Open Source

ว่ากันว่า ตลาดที่ร้อยวันพันปีลินิกซ์ไม่มีวันจะเจาะได้เลย คือ ตลาดเกม นั่นอาจเป็นเพราะว่าชาวลินิกซ์ทั้งหลาย คุ้นเคยกับซอพท์แวร์แบบโอเพ่นซอร์ส ที่แทบไม่คิดราคาในการนำมาใช้ แต่เกมเป็นซอพท์แวร์กึ่งความบันเทิง ภาพเสียงและความบันเทิงต่างๆ ในเกมไม่ใช่สิ่งที่นำมาโอเพ่นซอร์สได้ (มองเกมเหมือนงานศิลปะ อย่างหนังรึว่าเพลงมากกว่า) เราเลยเห็นการล้มละลายของบริษัทที่นำเกมจากวินโดว์พอร์ทมายังลินิกซ์ อย่างบริษัท Loki ที่ทำให้ชาวลินิกซ์ได้มีโอกาสได้เล่น Sim City 3000 หรือ Civilization บนลินิกซ์



ดังนั้นเกมบนลินิกซ์ที่สามารถเล่นได้ในตอนนี้ ก็มีแต่เกมง่ายๆ อย่าง พวกเกมไพ่ เกมกระดาน และเกมที่ซับซ้อนขึ้นมาหน่อยที่พัฒนาแบบโอเพ่นซอร์ส ซึ่งก็ยังมีน้อยและยังไม่ดีพอ ในวันนี้เราก็จะมาแนะนำเกมง่ายๆ บนลินิกซ์ ที่เล่นสนุกๆ พอแก้เบื่อได้ และแปลกใหม่ ไม่ใช่เกมที่ลอกวินโดว์มาอย่างเกมเปิดระเบิด หรือเกมไพ่ นั่นก็คือเกม KBounce หรือชื่อภาษาไทยว่า "ตัดพื้นที่บอลกระเด้ง" ฟังชื่อดูก็รู้ว่ามันเป็นเกมของ KDE (แต่เล่นบน Gnome ก็ได้นะ) ซึ่งมักจะติดตั้งมาให้แต่แรกแล้ว ในชุด kde-games ถ้าเราเลือกหมวดเกมในตอนติดตั้งลินิกซ์ ถ้ายังไม่มีก็สามารถติดตั้งจากแผ่นซีดีลินิกซ์ได้เหมือนกันครับ โดยเป็นไฟล์ rpm ชื่อ kde-games




KBounce



หลักการของเกมนี้ง่ายมากเลย เราจะมีพื้นที่อยู่จำนวนหนึ่ง เราจะต้องทำการตัดพื้นที่นี้ทิ้งไปให้ได้ 75% ในแต่ละฉากโดยการคลิกเมาส์ แต่มีตัวขัดขวางคือ ลูกบอลเด้งไปมาในฉาก (เพิ่มขึ้นฉากละลูก) ถ้าพื้นที่ที่เราตัด ไม่มีลูกบอลอยู่ พื้นที่นั้นจะหายไป แต่ถ้ามีลูกบอลเด้งอยู่ พื้นที่นั้นจะแบ่งเป็นสองส่วน การควบคุมใช้การคลิกเมาส์ธรรมดา คลิกซ้ายเพื่อตัดพื้นที่ คลิกขวาเพื่อเปลี่ยนแนวตัดเป็นแนวตั้งหรือแนวนอน ไม่ใช่แค่นี้ เมื่อเราสั่งตัด พื้นที่จะไม่ถูกตัดทันที แต่เส้นที่ตัดจะวิ่งไปที่ขอบเรื่อยๆ ดังนั้น ถ้าเกิดลูกบอลวิ่งมาชนเส้นที่กำลังวิ่งอยู่ เส้นจะหยุดทันที เราจะต้องมาตัดใหม่ แถมถ้าถูกบอลชน เราจะเสีย life ไปอีก 1 ด้วย (life หมดก็เกมโอเวอร์นะ)



ฟังดูเหมือนยากเลย แต่ลองเปิด Kbounce ขึ้นมาเล่นดูจะรู้ว่ามันไม่ยากอย่างที่คิด แรกๆ เล่นง่ายมากครับ แต่เมื่อมีบอลซัก 10 ลูกเด้งไปมาในฉาก มันก็ไม่ง่ายเหมือนกัน กลยุทธที่ผมค้นพบคือ การตัดเนี่ย เราจะตัดใหญ่ๆ ก่อน แล้วค่อยๆ ตัดเล็กลงเรื่อยๆ เพื่อจำกัดพื้นที่เด้งของลูกบอล ทีนี้จากการเล่นมาหลายรอบ บอล 1 ลูกนั้นเราจะตัดให้มันอยู่ในพื้นที่เล็กสุดได้ประมาณ 3x3 ช่องเท่านั้น ถ้าเล่นดีๆ จะได้ 2x2 แต่ก็เสี่ยงกับการเสีย life มาก ถ้าบอลมีไม่มาก ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าบอลมีเยอะๆ การให้บอลหนึ่งลูกเด้งไปมาครองพื้นที่ ก็จะทำให้ยากขึ้นในการตัดให้ได้ 75% ดังนั้น กลยุทธที่สองคือ ถ้าโชคดี บอล 2 ลูกเด้งไปด้วยกัน แล้วเราตัดมันให้อยู่ในพื้นที่ 3x3 ได้ ก็เท่ากับเราได้พื้นที่มาอีก 9 ช่องฟรีๆ ทำให้เราไปตัดจุดที่อันตรายๆ ได้ง่ายขึ้น ส่วนกลยุทธที่สาม ถ้าบอลเยอะมาก (สัก lv 5-6 ขึ้นไป) ให้ตัดแบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วน 4 ส่วน ไปก่อน จำกัดให้บอลเด้งแต่ในพื้นที่ของตัวเอง แล้วค่อยมาลดขนาดของพื้นที่แต่ละส่วนไปทีละน้อยๆ สุดท้ายจากที่ค้นพบ ถ้าเราจบฉากด้วยพื้นที่มีลูกบอลมากกว่า 1 ลูกอยู่ เช่น มีพื้นที่ใหญ่หน่อยที่มีบอล 3 ลูกไปอัดกันอยู่ในนั้น จะได้คะแนนโบนัสมากกว่าพื้นที่ 3 ส่วนเล็กๆ แต่มีบอลอยู่ส่วนละช่องเท่านั้น (ผมไปได้ไกลสุด Lv 13)



