสือนั้นควรจะเลือกให้เวอร์ชันและยี่ห้อตรงกับลินิกซ์ที่เราใช้อยู่ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการอ้างอิง แต่ถ้าหนังสือภาษาไทยที่มีขายนั้นยังไม่ถูกใจ เราจำเป็นต้องอ่านเอกสารที่เป็นภาษาอังกฤษแล้วล่ะ บนเว็บไซท์ของผู้ผลิตลินิกซ์มักจะมีส่วนของเอกสารคู่มือเป็นไฟล์ pdf ให้ดาวน์โหลดไปอ่านอยู่แล้ว ส่วนมากจะต้องเข้าไปในหน้า Support หรือว่า Documents สำหรับลินิกซ์ทะเล 5.0 นั้น บนเว็บไซท์ OpenTLE มีคู่มือการใช้งานลินิกซ์อย่างคร่าวๆ เป็น pdf ให้ดาวน์โหลดเช่นเดียวกัน (อยู่ในหมวด ดาวน์โหลด นะครับ) ถ้าต้องการข้อมูลที่เจาะจงลงไป แนะนำให้ค้นหาจาก Google จะเหมาะสมที่สุด หรือลองไปที่เว็บไซท์ http://www.linuxdocs.org ก็มีเยอะเหมือนกัน

  • ตอนนี้ บ.ก. ขอมาให้เขียนเรื่อง เว็บไซท์ที่เปิดให้ดาวน์โหลดโปรแกรมสำหรับลินิกซ์ เพราะว่าลินิกซ์ยังเป็นของใหม่อยู่ เวลาต้องการโปรแกรมอะไรเพิ่มเติม อาจจะหายากหน่อย จริงๆ มันมีเยอะนะครับ แค่เรารู้แหล่งเท่านั้นเอง มาเริ่มกันเลยดีกว่า

    Opentle.org

    www.opentle.org

    อันแรกสุดสำหรับผู้ใช้ลินิกซ์ทะเลทุกคน (ต้องเอาใจกันหน่อย เดี๋ยวผู้ใช้จะเพิ่มขึ้นอีก 1 แสนคนเเชียวนะ) ที่เว็บไซท์อย่างเป็นทางการของลินิกซ์ทะเล นั่นคือ www.opentle.org ทีมงานให้เอาโปรแกรมที่เวอร์ชันใหม่ๆ ถัดจากเวอร์ชันที่อยู่ในลินิกซ์ทะเล 5.0 มาให้เราดาวน์โหลดกันได้สะดวก เพราะว่าทำเป็น RPM ให้แล้ว ดาวน์โหลดมา ดับเบิลคลิก ก็ใช้งานได้ทันที แถมเร็วอีกต่างหากเพราะว่าตัวเซิร์ฟเวอร์อยู่เมืองไทย เข้าไปในหน้าแรกแล้วเลือกหมวด “ดาวน์โหลด” หรือถ้าใครสะดวกทาง FTP ก็เข้าได้จาก ftp://ftp.opentle.org/pub/ เลือกในส่วนของ linux-tle และเลือกเวอร์ชันเป็น 5.0 เว็บไซท์อีกที่นึงที่น่าสนใจ เพราะมี RPM ใหม่ๆ ของลินิกซ์ทะเลให้ดาวน์โหลดก็คือที่ http://www.kitty.in.th




    Download.com

    http://www.download.com

    คิดว่าส่วนมากคงเคยดาวน์โหลดโปรแกรมจากที่นี่กัน เว็บไซท์ Download.com เป็นเว็บไซท์ในเครือ C|Net ซึ่งเป็นเว็บไซท์ดาวน์โหลดที่คิดว่าใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว มีโปรแกรมหลายๆ ตัวบนวินโดว์ ไม่เอาไฟล์ไว้ที่เว็บไซท์ของตัวเอง แต่ให้ดาวน์โหลดจากที่นี่แทน สำหรับโปรแกรมของลินิกซ์นั้น ถ้าใช้เว็บบราวเซอร์บนลินิกซ์เปิดเข้าไป มันจะเข้าไปยังหมวดของลินิกซ์ให้เอง โปรแกรมสำหรับลินิกซ์นั้นมีไม่ค่อยเยอะเท่าไร แต่ก็มีตัวสำคัญๆ มาให้ครบครับ