ส่วนอีกเกมนึง ถ้าคุณคิดว่าตัวเองเป็นเซียนเกมงูในโทรศัพท์มือถือ Nokia และคิดว่ามันยังท้าทายไม่พอ ลองวัดฝีมือตัวเองกับ KSnakeRace ดูหน่อยมั้ย?




KSnakerace



เดิมทีผมไม่เคยคิดว่าเกมงูบนลินิกซ์มันจะสนุกแม้แต่น้อย แต่พอเล่นไปเล่นมา กลับสนุกมากจนติดหนึบเลย กฎของเกมก็ไม่มีอะไรมากเลย ควบคุมงูน้อยสีเหลืองด้วยปุ่มทิศทาง กินผลไม้ให้หมดฉาก แล้วทางออกจะเปิดเพื่อมุ่งสู่ด่านต่อไป ฟังดูคล้ายๆ กับงูโนเกียใช่มั้ยล่ะ แต่มันยากกว่าที่คิดนะ เพราะอุปสรรคที่เพิ่มเข้ามาคือ กำแพงเกะกะในฉาก แถมทะลุกำแพงแบบงูโนเกียไม่ได้อีกนะ แค่กำแพงอย่างเดียวยังไม่สะใจ ก็เลยมีงูคู่แข่ง (งูเขียว) กับลูกบอลเด้งไปมาในฉาก เป็นตัวสกัดกั้นชัยชนะ และสถิติของเราอีกด้วย เจ้างูเขียวจะแข่งกินผลไม้กับเรา แถมโกงอีกต่างหาก เพราะเราชนมันตาย มันชนเราไม่ตาย เราชนตัวเองตาย มันกินหางตัวเองกลับไม่ตายซะนี่ เจ้างูเขียวจะตายต่อเมื่อเราล้อมมันได้หมดแล้วมันไม่มีทางไปเท่านั้น ซึ่งโอกาสทำได้ยากมาก ส่วนเจ้าลูกบอลก็คอยเด้งไปมา แถมมักจะเด้งไปทางที่เราไปทุกทีเลยซี่ ลูกบอลนี่ชนหัวเราตายนะครับ ไม่ว่าจะด้านหน้า หรือด้านข้าง



ซ้ำร้ายกว่านั้น เกมนี้ด่านนึงมีเวลาจำกัด ถ้าเก็บผลไม้ยังไม่ครบแล้วเวลาหมด ผลไม้จะเพิ่มขึ้นมาใหม่ แล้วเราก็ต้องมาตามเก็บใหม่ แน่นอนว่าหางเราก็จะยาวขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งยากเข้าไปอีก แต่อุปสรรคที่สำคัญที่สุดที่ผมค้นพบจากการเล่น ไม่มีอะไรเกินคีย์บอร์ดครับ ผมก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าการควบคุมงูด้วยปุ่มทิศทางคีย์บอร์ดมันยากอย่างนี้นี่เอง มันไม่เหมือนปุ่ม 2 4 6 8 บนมือถือหรอกนะ การเลี้ยวหักมุม หรือ ยูเทริ์นในที่แคบๆ แทบจะเป็นไปได้ยากมาก ดังนั้น ถ้าคิดว่าทำลายสถิติเกมงูเครื่องชาวบ้านเค้ามาหมดแล้ว ไม่ลองทำลายสถิติในเครื่องตัวเองดูหน่อยหรือ เซียนงูทั้งหลาย ? (ผมไปไกลสุด Lv8 เอง)



ป.ล. ถ้ายังกังขาในฝีมือตัวเอง แนะนำโหมด 3 Balls 3 Snakes แล้วอย่าลืมตั้งเป็น Killer ด้วยนะ ;-)

ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เป็นช่วงที่ลินิกซ์ดิสทริบิวชันต่างๆ ได้ออกรุ่นใหม่ๆ กันเยอะมากๆ อาจเป็นเพราะว่าซอพท์แวร์ตัวหลักๆ อย่าง Xfree86, Gnome และ KDE เพิ่งจะออกรุ่นใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงเยอะในช่วงหลังนี้ เราจะมาดูกันว่ามีอะไรใหม่ๆ บ้าง

Slackware Linux 9.0

เริ่มจากลินิกซ์รุ่นบุกเบิก และขวัญใจผู้ใช้ที่ชอบความเรียบง่าย Slackware 9.1 ได้ทำการอัพเดตแพกเกจต่างๆ ให้ทันสมัย โดยใช้ Kernel 2.4.20, Xfree86 4.3.0, Gnome 2.2 และ KDE 3.1 รุ่นที่เป็นซีดีรอมวางจำหน่ายในราคา 39.95 เหรียญ ซีดีรอม 4 แผ่น ถ้าต้องการดาวน์โหลดก็สามารถหาได้จาก ftp://ftp.slackware.com/pub/slackware/slackware-9.0/

Mandrake Linux 9.1 (Bamboo)

ลินิกซ์สัญชาติฝรั่งเศส ขวัญใจผู้ใช้งานด้านเดสก์ทอป รุ่น 9.1 นี้ออกมาแก้ไขข้อบกพร่องของ 9.0 โดยการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดคือ Mandrake ได้หันมาใช้ธีมหน้าตาแบบเดียวกันทั้ง Gnome และ KDE เหมือนกับที่ Red Hat ทำ โดยธีมหลักของ Mandrake ใช้ชื่อว่า MandrakeGalaxy ครับ สีฟ้าๆ เงินๆ สวยใช้ได้เลย แพกเกจต่างๆ ก็ทันสมัยเหมือนกับ Slackware (แทบจะเป็นรุ่นเดียวกันหมด) อีกส่วนที่น่าประทับใจคือ Mandrake Control Center ซึ่งเป็นการรวมเอาส่วนปรับแต่งของลินิกซ์ทั้งหมดมาไว้ที่เดียวกัน เหมือนกับวินโดว์มี Control Panel เลย ราคาขาย 39.90 เหรียญ ใช้ซีดีรอม 2 แผ่น รายละเอียดอยู่ที่ http://www.mandrakelinux.com/en/9.1/features/

SuSE 8.2

ลินิกซ์สัญชาติเยอรมัน ที่ครองตลาดยุโรปอยู่ในขณะนี้ (ว่ากันว่า เป็นลินิกซ์ยี่ห้อที่ไลนัส ทอร์วัลด์ ผู้สร้างลินิกซ์ใช้อยู่ในปัจจุบัน) ชื่อเสียงของ SuSE อยู่ที่การใช้งานที่ง่ายเอามากๆ จุดขายอยู่ที่โปรแกรม YaST (Yet Another Setup Tool) ซึ่งเป็นทั้งตัวติดตั้งและตัวปรับแต่งระบบของ SuSE (แบบเดียวกับ Mandrake Control Center) ส่วนหน้าตาติดต่อผู้ใช้นั้นใช้ธีม Crystal ใสๆ อมเขียว ซึ่งเป็นสีประจำยี่ห้อของ SuSE อยู่แล้ว แพกเกจต่างๆ ก็ครบครันทั้ง Kernel 2.4.20, Xfree86 4.3.0, KDE 3.1 และ Gnome 2.2 แต่SuSE จะเน้นใช้ KDE เป็นหลักมากกว่า Gnome ราคาขาย 39.95 เหรียญ ใช้ซีดีรอม 3 แผ่น อ่านรายละเอียดเพิ่มได้ที่ http://www.suse.com/us/private/products/suse_linux/i386/index.html

Red Hat Linux 9 (Shrike)

ที่ขาดไม่ได้คงเป็นพี่เบิ้มของวงการลินิกซ์ Red Hat Linux 9 ได้ออกมาฉลองครบรอบสิบปีของ Red Hat พอดี ถึงมันจะไม่เปลี่ยนแปลงเยอะเหมือนตอนเปลี่ยนจาก 7 มาเป็น 8 แต่การอัพเดตแพกเกจใหม่ๆ ก็ครบครันเท่ากับยี่ห้ออื่นๆ รุ่นนี้เหมือนเป็นการปรับปรุงรุ่น 8 ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ส่วนติดต่อผู้ใช้ยังใช้ธีม Bluecurve เหมือนเดิม ฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่แนะนำ ก็คือ NPTL เป็นเทคโนโลยีด้านเธร็ดแบบใหม่ ที่ใช้กับ Glibc ราคาขาย 39.95 เหรียญ เวอร์ชันซีดีและดาวน์โหลดจะมาวันที่ 7 เมษายนนี้ http://www.redhat.com/software/linux/

จะเห็นว่าลินิกซ์ทั้ง 4 ตัวมีแพกเกจหลักเกือบจะเหมือนกันหมด และราคารุ่นปกติก็ใกล้เคียงกัน ดังนั้นนี่เป็นการวัดว่าใครจะปรับแต่งลินิกซ์ให้ใช้งานได้ง่ายและถูกใจผู้ใช้มากกว่ากัน ซึ่งก็คงต้องรอดูกันซักพัก กว่าผู้ใช้และเว็บไซท์ต่างๆ จะรีวิวกันได้ครบ

ตัวสุดท้ายก็ไม่ใช่ตัวอื่นไกล ลินิกซ์ทะเล 5.0 ก็ออกอย่างเป็นทางการแล้วครับ

Linux TLE 5.0 (Andaman)

ลินิกซ์ทะเล ลินิกซ์ที่ทำโดยคนไทย ได้ออกรุ่น 5.0 ถัดมาจากรุ่น 4.1r2 ที่ออกมาเมื่อปีที่แล้ว เจ้า 5.0 นี่ปรับปรุงมาจาก Red Hat Linux 8.0 อีกทีหนึ่ง ซึ่งได้เพิ่มอะไรใหม่ๆ เข้ามามากพอสมควร เช่น แพกเกจใหม่ๆ, รู้จักฮาร์ดแวร์มากขึ้น โดยเฉพาะฮาร์ดแวร์ที่มีปัญหาเยอะๆ อย่าง การ์ดเสียง พรินเตอร์ โมเด็ม และการ์ดจอ, ระบบภาษาไทยที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพาแปลเมนูและข้อความของ Gnome ให้เป็นภาษาไทย และเพิ่มฟอนต์แบบ JS มาให้อีกเพียบ ถ้าไม่มีอะไรขัดข้อง คิดว่าสัปดาห์หน้าจะเอา Linux TLE 5.0 มารีวิวกันครับ ใช้ซีดีรอม 3 แผ่น ดาวน์โหลดได้ที่ www.opentle.org