    Freshmeat

    http://www.freshmeat.net

    นี่เป็นแหล่งรวมโปรแกรมแบบโอเพ่นซอร์สที่สำคัญที่สุด โปรแกรมโอเพ่นซอร์สเกือบทุกประเภทในโลก ที่มีการสร้างขึ้นมา ฝากไฟล์ไว้ที่นี่ครับ ยกตัวอย่าง เอาแค่หมวด Office Suite ก็มี 400 กว่าตัวแน่ะ ถ้าหาโปรแกรมอะไรไม่เจอสามารถมาหาได้ที่ Freshmeat.net (Freshmeat แปลว่า เนื้อสด เพราะที่นี่เค้าเรียกโปรแกรมว่า meat เมื่อมีโปรแกรมอะไรใหม่ๆ ออกมา ก็เรียก Freshmeat นั่นเอง) จำนวนโปรแกรมมีเยอะมากจริงๆ อาจจะต้องลำบากค้นหากันหน่อย แถมบางโปรแกรมอาจจะลงไม่สะดวก เพราะเค้าไม่ได้ทำเป็นแบบ RPM ไว้ ก็ต้องออกแรงติดตั้งเองนิดหน่อย โปรแกรมส่วนมากจะบอกวิธีการติดตั้งมาให้ในไฟล์ install แล้ว วิธีการแตกไฟล์ .tar.gz ลงไปในตอนที่แล้ว ไปหาอ่านกันได้ครับ




    TUCOWS

    http://linux.tucows.loxinfo.co.th

    เว็บนี้สมัยอินเทอร์เน็ตบูมใหม่ๆ ดังมาก เพราะว่าจะให้เรทความสามารถของโปรแกรมด้วยรูปวัวเป็นเอกลักษณ์ ถ้าโปรแกรมไหนมีวัว 5 ตัว พร้อมรัศมีสีเหลืองล้อมรอบ ก็แสดงว่าโปรแกรมนั้นเจ๋งมาก ยุคหลังๆ มานี้ TUCOWS ได้เพิ่มโปรแกรมสำหรับระบบปฏิบัติการอื่นๆ นอกจากวินโดว์ขึ้นมาเยอะ เช่น ลินิกซ์ แมค ปาล์ม หรือระบบแปลกๆ อย่าง QNX ก็ยังมี สำหรับโปรแกรมบนลินิกซ์ มีโปรแกรมให้เยอะดี (อาจจะไม่เท่า Freshmeat) แบ่งเป็นหมวดหมู่เรียบร้อย ค้นหาสะดวก แถมโปรแกรมที่นี่ยังทันสมัยตามต้นฉบับเป๊ะๆ เลย เว็บไซท์ TUCOWS นี้มี Mirror อยู่ที่เมืองไทยด้วย (ของ Loxinfo) เวลาดาวน์โหลดอะไรเอาจากที่เมืองไทยแทน ก็รวดเร็วทันใจดี

    RPMFind

    http://www.rpmfind.net

    ผู้ใช้ส่วนมากมักจะชอบโปรแกรมที่มาเป็นแบบ RPM มากกว่า เพราะลงสะดวก แต่ถ้าไปดาวน์โหลดตามเว็บไซท์ของเจ้าของโปรแกรมนั้นจริงๆ ส่วนมากมักจะไม่ค่อยมีเป็น RPM ให้ เพราะว่า RPM นั้นถึงจะลงสะดวกแต่ใช้ติดตั้งลงได้บนลินิกซ์เฉพาะยี่ห้อเท่านั้น เช่น RPM ของ RedHat ก็จะไปลงบน Mandrake ไม่ได้ วิธีแก้ไขก็คือที่นี่ครับ RPMFind.net นี้ มีคนใจดีหลายๆ คน ทำโปรแกรมหลายๆ ตัวให้เป็น RPM และนำมาแจกบนนี้ สำหรับผู้ใช้ลินิกซ์ทะเลสามารถดาวน์โหลด RPM ของ RedHat 8.0 มาลงได้ เพราะว่าทะเล 5.0 นั้นอิงมาจาก RedHat 8.0 นั่นเอง




    FreshRPMs

    http://www.freshrpms.net

    นี่ก็เป็นอีกที่นึงที่ทำ RPM แจก โดยโปรแกรมจาก FreshRPMs นั้นทันสมัยมาก และก็เยอะอีกด้วย เอาใจคนใช้ RedHat โดยเฉพาะเลย มีทั้งของ RedHat 7, 8 และ 9

    แถมท้ายให้นิดนึง เรื่องการดาวน์โหลดครับ ในการดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่ๆ ชาวลินิกซ์หลายๆ คนอาจจะคิดถึงโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดอย่าง GetRight รึว่า FlashGet บนวินโดว์ ในกรณีสายโทรศัพท์ตัด หรือไฟดับ ทำนองนี้ ในลินิกซ์ก็มีโปรแกรมแบบนี้เหมือนกัน และการทำงานก็คล้ายๆ กันด้วย สำหรับผู้ใช้ลินิกซ์ทะเล 5.0 นั้นได้ให้โปรแกรมนี้มาแล้ว อยู่ในหมวด “อินเทอร์เน็ต” และ “โปรแกรมดาวน์โหลด” ชื่อภาษาอังกฤษของมันคือ Webdownloader for X ถ้าไม่มีก็หาดาวน์โหลดจากเว็บทั้งหมดที่เอ่ยมาวันนี้ได้เลยครับ