ถ้าติดตามข่าวคราวเกี่ยวกับลินิกซ์ในบ้านเรา อาจจะได้ยินมาว่า มีร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ที่หันมาใช้ลินิกซ์เป็นระบบปฏิบัติการ มาบ้างแล้ว วันนี้เราจะไปร้าน Speed Net Club ซึ่งเป็นร้านเน็ตร้านแรกๆ ของประเทศ ที่หันมาใช้ลินิกซ์อย่างจริงจังครับ

ร้าน Speed Net Club อยู่ที่ถนนดินสอ ระหว่างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กับเสาชิงช้า ตัวร้านหาง่ายครับ จะอยู่ติดคลองเลย ถ้าหาไม่เจอลองถามหาร้านมนต์นมสด จะอยู่ใกล้ๆ กัน พอไปถึงร้านก็จะเจอกับเจ้าของร้าน คุณหน่อย ธนศีล นุ่มอาชา คอยต้อนรับอยู่ในร้าน เราจะมาคุยกับคุณหน่อยกันครับ

ทำไมถึงใช้ลินิกซ์เป็นระบบปฎิบัติการล่ะครับ?

สาเหตุในการใช้ลินิกซ์เป็นระบบปฏิบัติการ ก็เนื่องมาจากตอนที่กระแส BSA กำลังมาแรง ทำให้ร้านเน็ตหลายๆ ร้าน ตื่นตัวหันมาใช้ซอพท์แวร์ลิขสิทธิ์ เผอิญมีคนแนะนำให้รู้จักลินิกซ์ พอลองใช้เป็นครั้งแรกก็รู้สึกติดใจในความเร็ว ประสิทธิภาพ และความเสถียรภาพของมัน รวมกับอยากให้คนไทยได้เห็นคุณค่าของการใช้งานซอพท์แวร์แบบโอเพ่นซอร์ส ก็เลยตัดสินใจเปลี่ยนเครื่องทั้งร้านมาเป็นลินิกซ์เลยครับ

แล้วซอพท์แวร์ตัวอื่นๆ นอกเหนือจากตัวระบบปฏิบัติการ ใช้อะไรบ้าง?

ก็ใช้ซอพท์แวร์ทั่วๆ ไปบนลินิกซ์ เว็บบราวเซอร์ใช้ Mozilla ถ้าเป็นพิมพ์งานก็ใช้ตระกูล OpenOffice.org ซึ่งตอนนี้ใช้ OfficeTLE อยู่ ใช้งานภาษาไทยได้ไม่มีปัญหา ใช้ X-Chat แทน Pirch ส่วนพวก ICQ หรือ MSN ก็ใช้ SIM กับ Kmess ครับ

แรกๆ มีปัญหาจากการใช้งานลินิกซ์บ้างมั้ยครับ?

ก็มีบ้าง ตอนนั้นลินิกซ์ยังไม่ใช้งานง่ายเหมือนเดี๋ยวนี้ ปัญหาใหญ่ๆ เลยคือ จะใช้งานแผ่นดิสก์ หรือซีดีรอม จะต้องมาสั่งเมาท์ก่อน อีกอันนึงคือปัญหาด้านพริ้นเตอร์ แต่หลังๆ นี้ก็ดีขึ้นมามากแล้ว

ปฏิกิริยาตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างไรบ้างครับ?

แรกเลยเนี่ย เราก็มาลองใช้จนพอใช้งานได้ก่อน แล้วถึงค่อยให้ลูกค้าใช้ ก็ต้องใช้หลักการตลาดและการประชาสัมพันธ์นิดนึง โดยต้องอธิบายข้อดีของโปรแกรมก่อน บอกลูกค้าว่า เนี่ยโปรแกรมตัวใหม่ ใช้ดีกว่า เร็วกว่า ถ้าใช้มีปัญหาก็มาเรียกเราได้เลย เพราะเราเองก็ใช้มาแล้ว รู้ว่าถ้าอยากได้อย่างนี้จะต้องทำอย่างไร กดตรงไหน

ไม่มีลูกค้าประเภทที่เจาะจงว่าต้องใช้โปรแกรมตัวนั้นตัวนี้บ้างเหรอครับ?

มีครับ ก็จะมีลูกค้าอยู่ 3 แบบ คือ แบบแรกเป็นพวกที่ทันเทคโนโลยี อะไรใหม่ อะไรแปลก ขอให้บอก ยินดีใช้ และใช้ได้ทันที อย่างผมบอกว่าเนี่ยเป็นเว็บบราวเซอร์ตัวใหม่ ลองเล่นดู เค้าจะลองมั่วๆ ดูซักพัก ก็ทำงานได้สบาย อีกพวกนึงคือ พวกไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย พวกนี้เราคงทำอะไรไม่ได้ เข้ามาในร้านถามหา Photoshop เราไม่มี ก็ต้องบอกว่าให้ไปใช้ที่ร้านอื่น พวกสุดท้ายคือ ไม่สนใจว่าจะใช้อะไร ขอให้ทำงานได้อย่างที่ต้องการก็พอ ซึ่งกลุ่มนี้ อย่างที่บอกไปตอนแรก เราต้องใช้หลักการโฆษณาเล็กน้อย ดึงดูดไว้ หลายๆ คนตอนแรกๆ ไม่กล้าใช้ พอใช้ไปใช้มา ก็ติดใจในความเร็วของลินิกซ์ ก็กลายมาเป็นลูกค้าประจำ บางคนพาเพื่อนมาเล่นอีกก็มี

ช่วงที่สัมภาษณ์อยู่นี้ ก็มีลูกค้าเข้ามาพิมพ์งานพอดี ถามหาว่า มีเวิร์ดรึเปล่า คุณหน่อยบอกว่า มีออฟฟิศทะเล ใช้งานได้เหมือนกัน ดีกว่าด้วย ลองใช้ดูก่อน ลูกค้าคนนั้นก็นั่งลงพิมพ์งานไป และเรียกคุณหน่อยไปช่วยดูในกรณีที่อยากใช้ลูกเล่นแปลกๆ บางอย่าง สุดท้ายลูกค้าคนนั้นก็ได้งานพิมพ์กลับไปสมใจ นี่ก็เป็นตัวอย่างของลูกค้าแบบที่ไม่สนใจว่าจะใช้อะไร แต่ขอให้ทำงานได้ครับ

ปัจจุบันลงลินิกซ์ตัวไหนอยู่?

ตอนนี้ใช้ลินิกซ์ ทะเล 5.0 อยู่ครับ ก็ประทับใจในความง่ายต่อการใช้งาน

ไม่มีปัญหากับลูกค้าเวลาเปลี่ยนเวอร์ชัน หรือ ยี่ห้อของลินิกซ์บ้างเหรอครับ?

อันนี้ก็ต้องโฆษณาอีกเหมือนกัน (หัวเราะ) ถ้าลูกค้าประจำ ผมก็จะบอกล่วงหน้าซักอาทิตย์สองอาทิตย์เลยว่า เดี๋ยวเราจะมีตัวใหม่กว่ามานะ ดีกว่าเดิม เร็วกว่าเดิม เตรียมตัวใช้ได้เลย เป็นการลดแรงต่อต้านจากลูกค้าในตัว

ปัจจุบันพอทราบมั้ยว่ามีร้านเน็ต หันมาใช้ลินิกซ์กันขนาดไหน?

เคยได้ยินมาว่าภาคใต้ แถวกระบี่ มีหลายร้านที่ใช้ หาดใหญ่ เชียงใหม่ก็มี แต่ก็ไม่รู้จำนวนแน่นอนนะครับ เอาเป็นว่ามีร้านหันมาใช้กันเยอะขึ้น

มีอะไรอยากบอกเกี่ยวกับการนำโอเพ่นซอร์สมาใช้บ้างมั้ยครับ?

อยากบอกว่าโอเพ่นซอร์สนอกจากจะช่วยเราลดค่าใช้จ่าย และประสิทธิภาพแล้ว ตอนนั้นมันก็พร้อมที่จะนำมาใช้งานจริงสำหรับผู้ใช้ทั่วไป จะติดก็อยู่แค่ตัวเราที่กลัวการเปลี่ยนแปลงเท่านั้นล่ะครับ



แผนที่ไปร้าน Speed Net Club

หลังจากออกลินิกซ์ทะเล 4.1 ไปเมื่อปีที่แล้ว และจุดกระแสโอเพ่นซอร์สในเมืองไทยได้พอสมควร แต่ผู้ใช้หลายๆ คนที่ลองใช้ ยังรู้สึกว่าลินิกซ์ยังใช้งานยากอยู่ และหันกลับไปใช้วินโดว์อย่างเดิม มาตอนนี้ ลินิกซ์ทะเล 5.0 กลับมาพร้อมกับความง่ายในการใช้งานที่มากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยครับ โดยสามารถดาวน์โหลดลินิกซ์ทะเล 5.0 ได้จากเว็บไซท์ opentle.org หรือถ้าขี้เกียจดาวน์โหลดก็สามารถสั่งจากเว็บไซท์ที่ขายซีดีลินิกซ์ทั่วไปได้ครับ ใช้ซีดีรอม 3 แผ่น คู่มือนั้นไม่มีให้ การสนับสนุนนั้น เนื่องจากลินิกซ์ทะเลนั้นไม่ใช่ดิสทริบิวชันที่ทำการค้า จึงไม่มีบริการหลังการขายมาด้วย ถ้ามีปัญหาอะไร ต้องอาศัยถามทางเว็บบอร์ดต่างๆ

การติดตั้ง

ลินิกซ์ทะเล 5.0 นั้นพัฒนาต่อมาจาก RedHat 8.0 ซึ่งใช้ตัวติดตั้งตัวเดียวกัน คือ Anaconda ที่กลายเป็นมาตรฐานของการติดตั้งลินิกซ์ในทุกวันนี้แล้ว ลินิกซ์ทะเล 5.0 ตรวจสอบพบฮาร์ดแวร์ของผมได้เกือบครบ ที่ทดลองลง 2 เครื่อง ก็สามารถตรวจสอบการ์ดจอ คือ TNT2 และ GeForce4MX รวมทั้งจอภาพ LG775FT ได้ถูกต้องทั้งหมด เมื่อถึงขั้นตอนการลงแพกเกจ ผมลงเยอะหน่อย ประมาณ 2.5 กิกะไบต์ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วบูตเครื่อง 1 รอบ ก็จะพบกับ First Boot ซึ่งเป็นของใหม่ไม่มีใน RedHat 8.0 มันก็คล้ายๆ กับวินโดว์ครับ ที่หลังจากติดตั้งจะมี First Boot ไว้คอยปรับแต่งค่าต่างๆ ในทะเล 5.0 ผมพบว่า First Boot นั้นทำงานได้น่าประทับใจมาก สามารถตรวจสอบการ์ดเสียงได้ถูกต้อง เพราะว่าใช้การ์ดแบบออนบอร์ด VIA VT8233 ที่ทั้ง RedHat 8.0 และ GrandLinux นั้นตรวจเจอแต่ไม่สามารถใช้งานได้ นอกจากนี้ First Boot ยังมีการค้นหาฟอนต์ของวินโดว์ จากพาร์ทิชันของวินโดว์ และติดตั้งให้เสร็จเลย เราจึงสามารถใช้ฟอนต์ยอดนิยม อย่างพวก Angsana ได้ทันทีเลย อีกอันที่ผู้ใช้ลินิกซ์มักจะรำคาญ คือ ปุ่ม Num Lock มักจะไม่เปิดให้เองตอนบูตขึ้นมา ก็สามารถตั้งได้ใน First Boot ครับ พอตั้งค่าใน First Boot เสร็จ ก็จะพบกับลินิกซ์ทะเล 5.0 แล้ว

การทำงานบนเดสก์ทอป

เมื่อเข้ามาสู่หน้าจอล็อกอิน ก็พบกับภาพฉากหลังที่สวยงาม ถามทีมงานแล้ว บอกว่าในรุ่นนี้ ภาพประกอบจะเป็นแนว ทะเลผสมกับสถานที่ต่างๆ ของเมืองไทย จะเห็นเป็นภาพวัดต่างๆ เช่น วัดพระแก้ว หรือ สะพานพระราม 8 มารวมกับท้องทะเลครับ ทะเล 5.0 ใช้ Gnome 2.2 เป็นเดสก์ทอปหลักเหมือนกับ RedHat ถ้าใครชอบ KDE ก็มี KDE 3.1 มาให้ เราสามารถเลือกภาษาของเมนู และข้อความได้ในหน้าจอล็อกอิน ซึ่งปกติจะเป็นภาษาไทย แต่ถ้าไม่ชอบก็เลือกเป็นภาษาอังกฤษได้ตรงนี้ เมื่อล็อกอินเข้ามา โปรแกรมต่างๆ การวางเมนูจะแบ่งเป็นหมวดหมู่เหมือนกับ RedHat เลย โปรแกรมที่เพิ่มเข้ามา ที่น่าสนใจที่สุด คือ kdicthai (กระดิกไทย) เป็นโปรแกรมพจนานุกรมไทย-อังกฤษตัวแรกบนลินิกซ์ ใช้ฐานข้อมูลเดียวกับโปรแกรม Dicthope บนวินโดว์ ต่อไปก็ไม่ต้องกังวลว่าลินิกซ์จะไม่มีพจนานุกรมให้เราใช้แล้ว โปรแกรมดูภาพใช้ gThumb ใช้งานสะดวกเหมือนกับ ACDSee ยังมี Sodipodi เป็นโปรแกรมวาดแผนผังเหมือนกับ Visio

ส่วนด้านภาษาไทย ปุ่มสลับภาษาจะใช้ปุ่ม Alt+Shift นะครับ (แบบเดียวกับวินโดว์ NT) อาจจะรู้สึกไม่คุ้นเคยบ้าง และไม่มีไอคอนบอกภาษาให้ดูใน Gnome (แต่ใน KDE มีนะ) นอกจากนี้ทางลินิกซ์ทะเลได้ให้ฟอนต์ภาษาไทยตระกูล JS มาด้วยอีกหลายตัว โปรแกรมด้านออฟฟิศที่ให้มา คือ ออฟฟิศทะเล 1.0.2 ใช้ภาษาไทยได้ดี และเปิดไฟล์จาก Microsoft Office ได้ค่อนข้างดี (บทความนี้ก็ใช้ออฟฟิศทะเลเขียน)

ข้อเสียใหญ่ของลินิกซ์ทะเล 5.0 นี้คือ ตัวอักษรจะเบลอครับ พบว่าจะเกิดจากการทำ Anti-Alias ให้ตัวอักษรเนียนขึ้น สอบถามจากทีมงานพบว่า จะเป็นกับการ์ดจอบางรุ่น (ผมใช้การ์ดจอของ nVidia ก็เจอปัญหานี้ทั้งคู่) และจะเป็นมากเมื่ออ่านตัวหนังสือสีขาว บนพื้นหลังสีเข้ม อย่างเช่น อ่าน pantip.com วิธีแก้คือให้เปลี่ยนฟอนต์จาก Norasi เป็นตัวอื่นๆ หรือไม่ก็ขยายขนาดอักษรให้ใหญ่ขึ้น ก็จะช่วยได้บ้าง

การใช้งานอินเทอร์เน็ต

โปรแกรมที่ลินิกซ์ทะเลให้มีถือว่าครบถ้วน เว็บบราวเซอร์ใช้ Mozilla 1.2.1 ที่ตั้งค่าภาษาไทยมาให้แล้ว ใช้งานภาษาไทยได้เยี่ยม สามารถตัดคำได้ถูกต้อง ปลั้กอินต่างๆ ติดตั้งมาให้ครบ ไม่ว่าจะเป็น Flash, Quicktime, Java หรือแม้แต่ pdf โปรแกรม ICQ ใช้ SIM ซึ่งสามารถส่ง SMS ได้ด้วย ถ้าใครชอบเล่น MSN มากกว่า ก็มี Kmess มาให้เหมือนกัน หรือแม้แต่เล่น AOL หรือ Yahoo Messenger ก็ยังสามารถใช้โปรแกรม Gaim ได้ ส่วนโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดแบบเดียวกับ FlashGet หรือ GetRight ก็มีมาให้เช่นกัน ถ้าเครื่องที่ใช้อยู่เชื่อมต่อกับวงแลน ทะเล 5.0 ได้ให้โปรแกรมในการใช้งานแลน เหมือนกับ Network Neighborhood

การต่อโทรศัพท์เพื่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ตนั้น ถ้าเป็นโมเด็มแบบ External ให้เลือกชนิดโมเด็มเป็น /dev/ttyS0 แต่ถ้าเป็นโมเด็มแบบ internal เลือกเป็น /dev/modem และต้องออกแรงติดตั้งไดรเวอร์เพิ่มนิดหน่อย โดยไดรเวอร์ของโมเด็ม internal จะอยู่ในแผ่นที่ 3 หมวด extra driver ตัวไดรเวอร์จะมาเป็นไฟล์แบบ RPM ติดตั้งได้สะดวก ให้เลือกยี่ห้อของโมเด็มและชนิดของซีพียูให้ถูกต้องด้วย ก็จะสามารถใช้งานอินเทอร์เนตได้แล้ว

การใช้งานด้านบันเทิง

โปรแกรมฟังเพลงในทะเล คือ xmms นั้นสามารถฟังเพลงแบบ mp3 ได้ทันที (ใน RedHat นั้นจะไม่ได้ทำให้เล่น mp3 ได้ เพราะว่ากลัวปัญหาด้านลิขสิทธิ์) การดูหนังใช้โปรแกรม xine ถ้าต้องการดู DVD จะต้องสั่งเพิ่มนิดหน่อย โดยสั่ง ln -s /dev/cdrom /dev/dvd เสียก่อน ก็สามารถดู DVD ได้ การเขียนซีดีมีโปรแกรม Xroast มาให้ แต่โปรแกรมเด็ดของลินิกซ์ทะเล 5.0 คือ Mplayer ซึ่งเป็นโปรแกรมเล่นไฟล์มัลติมีเดียครอบจักรวาล สามารถเล่นไฟล์ได้เกือบทุกชนิด เช่น MPEG, ASF, QuickTime, Windows Media Video (.wmv), DivX, Real ฯลฯ เหมือนกับเรามี Windows Media ที่เพิ่มความสามารถของโปรแกรมอื่นอย่าง QuickTime มาให้เสร็จในโปรแกรมเดียวเลย

การเล่นเกม ถ้าต้องการเล่นเกมสามมิติ เช่น Tux Racer หรือว่า Chromium จะต้องทำการติดตั้งไดรเวอร์การ์ดจอก่อน ในกรณีที่เป็นการ์ดของ nVidia จะมีไดรเวอร์มาให้ในแผ่นที่ 3 เช่นกัน ชื่อว่า NVIDIA_GLX แล้วไปแก้ไฟล์ /etc/X11/XF86Config เปลี่ยนจาก driver “nv” เป็น “nvidia” จะใช้งานด้านสามมิติได้ครับ เกมที่ให้มาที่เด่นๆ มีเกม Frozen Bubble เล่นสนุกดี

สรุป

ลินิกซ์ทะเล 5.0 นั้นทำให้งานใช้งานลินิกซ์ง่ายขึ้นอีกมาก การใช้งานภาษาไทยทำได้ดีเยี่ยม มีการให้ฟอนต์ตระกูล JS มาให้ด้วย การใช้งานต่างๆ ก็ง่ายขึ้นมาก เช่น ต้องการใช้งานพาร์ทิชันของวินโดว์ ลินิกซ์ทะเลจะเมาท์ให้เราอัตโนมัติ หรือการใช้งานแลนก็ทำได้สะดวก โปรแกรมต่างๆ มีมาให้ครบครัน ถึงแม้ว่าจะมีบั้กอยู่บ้าง เช่น ตัวอักษรเบลอ การติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมอื่นอย่างโมเด็ม อาจทำได้ลำบากนิดหน่อย และรู้สึกช้าอย่างเห็นได้ชัด เมื่อทำงานกับเครื่องความเร็วต่ำๆ แต่เมื่อหักลบกันแล้ว ลินิกซ์ทะเล 5.0 ถือว่าเป็นลินิกซ์ของไทยที่ดีที่สุดในตอนนี้ ถ้าใครรอว่า เมื่อไรลินิกซ์จะใช้งานได้ง่าย และสะดวกซักที ลินิกซ์ทะเล 5.0 เป็นคำตอบของคุณครับ

ช่วงนี้เพิ่งมีหนังสือเกี่ยวกับลินิกซ์เล่มหนึ่งออกวางตลาดครับ มันไม่ใช่หนังสือแนะนำการติดตั้ง หรือการใช้งานลินิกซ์ แต่ว่าเป็นชีวประวัติของไลนุส (หรือ ไลนัส, ลินัส แล้วแต่จะเรียก แต่ขอเรียกตามในหนังสือว่า ไลนุส นะครับ) ทอร์วอลด์ ผู้ให้กำเนิดลินิกซ์นั่นเอง ว่าเค้าทำอย่างไร ลินิกซ์ถึงกำเนิดขึ้นมาได้ และนี่เป็นหนังสือที่จะมาแนะนำกันวันนี้ครับ



หน้าปกของ เอามัน ฉบับภาษาไทย

"เอามัน" หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Just For Fun เขียนโดยเดวิด ไดมอนด์ และตัวไลนุสเอง แปลภาษาไทยโดยคุณ eS_U พิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชน ราคา 215 บาท เนื้อเรื่องในเล่มก็จะเริ่มตั้งแต่ไลนุสยังเล็ก จนกระทั่งย้ายมาทำงานที่บริษัททรานส์เมต้า ในอเมริกาเลยครับ

ประวัติคร่าวๆ ของไลนุส และลินิกซ์ ก็เริ่มตั้งแต่ นายไลนุสเราเป็นชาวฟินแลนด์เชื้อสายสวีเดน ที่อาศัยอยู่ในเฮลซิงกิ สมัยเด็กๆ เค้าก็เป็นเด็กแบบที่เมืองนอกเค้ามีศัพท์แสลงเรียกว่า "Geek" หรือว่า "Nerd" ถ้าเป็นบ้านเราก็เรียกกันว่า "เด็กเรียน" รึไม่ก็ "เซียนคอมพ์" นั่นล่ะครับ ใส่แว่น ไม่ออกกำลังกาย วันๆ ก็อยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์

เมื่อศึกษาถึงระดับมหาวิทยาลัย เค้าไปเรียนวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ ลินิกซ์ก็เกิดขึ้นมาช่วงนี้ เนื่องจากว่าเค้าใช้งาน มินิกซ์ (Minix) ซึ่งเป็นยูนิกซ์แบบง่ายๆ ประกอบการสอนวิชาระบบปฏิบัติการ แล้วไม่ถูกใจนัก ก็เลยพยายามแกะ แงะ เจ้ามินิกซ์ แล้วเขียนบางส่วนใหม่ขึ้นมา จนกลายเป็นระบบปฏิบัติการอีกตัวนึงที่ชื่อลินิกซ์นั่นเอง

เรื่องราวยังไม่จบแค่นั้น ถ้าไลนุสสร้างลินิกซ์ขึ้นมาได้ แล้วนำไปขายเหมือนกับที่เราเคยเห็นเศรษฐีในธุรกิจคอมพิวเตอร์หลายๆ คน เช่น บิลล์ เกตส์ หรือ สตีฟ จ็อบส์ เคยทำมาแล้ว ลินิกซ์ก็คงไม่มีความหมายอะไรมาก แต่ว่า สาเหตุที่ไลนุสสร้างลินิกซ์ขึ้นมานั้น เกิดจากความมัน หรือความอยากรู้ อยากเห็น อยากลอง ล้วนๆ เค้าต้องการอวดผลงานของตนให้ชาวโลกได้รับรู้ เลยตัดสินใจเผยแพร่ลินิกซ์ในรูปแบบของโอเพนซอร์สในที่สุด ซึ่งช่วงแรกก็เป็นแค่การเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตให้ผู้ใช้ได้ดาวน์โหลดไปลองใช้ดูธรรมดา แต่เมื่อผู้ใช้หลายๆ คนก็เป็นระดับเซียนคอมพ์เหมือนกัน ลินิกซ์จึงถูกมือดีทั่วโลกช่วยกันพัฒนามันขึ้นมาจนปัจจุบัน

ประวัติของลินิกซ์คร่าวๆ ก็จบแค่นี้ครับ แต่ในหนังสือ "เอามัน" เล่มนี้ กล่าวเกี่ยวกับลินิกซ์ไม่มากอย่างที่คิด ประเด็นสำคัญของหนังสืออยู่ที่ความคิดและการวางตัวของไลนุส มากกว่า ว่าทำอย่างไร เขาถึงประสานงานโปรแกรมเมอร์หลายพันจากทั่วโลก เขียนโค้ดของระบบปฏิบัติการซับซ้อนขนาดหลายสิบล้านบรรทัดได้

ผมอ่านแล้วพบว่า ตัวไลนัสเป็นคนที่เรียบง่ายอย่างมาก ในหัวของเขามีแต่เรื่องของเทคโนโลยีล้วนๆ เขาสนใจแต่การแก้ปัญหาในทางของคอมพิวเตอร์เท่านั้น ว่า ทำจะแก้บั้กส่วนนี้ได้อย่างไร โดยที่ไม่สนใจว่า จะทำเงินจากลินิกซ์ได้อย่างไร แม้แต่น้อย (เรียกได้ว่า "เอามัน" หรือ Just For Fun ตามชื่อหนังสือจริงๆ) เขาไม่มีความรู้เรื่องหุ้น และหัวเสียเมื่อมีปัญหาในเรื่องลิขสิทธิ์ของคำว่า ลินิกซ์ เขาไม่สนใจการเอาชนะ บิลล์ เกตส์

ถึงแม้ว่าสื่อมวลชน และพวกเราหลายๆ คนคาดหวังว่า เขาจะกลายมาเป็นผู้นำในการโค่นไมโครซอพท์ลงไป ที่สำคัญคือ เขา "ถ่อมตน" เป็นอย่างมาก คำตอบต่อคำถามจากสื่อมวลชนหลายๆ คำถาม มักจะมาแนวๆ "เป็นเพราะว่าผมขี้เกียจ" หรือว่า "ขอให้ทุกคนสบายใจก็พอ" โดยส่วนตัวแล้ว ผมว่า คุณสมบัติเหล่านี้ จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ไลนุส ชนะใจ และสามารถนำทีมการพัฒนาลินิกซ์มาได้จนถึงทุกวันนี้ครับ

สิ่งที่ได้จากการอ่านหนังสือเล่มนี้ นอกจากประวัติของไลนุส และลินิกซ์แล้ว ก็คือ เป็นการเตือนตัวเองให้ลดความหยิ่ง ความมั่นใจในตัวเองลง เนื่องจากผู้ประสบความสำเร็จในธุรกิจคอมพิวเตอร์นี้ ส่วนมากจะยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว และเติบโตหรือว่าโด่งดังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทำให้มั่นใจในตัวเองเต็มที่ ไม่ฟังความคิดเห็นของคนอื่น (เรียกว่า อีโก้สูง ก็ว่าได้) แต่เมื่อได้อ่านความคิดของไลนุส ผู้ซึ่งโด่งดังระดับโลก และประสบความสำเร็จมากกว่าใครหลายเท่า กลับปฏิบัติตัวเรียบง่าย ธรรมดา ไม่หยิ่ง และเบื่อที่ต้องมานั่งตอบคำถามนักข่าว หรือแจกลายเซ็น ก็จะเป็นการเตือนตัวเองให้ลดอีโก้ลงไปได้ครับ

นอกจากนี้ ถ้าใครสนใจประวัติและแนวคิดคร่าวๆ ของการพัฒนาแบบโอเพ่นซอร์ส และทำไมไลนุสถึงดำเนินงานโอเพ่นซอร์สได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ก็แนะนำให้อ่าน "เอามัน" ครับ